อธิการบดี “มจร” หวังให้ “ศูนย์อาเซียนศึกษา” เป็นที่พึ่งของนิสิตนานาชาติ

วันที่ 21 ตุลาคม 2569  เวลา 09.00 น. ที่ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พระพรหมวัชรธีราจารย์ เป็นประธานเปิดงานและมอบโล่รางวัล เนื่องในวันเฉลิมฉลองก่อตั้งศูนย์อาเซียนครอบ 13 ปี โดยมี พระราชวัชรธรรมวาที รองอธิการบดีฝ่ายบริการ พระราชสุทธิวัชรสุธี รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม พระราชญาณวชริเวที รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต พระมหาจีรวัฒน์ กนฺตวณฺโณ ป.ธ.9 ผอ.ศูนย์อาเซียนศึกษา ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี คณาจารย์ เจ้าหน้าที่และแขกผู้เกียรติ ถวายการต้อนรับ

พระพรหมวัชรธีราจารย์ ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า ศูนย์อาเซียนเกิดขึ้นในห้วงปี 2556 ช่วงเวลาที่การเมืองกำลังตื่นตัวเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนให้เป็นหนึ่ง ซึ่งนโยบายดังกล่าว มจร ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องสนองนโยบายการเมือง เพื่อขับเคลื่อนอาเซียนรวมเป็นหนึ่ง จึงจัดตั้งศูนย์อาเซียนศึกษาขึ้นมาเพื่อประสานงานและทำงานร่วมกัน ทั้งเรื่องการสัมมนา จัดกิจกรรม สร้างเครือข่ายในกลุ่มประเทศอาเซียนรวมทั้งทำงานวิจัย ซึ่งไม่ได้มุ่งเป้าหมายเพื่อจัดทำหลักสูตรการศึกษา

“ต่อจากนี้ขอมอบเป็นการบ้านเป็นนโยบายสำหรับศูนย์อาเซียนศึกษาต้องไปทำ 2 ประการ ไม่ต้องเสียงบประมาณอะไรเลย นั่นคือ หนึ่ง เป็นผู้ประสานงานระหว่างนิสิตนานาชาติของเราที่ตอนอยู่อยู่กันเป็นพันที่มาเรียน มจร แล้วให้เขาได้ความรู้จริง ๆ เพื่อนำไปกลับไปพัฒนาบ้านเกิดประเทศของเขา โดยให้ศูนย์อาเซียนศึกษาไปจับมือกับกองกิจการนิสิต และ กองวิเทศน์สัมพันธ์ ให้พวกท่านเหล่านั้นมาเรียนแล้วได้อยู่เย็นเป็นสุข ทั้งเรื่องที่พัก อาหารการฉัน และเรื่องวีซ่า  ส่นเรื่องที่ 2 คือ เรื่องภาษาให้ศูนย์อาเซียนไปทำงานร่วมกันกับสถาบันภาษา พัฒนาเรื่องภาษาของนิสิตนานาชาติ ซึ่งส่วนใหญ่ก็อยู่ติดกับประเทศไทยเรานี้แหละ นิสิตเหล่านี่น่าสงสาร เขาอยู่บ้านเขาลำบาก ชีวิตดิ้นรนมาเซียน มจร ซึ่งเปรียบเสมือนพี่ใหญ่ เขามาพึ่งพา เราก็ต้องบริการเขาให้เต็มที่ เมื่อเขาจบการศึกษาแล้ว เขาจะกลับหรือไม่กลับ ไม่ใช่หน้าที่ของเรา แต่ตอนที่เขามาอยู่ที่ มจร เราต้องดูแลพวกท่านเหล่านั้นให้เต็มที่ จึงฝากเรื่อง 2 เรื่องนี้ถือว่าเป็นนโยบายอธิการบดีให้ศูนย์อาเซียนไปทำ..”

พระมหาจีรวัฒน์ กนฺตวณฺโณ ได้กล่าวรายงานโดยสังเขปว่าศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จัดตั้งขึ้นตามเมื่อปี 2556  เพื่อให้โครงสร้างส่วนงานของมหาวิทยาลัยมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับ ภารกิจ สามารถรองรับและสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนพัตมนามหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ต่อมาศูนย์อาเซียนศึกษาได้ดำเนินงานตามภารกิจ อำนาจหน้าที่ และความ รับผิดชอบที่กำหนดไว้ในประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่องภารกิจ อำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของส่วนงานในมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2557  โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อสนับสนุนการเตรียมความพร้อมของ มหาวิทยาลัยในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการ การ วิจัย และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับภูมิภาค

“สำหรับโครงสร้างการบริหารงานของศูนย์อาเซียนศึกษา แบ่งออกเป็น 2 ส่วนงาน หลักได้แก่ 1. ส่วนงานบริหาร มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชรอบเกี่ยวกับการบริหารจัดการ ศูนย์ การวางแผนงาน การพัฒนาเครือข่าย การสร้างความร่วมมือ และการปฏิบัติงานอื่นที่ เกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมาย โดยแบ่งการบริหารจัดการภายในออกเป็นสองกลุ่มงาน ได้แก่ กลุ่มงานบริหาร และกลุ่มงานวางแผนและพัฒนาเครือข่าย 2 . ส่วนวิจัย สารสนเทศและบริการวิชาการ มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ เกี่ยวกับการศึกษาวิจัย การจัดระบบสารสนเทศ และการให้บริการวิชาการด้านองค์ความ เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน ตลอดจนการปฏิบัติงานอื่นที่เกิโยวข้องหรือได้รับมอบหมาย โดย แบ่งการบริหารจัดการภายในออกเป็น สองกลุ่มงาน ได้แก่ กลุ่มงานวิจัยและสารสนเทศ และ กลุ่มงานส่งเสริมการทำวิจัย..” 

พระมหาจีรวัฒน์ กนฺตวณฺโณ ได้รายงานเพิ่มเติมอีกว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ศูนย์อาเซียนศึกษาได้มุ่งมั่นดำเนินงานตามพันธกิจของ มหาวิทยาลัย โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของนิสิต การส่งเสริมความร่วมมือ ทางวิชาการ การสนับสนุนการวิจัย และการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจน การสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนและสถาบันการศึกษาในภูมิภาคอาเชียน สำหรับการดำเนินงานในช่วงปีพุทธศักราช 2569-2573 ซึ่งเป็นระยะเวลาการ ดำเนินงานตามนโยบายขององค์อธิการบดี ศูนย์อาเซียนศึกษาได้มุ่ง ขับเคลื่อนภารกิจให้สอดคล้องกับนโยบายและทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัย รวมถึง แนวทางการดำเนินงานของรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร โดยมุ่งเน้นการจัดโครงการและ กิจกรรมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของนิสิตมหาวิทยาลัย ทั้งนิสิตไทยและนิสิตจาก ประเทศสมาชิกอาเซียน ควบคู่กับการส่งเสริมการวิจัย การพัฒนาองค์ความรู้ และการทำนุ บำรุงศิลปวัฒนธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัย สังคมและประชาคมอาเซียนต่อไป..”

Share:

Leave a Reply