เจ้าคณะภาค 6 ชื่นชมพระนิสิต มจร ต่อยอดงานคณะสงฆ์

499 Views

         วานนี้  (20 ม.ค.63) ที่วัดภูเก็ต อำเภอปัว จังหวัดน่าน ระเทพเวที,รศ.ดร.เจ้าคณะภาค 6 และรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต มจร เป็นประธานเปิดงานและบรรยายพิเศษ หัวข้อ ”การปฏิบัติศาสนกิจกับการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา”  ได้กล่าวชื่นชมอนุโมทนากับนิสิตว่าที่บัณฑิตทุกท่านที่ได้ออกไปปฏิบัติศาสนกิจช่วยสนองงานคณะสงฆ์และช่วยเหลือสังคม ชมพลังนิสิตเป็นพลังการทำงานและจิตวิญญาณเพื่อพระพุทธศาสนาและสังคม

         เจ้าคณะภาค 6 ได้กล่าวถึง 4 พันธกิจสำคัญ คือ การผลิตบัณฑิต บริการวิชาการ วิจัยและทำนุบำรุงศิลปะวัฒนธรรม และนโยบายการปฏิบัติศาสนกิจสนองงานคณะสงฆ์ตามแผนปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา 6+1 คือ ปกครอง เผยแผ่ ศาสนศึกษาศึกษาสงเคราะห์ สาธารณูปการ สาธารณะสงเคราะห์ และการพัฒนาพุทธมณฑล และชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานที่มีแผน การประเมิน และการติดตามผล เป็นการทำงานอย่างเป็นระบบ มีแบบมีแผน กล่าวคือ มีต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เป็นการทำงานที่มีการติดตาม วัดผล ประเมินผล หรือที่เรียกว่า ทำงานตามกระบวนการ PDCA หรือตามหลักอิทธิบาท 4

            การปฏิบัติศาสนกิจมา 1 ปีของพระนิสิตทุกรูป ซึ่งเลือกสนองงานคณะสงฆ์ช่วยเหลือสังคมตามจริตและความถนัดของแต่ละท่านนับเป็นเรื่องน่าอนุโมทนาขอให้สานต่อและต่อยอดเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ตามแผนปฏิรูปกิจการคณะสงฆ์ซึ่งเรากำหนดเป็นวิสัยทัศน์ไว้ว่า”พุทธศาสน์มั่นคง ดำรงศีลธรรม นำสังคมสันติสุขอย่างยั่งยืน”มีความสอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ตามวิสัยทัศน์ที่ว่า “มั่งคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”

         ยุทธศาสตร์ตามแผนปฏิรูปฯของคณะสงฆ์ มี 4 ยุทธศาสตร์ คือ “มั่นคง ยกระดับพัฒนา และบูรณาการทรัพยากร” ซึ่งพุทธศาสน์มั่นคง ดำรงศีลธรรม นำสังคมสันติสุขอย่างยั่งยืน ได้นั้นคณะสงฆ์ได้ทำงานอย่างมีแผน และมีความเชื่อมโยงแผนชาติ แผน 20 ปีของประเทศ และตอบวิสัยทัศน์ของคณะสงฆ์ คือ

           (1)ความมั่นคงตามยุทธศาสตร์ที่ 1 ใช้ 2 กลยุทธ์ คือปลูกศรัทธาและเพิ่มปัญญา

           (2)ยกระดับตามยุทธศาสตร์ที่ 2 ใช้ 4 กลยุทธ์ คือ เครือข่าย ธรรมาภิบาล สารสนเทศ และนวัตกรรม

           (3)พัฒนาตามยุทธศาสตร์ที่ 3 ใช้ 2 กลยุทธ์ คือ เพิ่มกับเสริม กล่าวคือเพิ่มศักยภาพศาสนบุคคล และเสริมความรู้พระพุทธศาสนา และ

           (4)หาทรัพยากรตามยุทธศาสตร์ที่ 4 ใช้ 2 กลยุทธ์ คือ บริหารศาสนสมบัติและหาทรัพยากรให้เพียงพอ

          จากผลของการปฏิรูปฯ และมี 13 โครงการ+1 ซึ่งขับเคลื่อนโดยคณะกรรมการ 6+1 มีผลทำให้เกิดผลสำเร็จมากมาย เช่นโครงการยกระดับหมู่บ้านรักษาศีล 5,โครงการธรรมนูญสุขภาพสงฆ์แห่งชาติ,โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุขด้วยกิจกรรม 5 ส.,โครงการส่งเสริมความร่วมมือภาคีเครือข่าย (การขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ พระคิลานุปัฎฐาน การจัดทำฐานข้อมูลพระสงฆ์),โครงการพัฒนาขีดความสามารถศาสนทายาท เป็นต้น โดยมีโครงการต่างๆในระดับจังหวัดที่สอดคล้องตามบริบทของแต่ละพื้นที่

          การสัมมนานิสิตปฏิบัติศาสนกิจในครั้งนี้มีองค์กรภาคีเครือข่ายเข้ามาสนับสนุน เช่น สสส. สปสช. สช. คณะสงฆ์และชุมชนตามบทบาทและหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจึงทำให้งานสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้และถือเป็นโอกาสในการสร้างงานและพัฒนางานเพื่อทำงานสนองงานคณะสงฆ์ต่อไปด้วย

         อย่างไรก็ตามโครงการที่ สสส. สนับสนุนและเกี่ยวข้องกับกองกิจการนิสิต คือโครงการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พระนิสิตปฏิบัติศาสนกิจสู่สังคมสุขภาวะ มีพื้นที่เป้าหมาย 29 พื้นที่ในวิทยาเขตและวิทยาลัยทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเพื่อสนับสนุนงานปฏิบัติศาสนกิจของพระนิสิต มจร,โครงการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมของพระสงฆ์ในระบบสุขภาพเพื่อสังคมสุขภาวะผ่านกลไกกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ โดยมีเป้าหมาย 60 พื้นที่ทั่วประเทศโดยครอบคลุม 18 ภาคการปกครองสงฆ์และ 13 เขตพื้นที่ สปสช.

        ส่วนโครงการที่ สปสช. สนับสนุน คือโครงการพัฒนากลไกประสานงานหลักประกันสุขภาพวิถีพุทธบูรณาการอย่างมีส่วนร่วม เพื่อเพิ่มการรับรู้และการเข้าถึงบริการสุขภาพในพื้นที่ครอบคลุม 18 ภาคการปกครองสงฆ์และ 13 เขตพื้นที่ สปสช. ทั้งวัด สถาบันการศึกษาสงฆ์ และโรงเรียนพระปริยัติธรรม ทั้งสามโครงการฯ โดยความร่วมมือขององค์กรภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามาสนับสนุน

     อย่างไรก็ตามตัวอย่างของความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมเมื่อมีการปฏิรูป คืองานด้านศาสนศึกษา ที่ได้มีการตราพระราชบัญญัติพระปริยัติธรรม (นักธรรม บาลีและแผนสามัญ) เพื่อสนับสนุนการศึกษาของพระภิกษุและสามเณร เมื่อมีแผนฯทำให้เกิดผลสำเร็จของเรื่องนี้ ซึ่งเป็นโอกาสของทุกท่านที่ได้ผ่านการศึกษาตามกระบวนการของหลักสูตรทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติศาสนกิจแล้ว มีคุณสมบัติพร้อมเป็นว่าทีบัณฑิต

         “ดังนั้น การมี พ.ร.บ. ดังกล่าว จึงเป็นโอกาสของทุกท่านที่จะได้ช่วยทำงานสนองงานคณะสงฆ์ตาม พ.ร.บ.ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการเตรียมกฎหมายลูกต่าง ๆ มีงานที่ต้องอาศัยบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาไปช่วยขับเคลื่อนงานเป็นจำนวนมาก จึงนับว่าเป็นโอกาสของทุกท่าน ขออนุโมทนากับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง” เจ้าคณะภาค 6 กล่าวทิ้งท้าย

**************

ขอบคุณภาพข้อมูล:กองกิจการนิสิต สำนักงานอธิการบดี ภาพข่าว: MCU TV

Leave a Reply