ชาวปรางค์กู่ร่วมคืนธรรมชาติให้โลกา คืนผืนป่าให้ชุมชน ปลูกสมุนไพรสู้ภัยโควิด เนื่องในวันแม่แห่งชาติ

584 Views

เมื่อวันอังคารที่ 10 สิงหาคม 2564 พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส,ศ.ดร. ผู้อำนวยการหลักสูตรสันติศึกษา และผู้อำนวยการวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) เปิดเผยว่า เครือข่ายรักษ์ป่า อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ทั้งบ้าน วัด และราชการ ร่วมแรงร่วมใจกันจัดโครงการ “ปลูกต้นไม้ให้แม่” ในโอกาสวันแม่แห่งชาติที่กำลังจะมาถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2564 โดยมีคุณแม่ได้พาลูกมาปลูกต้นไม้ร่วมกัน ณ ป่าชุมชนบ้านพอก อำเภอ ปรางค์กู่ ซึ่งมีพื้นที่กว่า 50 ไร่

รากฐานดั้งเดิมนั้น ป่าชุมชนคือแหล่งที่มาของปัจจัยจำเป็นขั้นพื้นฐานต่อการดำรงชีพของชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเห็ด มัน เผือก ผักหวาน และผักชนิดต่างๆ รวมถึงยาสมุนไพร ฟืนหุงข้าว และเครื่องใช้สอยในครัวเรือน และเครื่องนุ่งห่ม

อย่างไรก็ก็ตาม ด้วยเหตุที่จำนวนประชาชนมีจำนวนมากขึ้น บางกลุ่มจึงได้เข้าไปบุกรุกป่า ตัดต้นไม้ รวมถึงการนำขยะในหมู่บ้านทิ้งในป่าชุมชน จึงทำให้ป่าชุมชนแปรงสภาพกลายเป็นแหล่งเสื่อมโทรม และยิ่งมีการย้ายที่เผาศพที่อยู่ในป่าชุมชนออกไปไว้ในวัด ก็ยิ่งทำให้คลายความเชื่อเรื่องผีในป่าช้าคลายตัวลง ยิ่งนำไปสู่การบุกรุกป่าชุมชนมากยิ่งขึ้น

จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ชุมชนลุกขึ้นมาจับมือกันรักษาป่าชุมชน และช่วยกันคืนความอุดมสมบูรณ์ให้ป่าด้วยการบวชต้นไม้ และปลูกต้นไม้ทดแทนต้นเดิมที่มีการตัดออกไป อีกทั้งได้นำกล้วยพื้นบ้าน และปลูกไม้ท้องถิ่น เช่น ยางนา และไม้รัง รวมถึงไม้กินได้ เช่น ขี้เหล็ก และต้นไม้ผลที่เกิดในป่าท้องถิ่น เพื่อให้เป็นแหล่งพักผ่อน และอาหารแก่ชุมชนในระยาวยาวต่อไป

พร้อมกันนี้ขอเชิญร่วมบุญตามกำลังศรัทธาบริจาคสมทบทุน ปลูกต้นไม้ เป็นพุทธบูชา เพื่อถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันที่ 12 สิงหาคม 2564 ตั้ง ณ วัดมหาจุฬาลงกรณราชูทิศ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ธ.กรุงศรี เลขบัญชี 056-1-68197-3 ชื่อบัญชี วัดมหาจุฬาลงกรณราชูทิศ หรือ สแกน Qr code การถวายต้นไม้เป็นพุทธบูชา

ผู้ถวายย่อมได้รับอานิสงค์ คือ “องค์พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ติสสะ เป็นสยัมภู เป็นอัครบุคคล ประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์แล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดปลูกต้นโพธิ์นี้ และกระทำพุทธบูชาโดยเคารพ เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นจักได้เสวยเทวรัชสมบัติในเทวดาทั้งหลาย ตลอด 30 กัป และจักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ 64 ครั้ง เคลื่อนจากดุสิตพิภพแล้ว อันกุศลมูลตักเตือน เสวยสมบัติทั้งสองแล้วจักรื่นรมย์อยู่ในความเป็นมนุษย์ ผู้นั้นมีใจแน่วแน่เพื่อความเพียร สงบระงับ ไม่มีอุปธิ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว จักไม่มีอาสวะ เข้าถึงพระนิพพาน”

Leave a Reply