“พวงเพ็ชร” ขอปวารณาคณะสงฆ์ รัฐบาลสนับสนุน “จัดงานวิสาขบูชาโลก” เต็มที่ พร้อมขอคำปรึกษาฟื้นประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพุทธโลก!!

วันที่ 23 มีนาคม 2567 ณ หอประชุมสิริภักดีธรรม วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร พระพรหมบัณฑิต  กรรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะประธานสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก (ICDV) เป็นประธานการประชุมการจัดกิจกรรมวิสาขบูชานานาชาติ ครั้งที่ 19 เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 19-20 พฤษภาคม 2567 ภายใต้หัวข้อ “พุทธวิถีสู่การสร้างความไว้วางใจและความสามัคคี” ซึ่งการประชุมในวันนี้เป็นการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารสมาคมวิสาขบูชานานาชาติ เช่น ผู้แทนสงฆ์จากสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส จีน เวียดนาม กัมพูชา เป็นต้น ร่วมกับฝ่ายไทย อาทิ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์โลก เป็นต้น โดยมี ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะเดินทางมาร่วมประชุม

พระพรหมบัณฑิต กล่าวภายหลังการประชุมว่า วันนี้ประชุมเพื่อขอความเป็นชอบอนุมัติการจัดงานวิสาขบูชาโลกจากคณะกรรมการการจัดงานวันวิสาขบูชาโลก ซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ 19 -20 พฤษภาคม 2567 ซึ่งปีนี้เป็นปีพิเศษ เป็นการจัดงานเฉลิมพระเกียรติถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมายุครบ 6 รอบ 72 พรรษาด้วย หัวข้อสำคัญนการประชุมว่าด้วยพุทธวิถีสู่การสร้างความไว้วางใจและความสามัคคี เพื่อให้สอดคล้องกับปีมหามงคลเฉลิมพระเกียรติปีนี้จะเชิญประเทศที่มาร่วมประชุมทั้งหมด 73 ประเทศ มีนานาชาติมาร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 1,300 คน โดยจัดกิจกรรม 2 วัน คือวันที่ 19 พฤษภาคม จัดที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในวันที่ 20 พฤษภาคม จัดที่ทำงานสหประชาชาติ ถนนราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร ในภาคบ่ายหลังจากมีการแถลงการณ์ร่วมแล้ว ผู้ร่วมประชุมทั้ง 73 ประเทศ จะเดินทางไปเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติที่พุทธมณฑลจังหวัดนครปฐมทั้งแบบเถรวาทและมหายาน

จึงขอเชิญชวนชาวพุทธในประเทศไทย ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ซึ่งวันนี้ก็มีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนของรัฐบาลมาร่วมประชุมด้วย รัฐบาลเขามีพร้อมทั้งงบประมาณ การอำนวยความสะดวกต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องประชาสัมพันธ์ งานนี้มิใช่งานของคณะสงฆ์อย่างเดียว เป็นงานของประเทศ เป็นงานของคนไทยทุกคน เราร่วมกันทำเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา การจัดกิจกรรมวิสาขบูชาโลกแบบนี้ ทั่วโลกเขาตื่นตัว คนไทยในฐานะเจ้าภาพนับถือพระพุทธศาสนา ต้องเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น สมกับเป็นเจ้าภาพ อย่านอนหลับทับสิทธิ เราต้องทำงานร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดีเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา”

ด้าน ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า  ในนามของรัฐบาลวันนี้มากราบนมัสการพระพรหมบัณฑิต มาประชุมพูดคุยกันกับคณะกรรมการจัดงานวิสาขบูชาโลก ในส่วนของรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นั้นมีนโยบายให้ความสำคัญกับพระพุทธศาสนา หลายปีที่ผ่านมาการจัดงานวิสาขบูชาโลก การติดขัดและมีอุปสรรคบ้าง ต่อจากนี้รัฐบาลมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่จะขอเป็นส่วนหนึ่งในการเข้ามามีส่วนร่วมการจัดงานวิสาขบูชาโลกในครั้งนี้ ทั้งที่ มจร และ ที่ทำการยูเอ็น เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมายุครบ 6 รอบ 72 พรรษา ซึ่งเร็ว ๆ นี้จะมีการตั้งคณะกรรมการระดับชาติขึ้นเพื่อให้รัฐบาลทำงานร่วมกับคณะสงฆ์ การส่งเสริมงานพระพุทธศาสนาของรัฐบาล ไม่เฉพาะแค่งานวิสาขบูชาโลกเท่านั้น  รัฐบาลมีความประสงค์จะขอขอสนับสนุน ส่งเสริม ขยายผลให้ประเทศไทยเรานั้นซึ่งได้รับการประกาศให้เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก การเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลกนั้นเราควรจะพัฒนาในทุกมิติและครบวงจร ทั้งการศึกษาพระพุทธศาสนานานาชาติ ศูนย์กลางวิปัสสนากัมมัฏฐานโลก ศูนย์กลางสมาธิโลกและรวมทั้งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมด้วย

“ในฐานะเป็นชาวพุทธและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ขอน้อมทำงานให้กับพระพุทธศาสนาและรับใช้มหาเถรสมาคมอย่างเต็มที่ หากท่านมีความประสงค์เช่นใด จะให้ทำอย่างไร ยินดีรับใช้ ด้านการประชาสัมพันธ์ ในฐานะดูแลกรมประชาสัมพันธ์ยินดีประชาสัมพันธ์กิจการของคณะสงฆ์ งานพระพุทธอย่างอย่างเต็มที่ เพื่อให้พระพุทธศาสนาสู่สายตาโลก และสมกับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก..”

พระพรหมบัณฑิต ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า  ความเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลกของประเทศไทยที่นานาชาติยกย่องให้เป็น เพราะประเทศไทยมีพร้อมในองค์ประกอบ 3 ประการ คือ หนึ่ง ประมุขของประเทศเป็นพุทธมามกะและทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก สอง ประชาชนส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนา และ สาม รัฐบาล ผู้นำรัฐบาลเป็นพุทธศาสนิกชน หลายประเทศท่านพูดมาแบบนี้ เขาจึงยกให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก

“หลายประเทศอยากจะสร้างวัดที่พุทธมณฑล เหมือนที่ประเทศชาวพุทธสร้างวัดที่ประเทศเนปาล ซึ่งตอนนี้มีเกือบ 40 วัดแล้ว ตั้งอยู่พื้นที่ใกล้เคียงกัน อาตมาเคยเสนอที่ประชุมมหาเถรสมาคม แต่ที่ประชุมมองว่าพุทธมณฑลขอให้เป็นศูนย์กลางทางวิชาการ ด้านประชาสัมพันธ์เท่านั้น ท่านบอกว่าที่เขาอีโต้ ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นอนุพุทธมณฑล ตรงนั้นเหมาะ ประเทศไหนต้องการสร้างวัดสร้างอะไรก็ไปสร้างที่นั้น พอดีเกิดเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด -19 ก่อน เรื่องนี้ก็เลยเงียบหายไป จึงฝากรัฐมนตรีขอไปฟื้นมาใหม่..”

 

Leave a Reply