วันที่ 15 มกราคม 2569 เวลา 15.00 น ที่ วัดตะโก ต.โก่งธนู อ.เมือง จ.ลพบุรี พระธรรมวชิรสุนทร เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี เจ้าคณะปกครอง พระสังฆาธิการ พร้อมด้วย นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านวัดตะโก ร่วมประชุมเพื่อปรึกษาแนวทางการ “สร้างศาลาการเปรียญหลังใหญ่” หลังจากศาลาการเปรียญหลังเก่าอายุกว่า 71 ปีถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหลังเมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา

พระธรรมวชิรสุนทร กล่าวว่า ตนเองและผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยด้วยรองผู้ว่า หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดอีกหลายคน เดินทางมาตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ ซึ่งผู้ว่าท่านก็สั่งการให้ อบต. จัดเวรดูแลความสงบ เนื่องจากตอนนั้นไฟยังมอดไม่หมด พร้อมกับกำชับให้เป็นหน่วยงานกลางในการประสานกับหน่วยราชการและบุคคลนอกพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องการทำเอกสาร เนื่องจากวัดตะโกมีพระะภิกษเพียง 4 รูป และไม่ถนัดในการทำเอกสาร พร้อมกับสั่งให้โยธาธิการจังหวัดอุตรเร่งรีบออกแบบ โดยรักษารูปแบบศาลาเก่าพร้อมกับเอกลักษณ์ของจังหวัดลพบุรีเอาไว้

“ในส่วนของคณะสงฆ์จังหวัดลพบุรี วันนี้ได้บริจาค 1 แสนบาท เพื่อเยียวยาเบื้องต้น และในวันที่ 19 มกราคมนี้ พระพรหมกวี เจ้าคณะภาค 3 ท่านเมตตาเดินทางมามอบให้อีก 1 แสนบาท และคงจะมีมาเรื่อย ๆ รวมทั้งวันนี้สอบถามสำนักงานโยธิการจังหวัดศาลาการเปรียญหลังใหม่ออกแบบไว้มีเสาทั้งหมด 54 ต้น สอบถามท่านเจ้าอาวาสบอกราคาไว้ต้นละ 1 หมื่นบาท อาตมารับเป็นเจ้าภาพไป 1 ต้น มีพระสังฆาธิการในจังหวัดรับไปอีก 5 -6 ต้น ปัจจุบันคณะสงฆ์จังหวัดลพบุรีตั้งแต่เดือนธันวาคม จนถึงปัจจุบันช่วยเหลือประชาชนและวัดเหตุการณ์แบบนี้ไปแล้ว 3-4 เคส บ่างแห่งบริจาคเบื้องต้น 2 แสนบาทบ้าง 1 แสนบาทบ้าน พร้อมสร้างบ้านหลังใหม่ให้ตามนโยบายของพระพรหมกวี เจ้าคณะภาค 3 ในส่วนของวัดตะโก ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดท่านจะประสานกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อของบประมาณมาสนับสนุนการก่อสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ต่อไป..”

ด้านนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เผยว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ตนเองพร้อมเจ้าคณะจังหวัดลพบุรีได้เดินทางมาสั่งการและถวายกำลังใจให้กับท่านเจ้าอาวาสพร้อมกับให้กำลังใจชาวบ้าน โดยเฉพาะได้สั่งการให้ อบต.เข้ามาดูแลเป็นศูนย์กลางในการประสานงานทั้งภายในและภายนอก โดยเบื้องต้นตอนนี้ได้สั่งการหลังจากเพลิงสงบให้กันพื้นที่เอาไว้ เพื่อรอให้หน่วยงานพิสูจน์หลักฐานมาเก็บข้อมูล พร้อมกับขอให้โยธาจังหวัดช่วยออกแบบศาลาหลังใหม่ แต่ขอให้รักษารูปแบบและเอกลักษณ์แบบเดิมเอาไว้ หลังจากออกแบบเสร็จก็จะนิมนต์คณะสงฆ์ ท่านเจ้าอาวาส ประชาชนในหมู่บ้านมาร่วมกันพิจารณา ทั้งเรื่องพื้นที่สร้างใหม่ ขนาดของศาลา และรูปแบบที่จะสร้าง
“เบื้องต้นตอนนี้มีกองทุนจากคณะสงฆ์จังหวัดลพบุรีเมตตามาช่วย และตนเองได้ขอให้สำนักงานพุทธจังหวัดลพบุรีช่วยประสานของบพิเศษจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งทราบว่าสามารถขอได้ แต่อาจจะไม่ได้รับทั้งหมด อาจได้แค่ 2 ใน 3 ทั้งจากงบปกติและงบที่เหลือ ส่วนอีกช่องทางหนึ่งได้ขอให้ อบต.ช่วยเปิดบัญชีขอรับบริจาคเพื่อสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่นี้โดยเฉพาะ ซึ่งตอนนี้ได้ดำเนินการเปิดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว..”


Leave a Reply