วันอังคารที่ 27 มกราคม 2569 เวลา 13.00 น. ที่ห้องเธียเตอร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พระสิทธิวัชรบัณฑิต รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ เป็นประธานในพิธีจัดลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง มูลนิธิ Puppha Hongsar กับ คณะสังคมศาสตร์ วิทยาลัยพระธรรมทูต ศูนย์อาเซียนศึกษา วิทยาลัยสงฆ์ลำปาง โดยมี พระอุดมสิทธินายก คณบดีคณะสังคมศาสตร์ พระครูสุตรัตนบัณฑิต ผู้อำนวยการวิทยาลัยพระธรรมทูต ตัวแทน ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง พระมหาจีรวัฒน์ กนฺตวณฺโณ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาอาเซียน พร้อมด้วยคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ ชมรมนิสิตมอญและพี่น้องชาวมอญร่วมเป็นสักขีพยาน

พระสิทธิวัชรบัณฑิต ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า มจร ภายใต้การนำของพระพรหมวัชรธีราจารย์ องค์อธิการบดี รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่วันนี้ได้ร่วมลงนาม MOU กับมูลนิธิ Puppha Hongsar ซึ่งท่านจบระดับปริญญาเอกเป็นศิษย์เก่า มจร มีความตั้งใจที่ต้องการไปช่วยเหลือบ้านเกิดเมืองนอนที่รัฐมอญ ท่านมีความประสงค์ต้องการให้พระภิกษุสามเณรและเยาวชนชาวมอญมีการศึกษา ซึ่งส่วนตัวมองว่าหากพระพุทธศาสนาในรัฐมอญ หรือ พระภิกษุสามเณรมอญมีการศึกษา โดยรวมพระพุทธศาสนาก็มีความเจริญมั่นคง ในฐานะ มจร เป็นสถาบันการศึกษาจึงถือโอกาสนี้สนับสนุนท่าน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลังเซ็นต์ MOU แล้วทุกสถาบันที่ลงนามคงจะร่วมด้วยช่วยกัน

“ในส่วนของวิทยาลัยพระธรรมทูตเบื้องต้นได้มอบทุนการศึกษาให้พระภิกษุชาวมอญ เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโท จำนวน 1 ทุน มูลค่า 1 แสนบาท และมอบทุนเป็นค่าเทอมให้นิสิตมอญระดับปริญญาตรี อีก 1 คน เทอมละ 1 หมื่นบาท อีก 1 ท่าน ซึ่งต่อจากนี้จะตั้งคณะทำงานร่วมกัน แล้วมาพูดคุยภายใต้กรอบ MOU นี้จะทำอะไรกันได้บ้าง และให้รายงานผลการทำงานทุก 6 เดือน เพื่อจะได้เสนอผู้บริหารระดับสูงต่อไป เบื้องต้นแจ้งท่านไปว่าเรื่องสอนเด็กภาคฤดูร้อนที่รัฐมอญ ส่วนภาษาไทยเบื้องต้นให้กับพระภิกษุ สามเณรและนิสิตมอญที่มาเรียน มจร อันนี้คงทำร่วมกันได้ รวมทั้งโครงการอื่น ๆ เช่น สอนเด็กพุทธศาสนาวันอาทิตย์ บวชเณรภาคฤดูร้อน อันนี้หลังตั้งคณะทำงานแล้ว คงจะปรึกษาหารือกันว่าทำร่วมกันได้มากน้อยแค่ไหน ”
สำหรับวัตถุประสงค์หลักของการลงนาม MOU ในครั้งนี้ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการ โดยผ่านการอนุมัติจากสภาวิชาการมหาวิทยาลัยฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งกรอบความร่วมมือที่สำคัญครอบคลุม ๓ ด้าน ได้แก่:
1. ด้านวิชาการและการเผยแผ่: มุ่งเน้นการพัฒนาหลักสูตรและการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและภาษาที่มีประโยชน์ร่วมกัน
2. ด้านการแลกเปลี่ยนบุคลากรและนิสิต: สนับสนุนการศึกษาดูงาน การวิจัย และการจัดการศึกษาร่วมกันทั้งในระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา
3. ด้านการแบ่งปันทรัพยากร: ตกลงที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูล สื่อสิ่งพิมพ์ทางวิชาการ และงานวิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ทางพุทธศาสตร์ให้ก้าวหน้าในระดับสากล






Leave a Reply