วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 คณะพระภิกษุจำนวน 19 รูป (พระไทย ลาว พม่า เวียดนาม ศรีลังกา) ในโครงการเดินธุดงค์เพื่อสันติภาพ (Walk for Peace) ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2568 ณ วัดพุทธหวงเต๋า เมืองฟอร์ตเวิร์ธ รัฐเท็กซัส ถึงวอชิงตัน ดี.ซี. รวมระยะทางกว่า 3,700 กิโลเมตร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางคณะสงฆ์นานาชาติ ผู้แทนศาสนาอื่น ๆ และประชาชนนับหมื่นคนแห่ถวายการต้อนรับด้วยความอบอุ่น เส้นทางต่อไปคณะนี้จะออกจากมหามหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มุ่งหน้าไปยังอนุสาวรีย์สันติภาพ/แคปิตอลฮิลล์

คณะพระภิกษุเดินธรรมยาตรา ได้สร้างปรากฎการณ์เพื่อเผยแผ่คำสอนเรื่องความเมตตาและสันติภาพภายใน ที่ยิ่งใหญ่ เป็นประวัติศาสตร์ ท่ามกลางความสนใจของชาวอเมริกันจำนวนมาก และอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญเมื่อเดินทางถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. คือการยื่นข้อเสนอให้รัฐสภาสหรัฐฯ พิจารณาประกาศ “วันวิสาขบูชา” ซึ่งเป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ให้เป็นวันหยุดราชการ
ความยิ่งใหญ่เกิดขึ้นหลังจากพระสงฆ์สร้างความประทับผ่านข้อความสั้นๆคำเดียวว่า “Peace” (สันติภาพ) จนฝรั่งทั้งประเทศเห็นด้วยออกมาต้อนรับอย่างล้นหลาม แสดงคำขอบคุณต่อสิ่งที่พระสงฆ์ทำ เพราะสังคมอเมริกาที่ชื่อเป็นประเทศประชาธิปไตยต้นแบบ กำลังมีความทุกข์มากมาย โดยเฉพาะความขัดแย้ง ความรุนแรง สงคราม ความยากจนที่ระบบทุนนิยมจัดไว้ให้ พวกเขาต้องการความสงบ สันติและภราดรภาพ ไม่ต้องการชุมนุมประท้วง ความรุนแรงจากข้อเรียกร้องใดๆ อีกต่อไป ที่ต้นแบบประชาธิปไตยกำลังเผชิญอยู่

หว่านเมล็ดพันธุ์สันติภาพ ท่ามกลางสังคมที่แตกแยก
ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับความแตกแยกทางความคิด วิกฤตสุขภาพจิต และความขัดแย้งทั้งภายในและภายนอกประเทศ การเดินทางครั้งนี้เปรียบเสมือนการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งสันติภาพลงบนหัวใจผู้คน เพื่อให้ค่อย ๆ แผ่ขยายจากตัวตน สู่ครอบครัว ชุมชน ประเทศชาติ และโลกใบนี้
จุดเริ่มต้นของการเดินทาง
การเดินเท้าเพื่อสันติภาพเริ่มต้นขึ้นในเช้าวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ณ วัดพุทธหวงเต๋า เมืองฟอร์ตเวิร์ธ รัฐเท็กซัส พระภิกษุสงฆ์ออกเดินทางแสวงบุญระยะทางกว่า 2,300 ไมล์ มุ่งหน้าขึ้นเหนือ ผ่านหลายรัฐ รวมถึงพื้นที่ชนบทของรัฐเวอร์จิเนีย ก่อนเข้าสู่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความสามัคคี ความเมตตา และการเยียวยาทางจิตใจให้กับสังคมอเมริกัน
ทุกวันพระภิกษุจะเริ่มออกเดินตั้งแต่ยามเช้าตรู่ และเดินต่อเนื่องจนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ทำเช่นนี้ติดต่อกันนานกว่าสามเดือน จนระยะทางสะสมเดินทางไปแล้วกว่าครึ่งหนึ่งของเส้นทางทั้งหมด
สองฝีเท้าที่ก้าวไปบนถนนอย่างเงียบงัน ไม่เพียงช่วยประหยัดพลังงาน แต่ยังเปิดพื้นที่ให้การเจริญสติและวิปัสสนากรรมฐานเกิดขึ้นในทุกย่างก้าว หัวใจหลักของโครงการนี้ตั้งอยู่บนหลักสันติภาพ ความเมตตา การสมานฉันท์ และการเยียวยาโลก เอาชนะสงครามด้วยความสงบ และกลบเสียงอาวุธด้วยเสียงสวดมนต์
“เราวางแผนที่จะไปวอชิงตัน ดี.ซี. เพราะที่นั่นคือหัวใจของประเทศชาติ เราเชื่อว่าหากเข้าถึงหัวใจของประเทศได้ ก็จะเข้าถึงหัวใจของชาวอเมริกันทั่วประเทศ และส่งต่อสารแห่งสันติภาพจากจุดนั้น” นีราช บาจราชารยา เจ้าหน้าที่ประสานงานภาครัฐและสื่อมวลชนของโครงการ กล่าวกับสื่อ
พระภิกษุที่ร่วมเดินทางได้รับการเชิญจากพระภิกษุปัญญาการะ ผู้นำการเดินเพื่อสันติภาพ โดยมีทั้งพระจากรัฐต่าง ๆ ในสหรัฐฯ เช่น เท็กซัส เคนตักกี้ และเวอร์จิเนีย รวมถึงพระจากหลายประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส ไทย ลาว เวียดนาม อินเดีย
ตลอดการเดินทาง พระภิกษุจะฉันภัตตาหารเฉพาะที่ได้รับจากชาวบ้าน และพักอาศัยเฉพาะในที่พักพิงที่มีผู้จัดหาให้เท่านั้น ในคณะนี้ยังมีพระภิกษุจากพุทธศาสนานิกายเถรวาท ซึ่งยึดถือพระวินัยดั้งเดิมอย่างเคร่งครัด คือดำรงชีวิตในเพียงสามอิริยาบถ ได้แก่ เดิน ยืน และนั่ง โดยไม่เอนกายนอนราบ และนั่งสมาธิหลับตลอดคืน

อุปสรรคระหว่างทาง
การเดินเพื่อสันติภาพครั้งนี้ต้องเผชิญกับอุปสรรคไม่น้อย ทั้งสภาพอากาศที่โหดร้าย ไม่ว่าจะเป็นหิมะ น้ำแข็ง หรืออุณหภูมิที่หนาวจัด นอกจากนี้ ในเดือนพฤศจิกายนยังเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพุ่งชนรถนำทางของขบวน จนรถกระเด็นไปชนพระภิกษุสองรูป ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บ โดยหนึ่งในนั้นต้องสูญเสียขาและยุติการเดินทางลง ทว่าความสูญเสียและความยากลำบากก็ไม่อาจหยุดยั้งภารกิจแห่งสันติภาพนี้ได้
“อโลกา” สุนัขร่วมทางแห่งสันติภาพ
อีกหนึ่งตัวละครสำคัญของการเดินทางครั้งนี้คือ “อโลกา” สุนัขที่พระปัญญาการะช่วยเหลือมาจากประเทศอินเดียในปี 2022 ชื่อของมันมาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า “แสงศักดิ์สิทธิ์” อโลกาได้ร่วมเดินทางเคียงข้างพระภิกษุ และกลายเป็นขวัญใจของผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดีย
แม้ช่วงปีใหม่อโลกาจะได้รับบาดเจ็บที่ขาและต้องเข้ารับการผ่าตัดที่รัฐเซาท์แคโรไลนา แต่ล่าสุดก็กลับมาร่วมเดินทางได้เป็นช่วง ๆ โดยเดินประมาณ 10 นาที วันละ 6 ครั้ง ระหว่างการฟื้นฟูร่างกาย สุนัขสี่ขาตัวนี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์เล็ก ๆ ที่ย้ำเตือนว่า สันติภาพสามารถขับเคลื่อนได้โดยทุกชีวิต

ข่าวฮีลใจในวันที่โลกตึงเครียด
การเดินเท้าเพื่อสันติภาพถูกถ่ายทอดสดผ่านโซเชียลมีเดียของโครงการ ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน ผู้ชมจำนวนไม่น้อยบอกตรงกันว่า การได้หยุดเลื่อนดูภาพแห่งสันติภาพเช่นนี้ ดีกว่าการเสพข่าวร้ายที่เต็มไปด้วยความโกรธและความสิ้นหวัง
ภาพการเดินอย่างช้า ๆ ของพระภิกษุบนทางหลวงและในเมืองเล็ก ๆ ช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความสงบ ที่ค่อย ๆ แผ่ซึมเข้าสู่ใจผู้ชม จนกลายเป็นคอนเทนต์ทางเลือกในยุคที่ข่าวร้ายครอบงำหน้าฟีด
ตลอดเส้นทาง ขบวนจะแวะไปยังเมืองหลวงของแต่ละรัฐที่เดินผ่าน และไม่ว่าจะไปถึงที่ใด ฝูงชนหลายพันคนก็มักออกมารอต้อนรับ โดยเฉพาะในช่วงสี่ไมล์สุดท้ายก่อนเข้าสู่แต่ละเมือง
อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญเมื่อเดินทางถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. คือการยื่นข้อเสนอให้รัฐสภาสหรัฐฯ พิจารณาประกาศ “วันวิสาขบูชา” ซึ่งเป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ให้เป็นวันหยุดราชการ

สันติภาพที่ยังคงก้าวเดิน
การให้อภัยในที่นี้ ไม่ใช่การลืมความเจ็บปวดหรือปฏิเสธความผิดพลาด แต่คือการเลือกไม่เก็บความเกลียดชังไว้ในใจ เป็นการปล่อยวางสิ่งที่เป็นพิษต่อตนเอง เพื่อเปิดทางให้การเยียวยาได้เริ่มต้นขึ้น
สันติภาพที่กำลังเคลื่อนไหวด้วยสองเท้านี้ กำลังแผ่ซ่านไปตามเส้นทางที่พระสงฆ์เดินผ่าน เขย่าหัวใจของผู้คนทุกวัย ทุกเชื้อชาติ ท่ามกลางความหลากหลายทางศาสนา และแม้แต่ในหมู่ผู้ที่ไม่นับถือศาสนาใดเลย

ที่มา https://marketeeronline.com/เพจWalk for Peace

Leave a Reply