รัฐบาลอินเดียเข้มตรวจ “วัดพุทธต่างชาติ” หลังถูกร้องเรียนดำเนินกิจกรรมเชิงพาณิชย์ “เปิดห้องพัก-แลกเปลี่ยนเงิน-จำหน่ายสินค้า” ผิดวัตถุประสงค์ตั้งวัด!!

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 มีการเผยแพร่เอกสารจากสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ถึงวัดไทย ว่าด้วยรัฐพิหารตรวจสอบข้อร้องเรียนกรณีวัดพุทธต่างชาติเนินกิจกรรมเชิงพาณิชย์ และไม่ปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่น ความว่า ด้วยได้ปรากฏรายงานชาวในสื่อมวลชนท้องถิ่น อันอาจส่งผลกระทบต่อวัดไทยต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ในรัฐพิหาร สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตา จึงขอสรุปสาระสำคัญของข่าวดังกล่าวดังนี้

1.รัฐบาลรัฐพิหารได้รับข้อร้องเรียนกรณีวัดพุทธต่างชาติหลายแห่งในรัฐพิหารดำเนินกิจกรรมในเชิงพาณิชย์ซึ่งขัดต่อวัตถุประสงค์การก่อตั้งวัดพุทธเพื่อกิจกรรมทางศาสนา ได้แก่ เปิดห้องพักภายในวัดให้นักท่องเที่ยว/ผู้แสวงบุญเข้าพัก การจำหน่าย สินค้า อาทิ ของใช้ส่วนบุคคล อุปกรณ์ประกอบพิธีกรรม ของที่ระลึก ฯลฯ ให้นักท่องเที่ยว รวมทั้งการก่อสร้างอาคาร/สิ่งปลูกสร้าง ภายในวัดโดยมิได้ดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมายท้องถิ่น

2.สมาคมผู้ประกอบการโรงแรมในพุทธคยา (Bodhgaya Hotel Association) ได้ยื่นฟ้องต่อศาลสูงเมืองปัฎนา ร้องเรียนว่าการดำเนินการดังกล่าวของวัดพุทธต่างชาติได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรายได้ภาครัฐและธุรกิจท้องถิ่น สิบเนื่องจาก ความไม่โปร่งใส/หลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ อาทิ กฎระเบียบการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ภาษีการค้า ภาษีบริการ และรายงานการเงินอื่น ๆ ในขณะที่ภาคธุรกิจโรงแรมของอินเดียต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด เช่น ถูกบังคับให้ต้องส่ง “แบบฟอร์ม C” รายงานหน่วยงานตำรวจแผนกต่างด้าวทันทีเมือมีชาวต่างชาติเข้าพัก แต่วัดพุทธต่างชาติหลายแห่งกลับเลี่ยงการ ปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าว รวมเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามระเบียบคนเข้าเมืองด้วย

3.ปลัดรัฐบาลรัฐพิหาร (Chief Secretary of Bihar). ได้สังการให้มีการไต่สวนกรณีดังกล่าว และนาย Shashank Shubhankar นายอำเภอคยา (Gaya District Magistrate) มีคำสั่งลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 แต่งตั้งคณะกรรมการจำนวน 4.คน ประกอบด้วย (1) นาย Mohammad Shafique รองนายอำเภอฝ่ายกฎหมายและความสงบเรียบร้อย (Additional District Magistrate ー Law and Order) (2) นาย Anil Kumar Raman เจ้าหน้าทีคยา-สะดาร์ (Gaya Sadar Sub-Divisional Magistrate) (3) นาย Rajesh Gupta ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเทศบาลพุทธคยา (Chief Executive Officer, Bodh Gaya Nagar Parishad) และ (4) นาย Chandrashekhar เจ้าหน้าที่ซึ่งดูแลพุทธคยา (Circle Officer) ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับกิจกรรมในเชิงพเณิชย์ของวัดพุทธต่างชาติ ซึ่งจะครอบคลุมการตรวจสอบจำนวนห้องพักที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าพัก การ แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ภาษีการค้า ภาษีบริการ การอนุมัติแบบแปลนจากเทศบาล และข้อมูลชาวต่างชาติในวัด รวมทั้ง การตรวจสอบวีซ่า ฯลฯ และมีหน้าที่จะต้องจัดทำรายงานผลการตรวจสอบภายในวันที 7 มีนาคม 2569 (ภายใน 30 วัน) เพื่อ ประกอบการพิจารณาการดำเนินมาตรการของรัฐพิหารต่อไป

4.รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า ทีผ่านมา วัดพทธต่างชาติบางแห่งเคยได้รับหนังสือแจ้งเตือนจากหน่วยงานเทศบาลหลายครั้ง เกี่ยวกับกรณีการบุกรุกทีดินสาธารณะ การลักลอบทำธุรกรรมที่ดินที่ไม่สามารถซื้อขายได้ตามกฎหมาย รวมทั้งการละเมิดมาตรฐาน การก่อสร้างอาคาร เป็นต้น

ทั้งนี้ ในระหว่างการรอผลการตรวจสอบให้แล้วเสร็จ วัดพุทธต่างชาติทุกแห่งจะถูกสั่งระงับ  มิให้มีการก่อสร้างใหม่หรือปรับปรุงโครงสร้างเดิมที่มีอยู่ ในการนี้ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตา จึงขอเรียนแนะนำให้วัดไทยทุกแห่งในรัฐพิหารโปรดปฏิบัติตามกฎระเบียบ ท้องถิ่นโดยเคร่งครัด รวมทั้งการไม่อยู่เกินกำหนด (overstay) และเพิ่มความระมัดระวังหลีกเลียงการดำเนินกิจกรรมที่อาจส่อไปใน เชิงพาณิชย์ อาทิ การติดป้ายราคาสินค้าที่จำหน่ายในวัด การเปิดบริการห้องพักในวัดแข่งกับธุรกิจโรงแรมท้องถิ่น เป็นต้น

จากข้อมูลพบว่าพลเมืองไทยเดินทางมาแสวงบุญ ณ พุทธคยาปีละประมาณ 80,000 คน รวมทั้งมีวัดไทย 16 แห่งในพุทธคยา

 

Leave a Reply