โฆษกพศ.แจงปมปัญหา “นิตยภัต” ติดขัด ย้ำ!! มส.แต่งตั้ง “พระสังฆาธิการ” คำนึงถึงนิตยภัตด้วยแล้ว??

วันที่ 24 มีนาคม 2569  รศ.ชัชพล ไชยพร นักวิชาการศาสนาเชี่ยวชาญ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โฆษกมหาเถรสมาคม ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าและข้อเท็จจริงกรณีปัญหาการเบิกจ่าย “เงินนิตยภัต” หรือเงินค่าภัตตาหารที่รัฐบาลจัดสรรถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ที่มีสมณศักดิ์หรือมีตำแหน่งทางการปกครองคณะสงฆ์ ซึ่งกลายเป็นปัญหาเรื้อรังมาอย่างยาวนาน

จากการแถลงข่าวผลการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 8/2569 เมื่อเร็ว ๆ นี้ รศ.ชัชพล ระบุว่า ต้นตอของปัญหาการจ่ายเงินนิตยภัตเกิดจากการที่คณะสงฆ์ได้มีการเพิ่มอัตราตำแหน่งทางการปกครองขึ้นใหม่ แต่ในทางปฏิบัติยังไม่ได้มีการเสนอขอเปลี่ยนแปลงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอขยายกรอบงบประมาณ ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณสำหรับนิตยภัตในปัจจุบัน ยังคงต้องดำเนินการภายใต้กรอบมติ ครม. เมื่อปี พ.ศ. 2554 เท่านั้น ส่งผลให้งบประมาณไม่สอดคล้องกับจำนวนตำแหน่งที่เพิ่มขึ้นจริง

เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเบื้องต้น ที่ประชุม มส. ล่าสุด จึงได้มีมติอนุมัติแต่งตั้งรองเจ้าคณะจังหวัดเพียง 6 รูป ซึ่งเป็นการแต่งตั้งเพื่อทดแทน “ตำแหน่งที่ว่างลง” เท่านั้น เพื่อให้การเบิกจ่ายยังคงสอดคล้องกับกรอบอัตรานิตยภัตเดิมตามมติ ครม. นอกจากนี้ ยังได้มีการกำหนดสังฆราโชบายใหม่ โดยกำชับว่าการจะกำหนดอัตราตำแหน่งทางคณะสงฆ์ใด ๆ เพิ่มเติมในอนาคต จะต้องคำนึงถึงกรอบอัตราเงินนิตยภัตที่มีอยู่ควบคู่ไปด้วยเสมอ

“การเบิกจ่ายงบประมาณสำหรับนิตยภัตสามารถดำเนินการได้ตามมติ ครม. ปี 2554 เท่านั้น ซึ่งขณะนี้ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กำลังเร่งหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเตรียมที่จะนำเรื่องนี้เข้าหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในลำดับต่อไป” รศ.ชัชพล กล่าว

สำหรับภูมิหลังของมติ ครม. ปี 2554 เกี่ยวกับเงินนิตยภัตนั้น เกิดขึ้นในการประชุม มส. ครั้งที่ 12/2554 (วันที่ 29 เม.ย. 2554) ซึ่งได้มีการปรับปรุงอัตรานิตยภัตพระสังฆาธิการ พระสมณศักดิ์ พระเปรียญ และพระภิกษุที่ปฏิบัติศาสนกิจในตำแหน่งต่างๆ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554

ในครั้งนั้น พศ. ได้เสนอเรื่องผ่าน พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เพื่อขอปรับเพิ่มงบประมาณจากเดิม 930 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอีก 195,572,400 บาท รวมเป็นงบประมาณทั้งสิ้นกว่า 1,125 ล้านบาท ซึ่ง ครม. ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2554 และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2554 เป็นต้นมา และกรอบงบประมาณนี้ได้ถูกใช้เป็นฐานในการเบิกจ่ายจวบจนถึงปัจจุบัน

 

ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์

Leave a Reply