วันที่ 31 มีนาคม 2569 สำนักงาน ปปง. ได้ทำหนังสือแถลงข่าวการดำเนินการกับทรัพย์สินในคดีที่เกี่ยวข้องกับพระธัมมชโย โดยมีความว่าตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อสาธารณะว่า พนักงานอัยการ มีหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษให้ยุติการดำเนินคดีกับพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในส่วนการดำเนินคดีอาญาในความผิดฐานรับของโจร และความผิดอาญาฐานฟอกเงิน เนื่องจากเมื่อศาลอนุมัติหมายจับแล้ว เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้พยายามติดตามตัวผู้ต้องหามาโดยตลอด แต่ไม่พบตัว เมื่อครบอายุความตามหมายจับ อัยการจึงต้องยื่นขอยุติการดำเนินคดี นั้น

สำนักงาน ปปง. ขอเรียนว่า การดำเนินการของสำนักงาน ปปง. ในส่วนที่เกี่ยวกับยึดและอายัดทรัพย์สินของพระธัมมชโย และผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ นั้น เป็นกรณีที่สืบเนื่องจากการดำเนินการกับทรัพย์สินรายคดี นายศุภชัย ศรีศุภอักษร กับพวก ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการยักยอกทรัพย์ฯ ของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด และเป็นความผิดฐานฟอกเงิน โดยสำนักงาน ปปง. ยึดและอายัดทรัพย์สินในกรณีดังกล่าวมาต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 – พ.ศ. 2563 มีการแยกสำนวนการดำเนินการเป็นหลายรายคดี เนื่องจากตรวจสอบข้อมูลพบการจำหน่าย จ่าย โอน ทรัพย์สินไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก มีเส้นทางการทำธุรกรรมที่แยกจากกันหลายกรณี ซึ่งปัจจุบันคดีทั้งหมดอยู่ในกระบวนการชั้นศาล มีทั้งคดีที่ศาลมีคำสั่งถึงที่สุดแล้ว ให้นำทรัพย์สินที่ยึดและอายัดไปคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย โดยนำทรัพย์สินออกขายทอดตลาดเพื่อคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย (สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด) และคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
สำหรับเส้นทางการเงินเฉพาะในส่วนที่เชื่อมโยงไปยังพระธัมมชโย และผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ พบข้อมูลตามเช็คสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด จำนวน 27 ฉบับ ที่สั่งจ่ายให้พระธัมมชโย และผู้เกี่ยวข้อง รวมมูลค่ากว่า 1,400 ล้านบาท ซึ่งสำนักงาน ปปง. ยึดและอายัดทรัพย์สินของ
พระธัมมชโย และผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ โดยศาลมีคำสั่งในคดีที่เกี่ยวข้อง ดังนี้


Leave a Reply