มหานรินทร์!! วิเคราะห์อนาคตวัดไทยจะแบ่งออกเป็น 3 นิกาย??

วันที่ 1 เมษายน 2569   พระมหานรินทร์ นรินฺโท ป.ธ.9  วัดไทยลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา นักวิจารณ์สังคมพระสงฆ์ ได้โพสต์เฟชบุ๊คส่วนตัว “PM-Narin Narinto”  ความว่า ต่อไป วัดพุทธในไทยจะแบ่งออกเป็น 3 นิกาย  ได้แก่

1. วัดราษฎร์ เป็นวัดของชาวบ้าน ชาวบ้านสร้าง นิมนต์พระมาอยู่ ถ้าพระไม่อยู่ ก็เป็นหน้าที่ของชาวบ้านที่จะต้องดูแลรักษาวัด จนกว่าจะมีพระใหม่มาอยู่ ถือว่าเป็นวัดของชุมชน

2. วัดหลวง หรือพระอารามหลวง ขึ้นตรงต่อหน่วยงานของรัฐ ทั้งตัววัดและเจ้าอาวาสผู้ปกครอง อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักพระราชวัง

3. วัดส่วนบุคคล เป็นวัดของพระหรือฆราวาสผู้มีอิทธิพล (ด้านอำนาจหรือการเงิน รวมทั้งที่ดินส่วนครอบครัว) ได้สร้างวัดขึ้นเอง แล้วนิมนต์พระมาอยู่ หรือพระบางรูปที่ออกบวช พ่อแม่มีที่ดินก็นำมาสร้างเป็นวัด และตั้งตัวเองเป็นเจ้าอาวาส ถือว่าเป็นวัดของผู้มีบารมี

วัดประเภทหลังนี้ เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เพราะคนรวยหรือผู้มีบารมี ไม่นิยมไปทำบุญตามวัดต่างๆ แต่ต้องการสร้างวัดเป็นของตนเอง จะได้อุปถัมภ์และบริหารให้เป็นไปตามที่ตนเองมีศรัทธา เพราะเมื่อมีเงินและมีบารมี ก็สามารถสร้างวัดใหญ่ได้เอง จะสร้างใหญ่โตหรูหราหรือว่าอลังการงานสร้างเพียงใด ก็ทำได้ เพราะเงินถึง และอำนาจถึง อีกอย่างหนึ่ง ก็เอาแบบอนาถบิณฑิกเศรษฐีและนางวิสาขา ซึ่งแต่ละคนก็รวยระดับอภิมหาเศรษฐี การจะไปทำบุญไหว้พระในวัดของคนอื่นนั้น มันรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่า ไหนๆ เงินเราก็มีไม่แพ้เขา แล้วทำไมเราไม่สร้างวัดเสียเอง จะออกแบบอย่างไร นิมนต์พระรูปไหนที่เราชอบศรัทธา ก็นิมนต์ท่านมาได้ ตรงทั้งใจทั้งศรัทธา

กรณีวัดพระธรรมกาย หรือวัดใหญ่ คลองสาม เป็นต้นแบบแห่งวัดประเภทที่สามนี้ เพราะเจ้าอาวาสคือพระธัมมชโย เป็นผู้บุกเบิกสร้างวัดจนใหญ่โต มีลูกศิษย์ลูกหาทั้งพระทั้งโยมมากมาย จนกลายเป็นวัดอันดับหนึ่งของประเทศไทย ใหญ่กว่าวัดของพระสังฆราช เงินทองก็หาเอง สร้างและบริหารเอง แล้วทำไมจะต้องไปให้ทางราชการมายุ่งด้วย “ถ้าอยากเล่นการเมือง ไม่มาบวชหรอก” พ่อใหญ่ธัมมชโยตอบคำถามเด็กอนุบาลโรงเรียนในฝันวิทยา พอเกิดปัญหาขึ้นมา จึงทำการต่อต้านรัฐบาล กลายเป็นการประกาศอิสรภาพว่า รัฐบาลไทยทำอะไรไม่ได้ ต้องยอมปล่อยให้คดีความหมดอายุไป แต่กลับกลายเป็นการการันตีความบริสุทธิ์ให้พระธัมมชโยไป

วัดพระธรรมกายอยู่ได้ด้วยนโยบายประชานิยม นิมนต์พระภิกษุสามเณร 40,000 วัด ทั่วประเทศไทย ให้ไปรับอภิมหาสังฆทาน ทำให้เป็นที่นิยมชมชอบของพระภิกษุสามเณรแทบทุกวัด มากกว่าวัดของสมเด็จพระสังฆราช ที่ไม่เคยมีใครได้รับกิจนิมนต์เลย นอกจากพระราชาคณะในสายเดียวกันเท่านั้น จำนวนญาติโยมมหาศาลนับแสนนับล้าน รวมกับพระภิกษุสามเณรอีกนับแสน จึงเป็นแนวร่วม และกองหนุน ให้พระธัมมชโยและวัดพระธรรมกายยืนหยัดอยู่ได้ แม้กระทั่งอำนาจรัฐก็ทำอะไรไม่ได้

วัดอื่นๆ อาทิเช่น วัดนาป่าพง ของพระคึกฤทธิ์ ซึ่งได้นำเอาที่ดินของครอบครัวมาสร้างเป็นวัด และขยายอาณาจักรพุทธวจนจนเติบใหญ่ มีทั้งข้าราชการทหารตำรวจและญาติโยมหนุนหลังเนืองแน่น เมื่อเกิดคดีความฟ้องร้องเรื่องเงินทอง ก็อ้างเหตุผลเดียวกับพระธัมมชโย คือ วัดของเรา เราสร้างเอง หาเงินเอง จะใช้อย่างไรมันก็เรื่องของเรา เราไม่ได้เอาเงินหลวงมาใช้ แล้วทำไมจะต้องไปทำตามกฎหมาย
แต่เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย (เพื่อให้ตนเองมีสถานะเป็นพระไทยตามระเบียบมหาเถรสมาคม) ก็แยกการบริหารออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนวัด และมูลนิธิ โดยจะเน้นทำกิจกรรมในนามมูลนิธิ เพราะมิต้องรายงานสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

มีวัดแบบนี้อีกมากมายที่มีอิทธิพล กระจายอยู่ทั่วประเทศไทย และนับวันจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
สถิติวัดร้าง ไม่มีพระเณรอยู่จำพรรษา มีเพิ่มมากขึ้นทุกปี แต่กลับมีปรากฏการณ์ “สร้างวัดใหม่” เพิ่มขึ้นทุกปี สวนกระแสกันอย่างแรง จนแทบเป็นไปไม่ได้ ไหนว่าวัดไม่มีพระจำพรรษา แต่ทำไมหลายๆ วัด มีพระจำพรรษาจนล้น สาเหตุก็เพราะว่า รัฐไม่สามารถบริหารวัดต่างๆ ทั่วประเทศให้เป็นระบบเดียวกันได้ ทำได้แค่ดูแลอย่างหลวมๆ ยิ่งออกกฎหมายเข้ม จะเข้ากำกับดูแลบัญชีวัดอย่างเข้มงวด ยิ่งเร่งให้วัดต่างๆ ร้างเพิ่มขึ้น พระเณรก็จะไปกระจุกอยู่ในวัดประเภทที่ 2 และ 3 เพราะอยู่วัดใหญ่ อยู่ในพระอารามหลวงแล้ว ดี มีอำนาจการันตี มีอนาคต มีผู้ใหญ่ และสำนักพระราชวังหนุนหลัง เป็นวัดสร้างคน แล้วจะอยู่เป็นหลวงตาเฝ้าวัดป่าไปทำไม

Leave a Reply