วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ประเด็นร้อนในวงการคณะสงฆ์กำลังถกเถียงกันว่า “เจ้าอาวาส” เป็น “เจ้าพนักงานหรือไม่” ซึ่งหลายท่านบอกว่าเจ้าอาวาสเป็น “เจ้าพนักงาน” ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2505 ในมาตรา 45 ขณะที่อีกหลายท่านบอกว่าอาวาสเป็นเพียง “ผู้ปกครองวัด” มิได้เป็นเจ้าพนักงาน ซึ่งเรื่องดังกล่าวองค์กรชาวพุทธเคยทำสังฆพิจารณ์มาแล้วเมื่อปีพุทธศักราช 2546 และเจ้าคณะปกครองส่วนใหญ่ตั้งแต่เจ้าคณะภาคจนถึงเจ้าอาวาส เห็นว่าเจ้าอาวาสมิได้เป็นเจ้าพนักงาน และมีความประสงค์ต้องการให้ “มหาเถรสมาคม” ควรมีการระบุลงไปในกฎหมายหรือกฎมหาเถรสมาคมอย่างชัดเจนว่า เจ้าอาวาสไม่ใช่เจ้าพนักงาน เพื่อจะได้ไม่ต้องถกเถียงกันอีกต่อไปว่า เจ้าอาวาสเป็นเจ้าพนักงานหรือไม่ รายละเอียดมีดังนี้
เรื่อง ขอนำผลสังฆพิจารณ์เรื่องสถานภาพของเจ้าอาวาส และขอความกรุณาพิจารณาแก้ไขกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 (พ.ศ. 25841) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ เสนอต่อมหาเถรสมาคมในการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 23 /2546 เมื่อวันที่ 9กันยายน 2546 โดยการประชุมมหาเถรสมาคมขณะนั้น เลขาธิการมหาเถรสมาคมเสนอว่า สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม แจ้งว่า ได้รับหนังสือจาก นายอดิศักดิ์ วรรณสิน นายกสมาคมพุทธศาสน์สัมพันธ์ ความว่า สืบเนื่องจากมีบุคคลบางคนเข้าใจผิดคิดว่าเจ้าอาวาสเป็นเจ้าพนักงานตามความในประมวลกฎหมายอาญา และได้มีการออกมาให้ความเห็นในทำนองว่า จะให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเข้าตรวจสอบการเงินของวัด หากพบว่ามีการกระทำที่ผิดระเบียบข้อใดข้อหนึ่ง เจ้าอาวาสวัดนั้นจะมีความผิดในฐานะเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง10 ปี หรือปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทางสมาคมพุทธศาสน์สัมพันธ์เห็นว่า เรื่องนี้น่าจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของเจ้าอาวาสทั่วประเทศอย่างรุนแรง จึงได้ทำแบบสอบถามสังฆพิจารณ์ไปยังเจ้าคณะ- พระสังฆาธิการทั่วประเทศ โดยเริ่มส่งจดหมายออกไปเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 และเป็นที่น่าปีติยินดีที่พระสังฆาธิการทั่วประเทศต่างตื่นตัวแสดงความเห็นกลับมาอย่างคับคั่ง รวมจำนวนถึง 4,355 ฉบับ (นับถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2546 ) แบ่งเป็น
เจ้าคณะภาค 4 รูป เจ้าคณะจังหวัด 12 รูป เจ้าคณะอำเภอ 79 รูป เจ้าคณะตำบล 718 รูป เจ้าอาวาส 3,328 รูป อื่น ๆ เช่น เลขานุการเจ้าคณะปกครอง 214 รูป โดยพระสังฆาธิการ 4,355 รูป มีความคิดเห็นต่อประเด็นการสอบถามดังนี้
1.เจ้าอาวาสไม่ใช่ผู้ปกครองคณะสงฆ์ แต่เป็นเพียงผู้ปกครองวัด มีอำนาจหน้าที่ตามที่พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ได้ระบุให้อำนาจไว้แล้วอย่างชัดเจน เจ้าอาวาสจึงไม่ใช่เจ้าพนักงาน ดังนั้น ผู้ที่ไม่ใช่ผู้เสียหายจะไปแจ้งความกล่าวโทษเจ้าอาวาสไม่ได้
– เห็นด้วย 4,302 รูป เท่ากับ 98.78%
– ไม่เห็นด้วย 53 รูป เท่ากับ 1.22 %
2.ควรมีการระบุลงไปในกฎหมายหรือกฎมหาเถรสมาคมอย่างชัดเจนว่า เจ้าอาวาสไม่ใช่เจ้าพนักงาน เพื่อจะได้ไม่ต้องถกเถียงกันอีกต่อไปว่า เจ้าอาวาสเป็น เจ้าพนักงานหรือไม่
– เห็นด้วย 4,295 รูป เท่ากับ 98.62 %
– ไม่เห็นด้วย 60 รูป เท่ากับ 1.38
ผู้ที่ไม่เห็นด้วยส่วนใหญ่เป็นเพราะเข้าใจผิดคิดว่า ถ้าเจ้าอาวาสเป็นเพียง ผู้ปกครองวัด จะทำให้มีหน้าที่อยู่เฝ้าวัดอย่างเดียว ซึ่งความจริงการเป็นผู้ปกครองวัดมีหน้าที่รวมทั้งการปกครองดูแลพระภิกษุสามเณร แม่ชี ศิษย์วัด ดูแลทรัพย์สินศาสนสมบัติของวัด ดูแลกิจการของวัดทุก ๆ อย่าง ตามที่พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ มาตรา 37 และมาตรา 38 ให้อำนาจไว้อย่างชัดเจน


Leave a Reply