วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ คณะสงฆ์ภาค 11 ร่วมกับส่วนราชการและสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชัยภูมิ จัดการประชุมพระสังฆาธิการ ระดับเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส และหัวหน้าที่พักสงฆ์ ในเขตปกครองคณะสงฆ์จังหวัดชัยภูมิ ภาค 11 ตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 8/2546 มติที่ 143/2546 เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ และขับเคลื่อนภารกิจด้านพระพุทธศาสนาให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคปัจจุบัน
การประชุมครั้งนี้ได้รับความเมตตาจาก พระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค 11 เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมมอบโอวาทแก่พระสังฆาธิการผู้เข้าร่วมประชุม เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติศาสนกิจและการบริหารงานคณะสงฆ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พระพุทธศาสนาและสังคม

นอกจากนี้ ยังได้รับความเมตตาจาก พระราชชัยสิทธิสุนทร เจ้าคณะจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยรองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล รองเจ้าคณะตำบล และพระสังฆาธิการทุกระดับในเขตปกครองคณะสงฆ์จังหวัดชัยภูมิ เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน
ไฮไลต์สำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือ การบรรยายพิเศษหัวข้อ “สามเณรเหล่ากอสมณะ : การแสวงหาศาสนทายาทเข้าสู่พระศาสนา” โดย พระครูสังฆกิจดิลก, ดร. เจ้าอาวาสวัดสารอด กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงในการสร้างและพัฒนาศาสนทายาท จนสามารถเพิ่มจำนวนพระภิกษุสามเณรภายในวัดจาก 14 รูป เป็นกว่า 100 รูป ภายในระยะเวลาเพียง 5 ปี
ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการพัฒนาศาสนทายาทตาม “กอบัวโมเดล” ที่มุ่งสร้างคนควบคู่กับการสร้างระบบ ผ่านกระบวนการบวชเรียน การดูแลพัฒนาสามเณรอย่างต่อเนื่อง และการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนตามแนวทาง “บวร” ได้แก่ บ้าน วัด และโรงเรียนหรือหน่วยงานราชการ

พระครูสังฆกิจดิลก, ดร. กล่าวว่า“ศาสนทายาทเกิดขึ้นได้ไม่ยากแน่นอน ถ้าหลวงพ่อเจ้าอาวาสพร้อมรวมพลัง ‘บวร’ ช่วยกันส่งเสริมและสร้างโอกาสให้เยาวชนได้เข้ามาศึกษาและปฏิบัติตามหลักพระพุทธศาสนา มุ่งสู่การพัฒนาเป็นศาสนทายาทที่ดี น่าเลื่อมใส ใจสุขสม และอุดมปัญญาต่อไป”
แนวคิดดังกล่าวได้รับความสนใจจากพระสังฆาธิการผู้เข้าร่วมประชุมเป็นอย่างมาก เนื่องจากสะท้อนให้เห็นว่า การสร้างศาสนทายาทไม่ใช่ภารกิจของวัดเพียงลำพัง หากแต่เป็นภารกิจร่วมของครอบครัว ชุมชน สถานศึกษา และคณะสงฆ์ทุกระดับ ที่ต้องร่วมกันเฟ้นหาเพชรเม็ดงาม ส่งเสริม และสร้างโอกาสให้เยาวชนได้เข้ามาเรียนรู้พระธรรมวินัย
การประชุมครั้งนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของคณะสงฆ์ภาค 11 ในการจุดประกายแนวคิดและสร้างเครือข่ายการบวชเรียนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การพัฒนาศาสนทายาทรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา และเป็นพลังแห่งคุณธรรมของสังคมไทยในอนาคต


Leave a Reply