คณะสงฆ์ภาค 11 ชู 5 ขั้นตอนเฟ้นหาและพัฒนาเยาวชนสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ย้ำ “สามเณรวันนี้ คือพระดีในวันหน้า”

วันที่ 6 มิถุนายน 2569 ท่ามกลางความท้าทายของสังคมยุคใหม่ที่ส่งผลให้เยาวชนห่างไกลพระพุทธศาสนามากขึ้น พระครูสังฆกิจดิลก, ดร. เจ้าอาวาสวัดสารอด เจ้าสำนักเรียนวัดสารอด เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมวัดสารอด กรุงเทพมหานคร ได้นำเสนอ “กอบัวโมเดล” เป็นสตินวัตกรรมการเฟ้นหาและพัฒนาศาสนทายาทที่ดี ย้ำ อย่ามองหาแต่คนที่ดีพร้อม แต่จงร่วมพลังกันเฟ้นหาและให้โอกาสคนที่พร้อมรับการพัฒนาให้ได้บวชเรียน เปรียบเสมือนหาเพชรเม็ดงามที่พร้อมเจียระไน พร้อมชูพลัง “บวร” บ้าน วัด โรงเรียน และภาคีเครือข่าย ร่วมกันสร้างอนาคตของพระพุทธศาสนาอย่างยั่งยืน ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จังหวัดนครราชสีมา โดยมี พระพรหมสิทธิ เจ้าคณะภาค 11 ในนามคณะสงฆ์ภาค 11 ร่วมกับส่วนราชการและสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา จัดการประชุมพระสังฆาธิการระดับเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส และหัวหน้าที่พักสงฆ์ ตามมติมหาเถรสมาคม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ และขับเคลื่อนงานพระพุทธศาสนาให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมปัจจุบัน

ในการประชุมครั้งนี้ พระครูสังฆกิจดิลก, ดร. ได้รับโอกาสบรรยายพิเศษในหัวข้อ “กอบัวโมเดล : การเฟ้นหาและพัฒนาศาสนทายาทเข้าสู่พระศาสนา” โดยนำเสนอแนวทางการสร้างศาสนทายาทเชิงรุกที่มุ่งพัฒนาคนทั้งระบบ ตั้งแต่การค้นหา การบ่มเพาะ การติดตาม และการฟื้นฟู ด้วยความเชื่อมั่นว่า ทุกคนสามารถเติบโตเป็นกำลังสำคัญของพระพุทธศาสนาได้ หากได้รับโอกาสและการพัฒนาที่เหมาะสม

พระครูสังฆกิจดิลก, ดร. กล่าวว่า กอบัวโมเดลประกอบด้วย 5 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่

ขั้นตอนที่ 1 “ก” กำหนดวิสัยทัศน์ร่วม เริ่มจากการระดมความคิดเห็นของคณะสงฆ์ ชุมชน สถานศึกษา และหน่วยงานเครือข่าย วิเคราะห์สถานการณ์ตามหลักอริยสัจ 4 เพื่อร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยมในการสร้างศาสนทายาท

ขั้นตอนที่ 2 “อ” ออกค้นหาและเปิดโอกาส ดำเนินโครงการ “สามเณรกอบัว” ผ่านค่ายคุณธรรม ค่ายภาคฤดูร้อน กิจกรรมจิตอาสา และการสร้างเครือข่ายผู้ปกครอง เพื่อค้นหา “เพชรเม็ดงาม” ที่พร้อมเข้าสู่กระบวนการพัฒนา

ขั้นตอนที่ 3 “บ” บ่มเพาะด้วยกิจวัตร พัฒนาศาสนทายาทผ่านกิจวัตรประจำวันตาม KORBUA Model ประกอบด้วย Knowledge, Operation, Relation, Behavior, Unique และ Assist เพื่อหล่อหลอมความรู้ คุณธรรม วินัย และจิตสาธารณะ

ขั้นตอนที่ 4 “ว” วัดผลและพัฒนา ประเมินผลการเติบโตอย่างสร้างสรรค์ โดยเน้นบุคลิกภาพ ความน่าเลื่อมใส ความสุขทางใจ และอุดมปัญญา มากกว่าการเปรียบเทียบแข่งขัน

ขั้นตอนที่ 5 “เมตตาธรรม” กำกับ ติดตาม และเยียวยา ใช้หลักเมตตาธรรมเป็นหัวใจของการปกครอง เน้นการป้องกัน แก้ไข ฟื้นฟู และเปิดโอกาสให้กลับตัวกลับใจ มากกว่าการลงโทษหรือผลักไส

พระครูสังฆกิจดิลก, ดร. กล่าวตอนหนึ่งว่า“เป้าหมายของการปกครอง มิใช่การคัดคนออก แต่คือการพัฒนาคนให้เติบโตที่ดีได้ พร้อมย้ำว่า ความสำเร็จของการสร้างศาสนทายาท ไม่ได้วัดจากการได้รางวัล แต่หมายถึงการที่เยาวชนสามารถอยู่ในร่มผ้ากาสาวพัสตร์ เรียนรู้ ฝึกฝน และเติบโตขึ้นเป็นคนดีของสังคมได้อย่างมั่นคงทั้งนี้ แนวคิดกอบัวโมเดลนับเป็นรูปแบบการทำงานที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในทุกพื้นที่ โดยอาศัยพลังความร่วมมือของ “บวร” และเครือข่ายชุมชนในการสร้างศาสนทายาทอย่างเป็นระบบ“โอกาสมีไว้สำหรับผู้พร้อมฝึกฝนอบรมตนเองให้เจริญ สุข ดี ด้วยกตัญญูกตเวทิตาธรรม”สามเณรในวันนี้ คือพระดีในวันหน้า และคือความมั่นคงของพระพุทธศาสนาในอนาคต”

Leave a Reply