วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙ พรุ่งนี้เวลา ๐๘.๐๐ น. ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวัง จะมีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุปสมบทสามเณรนาคหลวง ซึ่งเป็นสามเณรผู้สอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค ที่อายุไม่เกิน ๒๒ ปี
ความเป็นมาของพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุปสมบทนาคหลวง ตามประเพณีของพุทธศาสนิกชนชาวไทย ก่อนถึงเทศกาลเข้าพรรษา ผู้ชายที่มีอายุครบ ๒๐ ปี นิยมอุปสมบทในพระบวรพุทธศาสนา เพื่อรับการอบรมบ่มนิสัย ศึกษาและปฏิบัติตามพระธรรมวินัย ในราชสำนักเองก็มีธรรมเนียมการอุปสมบทที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เรียกว่า “นาคหลวง”
พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ระบุว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ ทรงสถาปนาพระบรมราชวงศ์จักรี โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระบรมมหาราชวังเป็นที่ประทับ พร้อมกับสร้างวัดพระศรีรัตนศาสดารามไว้ในพระบรมมหาราชวังสำหรับประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เมื่อพุทธศักราช ๒๓๒๕ ต่อมาในพุทธศักราช ๒๓๓๑ โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร (ภายหลังคือพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย) ทรงผนวช ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม นับเป็นนาคหลวงพระองค์แรก และเป็นราชประเพณีสืบมาว่าพระบรมวงศานุวงศ์จะทรงผนวช ณ พระอุโบสถแห่งนี้ในฐานะนาคหลวง

ในรัชกาลที่ ๑ ถึงรัชกาลที่ ๔ ยังไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีข้าราชบริพารผู้ใดได้รับพระราชทานพระมหากรุณาให้เป็นนาคหลวง จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จมื่นสราภัยสฤษฎิการ (เจิม แสง-ชูโต ภายหลังเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นจอมพล เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี) บุตรพระยาสุรศักดิ์มนตรี (แสง แสง-ชูโต) เป็นนาคหลวงอุปสมบทต่อท้ายหม่อมเจ้านาคหลวง จึงถือเป็นหลักเกณฑ์ต่อมาว่า ข้าราชการผู้มีบรรดาศักดิ์ซึ่งเป็นบุตรข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หรือผู้มีเชื้อสายราชสกุล เมื่อจะอุปสมบทต้องกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต
ในรัชกาลเดียวกันนี้เอง สามเณรปลด วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม (ภายหลังเลื่อนสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช) สอบพระปริยัติธรรมได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้เป็นนาคหลวงอุปสมบท ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และโปรดให้จัดรถม้าหลวงไปส่งยังวัดที่จำพรรษา จึงถือเป็นราชประเพณีว่า สามเณรรูปใดสอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค เมื่อมีอายุครบอุปสมบท จะโปรดให้เป็นนาคหลวง และจัดรถยนต์หลวงไปส่งยังวัดที่จำพรรษา

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อสำนักพระราชวังรวบรวมรายชื่อผู้ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนาคหลวงแล้ว จะนำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานกำหนดวันให้นาคหลวงเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทกราบถวายบังคมลา ณ พระราชฐานที่ประทับ เช่น พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน โดยนาคหลวงจัดดอกไม้ ธูปเทียนแพ แต่งเครื่องแบบปกติขาวตามยศและสังกัด เมื่อเสด็จออก ทรงมีพระบรมราโชวาทเกี่ยวกับการอุปสมบทพระราชทานแก่นาคหลวง
ถึงวันอุปสมบท นาคหลวงพร้อมกัน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังปลงผมและให้อาบน้ำแต่งตัว แล้วเดินเข้าวัดพระศรีรัตนศาสดารามทางประตูเกยหลังวัด นาคหลวงที่เป็นพระราชวงศ์และเชื้อพระวงศ์เสด็จนำหน้า มีเจ้าหน้าที่กั้นกลดขาวลายทอง ส่วนนาคหลวงที่เป็นข้าราชการตามหลัง กั้นสัปทนแดง เมื่อถึงพระอุโบสถ นาคหลวงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร แล้วถวายบังคมพระราชอาสน์ หากปีใดมีนาคหลวงทั้งฝ่ายธรรมยุติกนิกายและมหานิกาย จะแบ่งอุปสมบทเป็นช่วงเช้าและช่วงบ่าย เสร็จพิธีแล้วเจ้าหน้าที่นำพระภิกษุนาคหลวงขึ้นรถยนต์หลวงไปส่งยังวัดที่จำพรรษา

ทั้งนี้ การอุปสมบทสามเณรเปรียญธรรม ๙ ประโยค ได้มีการปรับหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๕๔๘ โดยสำนักราชเลขาธิการได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาในเรื่องการพระราชทานพระมหากรุณาในการอุปสมบทแก่สามเณรเปรียญธรรม ๙ ประโยค และตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ เป็นต้นไป ได้กำหนดแนวปฏิบัติเป็น ๒ ประการ คือ
๑. สามเณรเปรียญธรรม ๙ ประโยค อายุไม่เกิน ๒๒ ปี พระราชทานพระมหากรุณาอุปสมบทเป็น นาคหลวง ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
๒. สามเณรเปรียญธรรม ๙ ประโยค อายุเกิน ๒๒ ปี พระราชทานพระมหากรุณาอุปสมบทเป็น นาคในพระบรมราชานุเคราะห์ โดยรับพระราชทานเครื่องสมณบริขารไปประกอบพิธีอุปสมบทกรรมเอง
สำหรับสามเณรเปรียญธรรม ๙ ประโยค ที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาอุปสมบทเป็นนาคในพระบรมราชานุเคราะห์ตามข้อ ๒ นั้น กรมการศาสนาจะประสานให้แจ้งกำหนดวัน เวลา และวัดที่จะอุปสมบท เพื่อออกหมายรับสั่งและกำหนดวันรับพระราชทานเครื่องสมณบริขารไปประกอบพิธีอุปสมบทกรรมตามพระธรรมวินัยต่อไป
ข้อมูล สำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวง
ภาพ ภาพธรรมงาน การพระศาสนา / Samniang Leurmsai

Leave a Reply