วิพากษ์ผู้บริหารชุดใหม่ “มจร”

ฉับพลัน!! ที่ “มจร” เปิดชื่อรองอธิการบดี “ชุดใหม่”

ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบันแซ่ซ้อง “สาธุการ” ทั่วหล้า  ดึงคนเก่ง ฝีมือดี เข้ามาเสริมทัพได้อย่างลงตัว

ซ้ำ!! เปิดตำแหน่งใหม่รองรับ “เจ้าคุณสุทิตย์” ให้ดูแลด้าน “วิจัยและนวัตกรรม”

เจ้าคุณสุทิตย์  ถูกวางให้ดูแลด้าน “วิจัยและนวัตกรรม” เป็นการ “วางคน” ที่ตรงกับงานที่สุดแล้ว

ส่วน “เจ้าคุณสายเพชร” และ “เจ้าคุณวัลลภ”  ชื่อเสียงเรียงนามใน “มจร” ก็เป็นที่ยอมรับทุกทั่วชนชั้น

เพียงแต่ “เจ้าคุณเพชร” ไปดูแล “กิจการนิสิต” เป็นของใหม่ ต้องมี “มือดี” คอยประคับประคอง

นิสิต “มจร” ร้อยพ่อพันแม่  แค่รับมือกับ “นิสิตตุ๊ด-แต๋ว” ยังไม่นับ “นิสิตต่างชาติ” ก็ปวดกบาลแล้ว

ส่วน “เจ้าคุณวัลลภ”  เป็นพระผู้ใหญ่  “นิ่งสุขม” ดูแล “ครูสอนศีลธรรม” มาอันยาวนาน เป็นที่รักของ

น้อง ๆ  ซ้ำถือว่าเป็น “สายตรง” ของวัดประยุร อีกต่างหาก การดึง “เจ้าคุณวัลลภ” มานั่งตำแหน่ง “รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร” แปลว่า “ผู้วางเกม”  เล่นการเมืองเป็น

“ผู้เขียน” มองว่าการดึงทั้ง 3 ท่านนี้มาช่วยงาน “บริหาร” มจร ถือว่า “ได้ใจ” ถ้วนหน้า!!

หากบุคคลใดบุคลหนึ่ง “มีเรื่องเล่า” ก็ไม่มีให้เรื่องให้เล่า หรือหากมีถือว่าไม่ได้ “ติเพื่อก่อ”

แต่มี “เป้าหมาย” อื่นแอบแฝง

ขณะที่ “รองอธิการบดี” รูปอื่น ๆ เจ้าคุณสมบูรณ์ รองวิชาการ เจ้าคุณประสาร รองวางแผน  เจ้าคุณสุรศักดิ์  รองต่างประเทศ  เจ้าคุณชำนาญ รองประชาสัมพันธ์ หรือแม้กระทั้ง ดร.สุรพล สุยะพรหม

ยังอยู่ครบ!!

“ผู้เขียน”  ที่ผ่านมาร่วมงานกับ “เจ้าคุณสุรศักดิ์” หลายครา ท่านเป็นคนคิดเร็ว ทำเร็ว เป็นคนตั้งใจสูงเวลาทำงานมอง...เป้าหมายเป็นหลัก

และที่สำคัญเป็นคน “คิดนอกกรอบ”  งานฝ่าย “ต่างประเทศ” หลายปีที่ผ่านมา “โดดเด่น” เป็นอย่างมาก  จนบางรูปบางคน “ตามไม่ทัน” ถือว่าสร้างชื่อเสียงให้ “มจร” ในต่างประเทศมากหลาย

ส่วน “เจ้าคุณประสาร”  ชื่อนี้ไม่ต้อง “พูดถึง” ฉายา “อธิการน้อย”   ไม่ได้มาเล่น ๆ  เรียกได้ว่าเป็น “มือขวา” ของ  “พระพรหมวัชรธีราจารย์”   อธิการบดี มจร เป็น“มือประสานสิบทิศ” ทั้งในคณะสงฆ์และการเมือง

อธิการบดี “มจร” คิดอะไรไม่ออก  บอกใครไม่ได้ แจ้ง “เจ้าคุณประสาร” คำเดียว “จบทุกเรื่อง”

แม้แต่ตำแหน่ง “อธิการบดี” วาระที่ 3 แค่ “พระพรหมวัชรธีราจารย์” พยักหน้าอยู่ต่อ

เจ้าคุณประสาร” ก็สามารถบันดาลให้ได้

แต่ทุกอย่าง!! เจ้าคุณประสาร จะเดินบนถนน “มจร” แบบ “ปลอดโปร่ง” ได้เสียงนกเสียงกา

ต้องได้รับ “ไฟเขียว” แรงผลักดันจากรองอธิการบดีอีกท่านหนึ่ง คือ ดร.สุรพล สุยะพรหม รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป ในวัย 67 ปี ดำรงตำแหน่ง “รองอธิการบดี” มาแล้ว 3  ยุค  3  อธิการบดี

บางคนขนานนามให้ว่า “อธิการบดีฝ่ายฆราวาส”  หรือบางคนก็เปรียบเทียบไว้หมือนกับไวยาวัจกร “มจร” หรือมัคคทายกใหญ่แห่ง “มจร”

แต่สำหรับคนใน “มจร” แล้วไซร์  ยกย่องเรียกท่านว่า “อาจารย์ใหญ่”

เป็นบุรพาจารย์ท่านหนึ่งที่ “ทุ่มเท” และรัก “มจร” ยิ่งชีพ

“มจร” หลังสิ้นยุค “อ.จำนงค์ ทองประเสริฐ” ก็ได้  “ดร.สุรพล สุยะพรหม” นี่แหละ คอยถือ “หางเสือ” กำหนดทิศทาง ประคับประคอง  “มจร”  ร่วมกับ  “พระพรหมวัชรธีราจารย์ – เจ้าคุณประสาร”

ท่ามกลาง “มจร” ที่เจอมรสุมใหญ่หลายรอบ ทั้ง ขาดแคลนพระภิกษุผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้บริหาร และขาดแคลนพระนิสิตมาต่อศึกษาต่อ..

“ผู้เขียน” มองว่าการที่ “ผู้มีอำนาจ” มจร  ดึง “รองอธิการบดี” ใหม่ 3 รูปมาเสริมทีม  ซึ่งเป็นบุคคลเป็นที่ยอมรับทั้งในหมู่ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน นับได้ว่าผู้บริหารยอม “รับฟัง” เสียงเรียกร้องจาก “มวลหมู่ศิษย์เก่า” และประชาคม “มจร”   ที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง!!

การแต่งตั้งคณะผู้บริหาร “รองอธิการบดี” คราวนี้ จึงได้ใจ ทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ตำแหน่งต่อไป คือ  “คณบดี -ผู้ช่วยอธิการบดี”

หวังว่าคงได้รับเสียงแซ่ซ้องแบบนี้อีกนะครับ..

Share:

Leave a Reply