วันที่ 6 สิงหาคม 2569 ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.บรรจบ บรรณรุจิ ราชบัณฑิต ในโพสต์ข้อความในเฟชบุ๊คส่วนตัว Banjob Bannaruji – บ้านบรรณรุจิ เกี่ยวกับการจัดกิจกรรม “ปูทางสู่การตื่นรู้ธรรมนาวา ‘วัง’ เมื่อวานนี้ ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยการนิมนต์พระครูสอนศีลธรรม 4,000 รูปมาร่วมงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร “มจร” ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอีกประมาณ 500 รูป/คนว่า
มจร.สะท้านธรรมนาวา“วัง” กึกก้อง พระสอนศีลธรรม นับพัน สาธุการตอบรับ นับเป็นความสำเร็จของ โครงการธรรมะพระราชทาน ธรรมนาวา“วัง” ที่ลอยลำเข้า มจร.อีกครั้งหนึ่ง ในรูปแบบวิชาการ เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี กลับมานำทีมขึ้นเวที มจร.แหล่งวิชาการสำคัญอีกครั้งหนึ่ง ต่อหน้า ‘มหาสังฆนิบาต‘ (ที่ประชุมพระสงฆ์ระดับแกนนำและปฏิบัติการนับพันรูป)

เจ้าคุณพระกลับมาครั้งนี้ในรูป ’อุบาสิกาแก้ว’ อย่างที่ปทุมสูตรเรียกว่า ’อุปาสิการตนํ‘ ซึ่งต่างจากการปรากฏตัวครั้งแรกที่ประชุมผ่านทางทีวีเมื่อ ๓ ปีที่แล้ว (ตอนนั้น ท่านอยู่ที่เยอรมัน) ครั้งนั้นมาในภาพนายพลหญิงผู้ทรงอำนาจ เล่นเอาพระตกอกตกใจกันยกใหญ่ว่าท ’เจ้าคุณพระจะมาปฏิวัติ’
เนื่องจากสังคมไทยเราคุ้นกับภาพนายพลแต่งเครื่องแบบเต็มยศออกโทรทัศน์แล้วประกาศยึดอำนาจ
พระเทพญาณวชิรชิโนภาส (เจ้าคุณต้น) เองก็มาอย่างพระเถระธรรมดา ไม่เหมือนครั้งแรก ที่ดูเหมือนทำให้สงฆ์เข้าใจว่า ‘การกระทำครั้งนั้นทำเพื่อท่าน’
ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาทั้งเจ้าคุณพระและเจ้าคุณต้น ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า มิได้เป็นอย่างที่เข้าใจ
เรื่องนี้ืืิ อ.อำนาจ อดีต ผอ.สำนักพุทธ เกลอเก่า ผู้โชคร้าย (ที่ไม่ได้เป็น ผอ.ใหญ่สำนักพุทธ ฯ) แต่กลายเป็นโชคดีที่ไม่ต้องเข้าคุกเข้าตาราง ซึ่งอยู่ในบรรยากาศในหอประชุมใหญ่ มจร. ได้แจ้งมาทางไลน์…
“มจร.สนองงานเผยแผ่ธรรมนาวา“วัง” ขยายไปทุกวิทยาเขต วิทยาลัยสงฆ์ ทั่วประเทศ ตามโครงการนำร่องต่อเนื่อง จากปีที่ผ่านมา อย่างเต็มพิกัด ได้รับพระราชทานพระกรุณา เป็นล้นพ้นยิ่ง
ขอจงทรงพระเจริญ“
ผมตอบไปว่า “ติดตามข่าวอยู่ ยินดีด้วยมาก ๆ ที่ธรรมนาวา“วัง”ลอยลำเข้ามหาจุฬาอีกรอบอย่างเป็นวิชาการ และยินดีด้วยมากๆที่เห็นภาพเจ้าคุณพระสง่างามบนเวทีต่อหน้าพระสงฆ์นับพันในฐานะอุบาสิกาแก้ว
ขอธรรมนาวา“วัง” จงเจริญ“

อ.อำนาจว่า ”พระที่เดินทางกันมาจากจังหวัดต่างๆ ปลืมปิติกันมาก สรรเสริญท่านเจ้าคุณพระ ที่ทรงนำอุปถัมภ์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างเข้มแข็งจริงจัง นำมาคุยกันนอกวง จากกกลุ่มพระที่ออกมาฉันเพลที่ร้านอาหารนอกมหาวิทยาลัย
ผมฟังอยู่เงียบๆ ด้วยความปลื้มใจ ครับท่าน อ.บรรจบ“
และว่า “เห็นพระหนุ่มๆ กระตือรือล้นกันมาก รู้สึกดีใจไปด้วย เราเป็นผู้เฒ่าแล้ว ได้แต่ให้กำลังใจช่วยเชียร์กันอย่างเต็มที่ ครับ”
ผม (ไม่ยอมรับเรื่องเป็นผู้เฒ่า) แต่ยอมรับเรื่องพระตื่นตัว จึงตอบกลับไปว่า
“ใช่ครับ
อนุโมทนากับเจ้าคุณพระ และกราบอนุโมทนาเจ้าคุณต้น ปลาบปลื้มกับท่านด้วยที่คำสอนแนวธรรมนาวา“วัง”ที่ท่านตั้งใจสร้างขึ้นมาเป็นนวัตกรรมสำหรับเผยแผ่พระพุทธศาสนา
กำลังทอดสมออยู่ในความรู้สึกของพระสงฆ์ผู้สอนศีลธรรม“
ผมกับ อ.อำนาจ คุยกันได้แค่นี้ก็มีเสียงสวรรค์แว่วมาว่า
“วันนี้ ขอบพระคุณทุก ๆ ท่าน
ที่เมตตา”
อ.อำนาจยิ้มแฉ่ง
ความจริง คำสอนในชุดธรรมนาวา“วัง” ไม่มีอะไรแปลกใหม่ เป็นเนื้อหาที่พระส่วนใหญ่รู้มาแล้ว แต่ที่แปลกใหม่ คือ
– การเจาะลึกเนื้อหาและเชื่อมโยงเรียงร้อยเป็นเรื่องเดียวกัน
– เทคนิกการใช้คำที่คนไม่คุ้น แต่ทำความเข้าใจได้ (ถ้าไม่หมั่นไส้กันก่อน)
– วิธีการสอนที่แยบยล ตั้งเป้าหมายที่เยาวชน สามารถให้เด็ก 5 ขวบขึ้นไปเข้าถึงคำสอนได้
(ซึ่งเรื่องนี้พระสอนศีลธรรมต้องศึกษาวิธี)
สุดท้าย การทำยากให้ง่าย แต่ไม่ทิ้งเนื้อหาหลัก (พระสอนศีลธรรมก็ต้องศึกษาเหมือนกัน)
เอาละ ! ผมสรุปแค่นี้แล..
จำนวนผู้ชม : 145
More Articles
By the same author
Related Articles
From the same category
Leave a Reply