ป.ป.ช.ตีตกกรณีข้อกล่าวหา “เจ้าอาวาสวัดศาลเจ้าไก่ต่อ” นำเงินวัดให้กู้ยืม พร้อมส่งมติให้ มส.-พศ.พิจารณาแนวทางนำเงินวัดให้กู้ยืมได้หรือไม่??

ผยแพร่มติ ป.ป.ช. เสียงเอกฉันท์ตีตกข้อกล่าวหา พระครูนิสัยวุฒิธรรม เจ้าอาวาสวัดศาลเจ้าไก่ต่อ นครสวรรค์-พวก นำเงินวัดให้บุคคลหรือองค์กรกู้ยืมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย หลังพิจารณารายงานไต่สวนเบื้องต้นไม่ปรากฏข้อเท็จจริงฟังได้ว่ากระทำความผิดตามที่กล่าวหา ไม่มีมูล แต่ส่งเรื่องให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ-มหาเถรสมาคม พิจารณากำหนดแนวทางความเหมาะสมเรื่องการกู้ยืมเงินให้ชัดเจนต่อไป


สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.  เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2566 เสียงเอกฉันท์ตีตกข้อกล่าวหา พระครูนิสัยวุฒิธรรม (ผจญ ชาญชำนิ) เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดศาลเจ้าไก่ต่อ อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ กับพวก นำเงินของวัดศาลเจ้าไก่ต่อให้บุคคลหรือองค์กรกู้ยืมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

หลังพิจารณารายงานไต่สวนเบื้องต้นไม่ปรากฏว่า ข้อเท็จจริงที่จะฟังได้ว่า พระครูนิสัยวุฒิธรรม (ผจญ ชาญชำนิ) และพวกรวม 3 ราย ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป แต่เห็นชอบให้ส่งเรื่องให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และมหาเถรสมาคม พิจารณากำหนดแนวทางกรณีที่มีการนำเงินวัดให้บุคคลหรือองค์กรกู้ยืมมีความเหมาะสมที่วัดจะกระทำได้หรือไม่ต่อไป

สำนักงาน ป.ป.ช. ระบุพฤติการณ์ที่กล่าวหาว่ากระทำผิดโดยสรุปว่า เมื่อปี พ.ศ.2560 – 2561 พระครูนิสัยวุฒิธรรม ตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดศาลเจ้าไก่ต่อ อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ กับพวก มีพฤติการณ์ในการนำเงินของวัดศาลเจ้าไก่ต่อให้บุคคลหรือองค์กรกู้ยืมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้วัดศาลเจ้าไก่ต่อได้รับความเสียหาย

ผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 127/2566 เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2566 ที่ประชุมพิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ ด้วยคะแนนเสียง 5 เสียง เห็นชอบตามความเห็นของคณะผู้ไต่สวนเบื้องต้นว่า จาการไต่สวนเบื้องต้นไม่ปรากฏว่า ข้อเท็จจริงที่จะฟังได้ว่า พระครูนิสัยวุฒิธรรม (ผจญ ชาญชำนิ) ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 นายมี ชาญเชิงค้า ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และนายพงศ์พันธ์ บูลย์สิน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป

อย่างไรก็ดี  แม้ไม่มีกฎหมายห้ามมิให้วัดดำเนินการให้กู้ยืมเงินไว้โดยชัดแจ้ง แต่กรณีดังกล่าว สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้เคยประกาศห้ามมิให้ภิกษุประกอบการหากินนอกธรรมเนียมสมณะเอาไว้ ตามประกาศลงวันที่ 11 ก.พ.2456 เพื่อเป็นการป้องกันเหตุอันจะนำไปสู่การกระทำที่อาจละเมิดจริยาของพระสังฆาธิการได้ และเพื่อให้เป็นแนวทางการปฏิบัติของคณะสงฆ์เกี่ยวกับการใช้เงินวัดเพื่อหาประโยชน์ให้อยู่ในกรอบอันควรไม่นำไปสู่ความผิดพระธรรมวินัย

ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และมหาเถรสมาคม พิจารณากำหนดแนวทางกรณีที่มีการนำเงินวัดให้บุคคลหรือองค์กรกู้ยืมมีความเหมาะสมที่วัดจะกระทำได้หรือไม่ต่อไป

Leave a Reply