อธิการบดี “มจร” คาดหวังให้ “มจร” เป็นที่พึ่งของสังคม!!

วันที่ 9 สิงหาคม 2569 ณ อาคาร มวก.48 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราขวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา มีการประกอบพิธีรับพระบัญชา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก แต่งตั้งให้ พระพรหมวัชรธีราจารย์, ศ.ดร. (สมจินต์ สมฺมาปญฺโญ) ป.ธ.๙ , ศษ.บ., พธ.ม. , Ph.D. ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ รองเจ้าคณะภาค 5 รองแม่กองบาลีสนามหลวง และรองประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยต่ออีกสมัย นับเป็นการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 3 ติดต่อกัน

พร้อมกันนี้ พระพรหมวัชรธีราจารย์ อธิการบดี มจร เป็นประธานการประชุมคณาจารย์ ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ระหว่างวันที่ 9-10 สิงหาคม 2569  โดยมีคณาจารย์ทั้งพระภิกษุและฆราวาสเข้าร่วมประชุมประมาณ 1,000 รูป/คน  พระพรหมวัชรธีราจารย์ ได้ปาฐกถาเรื่อง“ นโยบายการพัฒนาคณาจารย์ มจร ในยุค AI“ ซึ่งสรุปได้ ดังนี้

1.ปฐมนิเทศเพื่อเชื่อมใจประชาคม มจร

เปิดพื้นที่ให้คณาจารย์ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคได้พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันในองค์กร

2. 139 ปี แห่งการสืบสานพระราชปณิธาน

 มจร มีพัฒนาการมายาวนาน ผ่านการเปลี่ยนแปลงและอุปสรรคต่าง ๆ พร้อมทำหน้าที่ผลิตบัณฑิตและบุคลากรที่สร้างคุณูปการต่อพระพุทธศาสนา คณะสงฆ์ และประเทศชาติ

3.สืบสานพระราชปณิธานด้านการศึกษาพระพุทธศาสนา

มุ่งจัดการศึกษาพระไตรปิฎกและวิชาชั้นสูง พัฒนาผลงานทางวิชาการด้านพระพุทธศาสนา และบูรณาการพระพุทธศาสนากับศาสตร์สมัยใหม่

4.เป็นมหาวิทยาลัยของคณะสงฆ์ไทย

ทำหน้าที่เป็นสถาบันหลักด้านการศึกษาพระพุทธศาสนา สนับสนุนการบริหารกิจการคณะสงฆ์ และร่วมขับเคลื่อนโครงการสำคัญของคณะสงฆ์ทั่วประเทศ

5.สร้างศาสนทายาทที่พร้อมรับใช้พระพุทธศาสนา

พัฒนาบุคลากรที่มีทั้งความรู้ทางพระพุทธศาสนาและศาสตร์สมัยใหม่ สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารกิจการคณะสงฆ์และพัฒนาสังคม

6.สร้างพุทธนวัตกรรมเพื่อพัฒนาจิตใจและสังคม

นำหลักพระพุทธศาสนามาสร้างนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาสังคม พัฒนาจิตใจ และสร้างสัมมาทิฏฐิให้แก่ประชาชนทุกช่วงวัย

7.พัฒนาคนรุ่นใหม่ให้ “เก่งและดี”

มุ่งสร้างเยาวชนและบัณฑิตให้มีความรู้ความสามารถควบคู่คุณธรรม มีความคิดที่ถูกต้อง และเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าต่อสังคมและประเทศชาติ

8.AI คือทั้งโอกาสและความท้าทายของอาจารย์

เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทในการเรียนการสอน การวิจัย และการทำงาน อาจารย์จำเป็นต้องปรับบทบาทและวิธีการทำงานให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง

9.อาจารย์ต้องปรับตัวในโลกยุคใหม่

บทบาทของอาจารย์ไม่ควรหยุดอยู่เพียงการถ่ายทอดความรู้ แต่ต้องสามารถเชื่อมโยงพระพุทธศาสนา ศาสตร์สมัยใหม่ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน

10.ร่วมกันทำให้ มจร เป็นที่พึ่งของสังคม

ทุกคนในองค์กรมีส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคง ความก้าวหน้า และทำให้มหาวิทยาลัยเป็นที่พึ่งของพระพุทธศาสนา คณะสงฆ์ สังคม และประเทศชาติ

ขอบคุณ ผศ.ดร.ฐานิดา มั่นคง  

Share:

Leave a Reply