วัดใหม่ยายแป้น ปลูกต้นไม้เพื่อ “แม่” ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ “พระพันปีหลวง

วันที่ 9 สิงหาคม 2569 ที่วัดใหม่ (ยายแป้น) แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานกรรมการมูลนิธิต่อต้านการทุจริต และ รองศาสตราจารย์ ดร. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมเป็นประธานในพิธีโครงการทอดผ้าป้าสามัคคี “ต้นไม้แห่งพระราชกุศลเพื่อแม่” สืบสานพระราชปณิธานตามแนวพระราชดำริ “โครงการป่ารักน้ำ” คืนความชุ่มชื้นสู่แผ่นดิน ปลูกป่าเป็นพุทธบูชา สร้างสัปปายะเพื่อพระสงฆ์และสังคม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลทักษิณานุประทานกิจแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี พระเมธีวัชรบัณฑิต (พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส) , เจ้าอาวาสวัดใหม่ (ยายแป้น) เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำกรุงเทพมหานคร แห่งที่ 79 ประธานโครงการ “นิพพานสถานธรรม” เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายนภพล มนต์มนัสสิทธิ ผู้อำนวยการเขตบางกอกน้อย คณะนิสิตปริญญาเอก รุ่น 11  หลักสูตรสตินวัตกรรมและสันติศึกษา มจร  พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และจิตอาสา เข้าร่วม

 หลังจากเสร็จพิธีทักษิณานุประทานกิจถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แล้ว ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ นำกล่าวคำถวายผ้าป่า พระเมธีวัชรบัณฑิต พิจารณาชักผ้าป่า พระสงฆ์อนุโมทนา กรวดน้ำรับพร และรับการประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ก่อนผู้เข้าร่วมพิธีจะออกไปร่วมกิจกรรมปลูกป่า “ต้นไม้แห่งพระราชกุศลเพื่อแม่” สืบสานพระราชปณิธานตามแนวพระราชดำริ “โครงการป่ารักน้ำ” คืนความชุ่มชื้นสู่แผ่นดิน ปลูกป่าเป็นพุทธบูชา สร้างสัปปายะเพื่อพระสงฆ์และสังคม

 พระเมธีวัชรบัณฑิต กล่าวสัมโมทนียกถาความสำคัญตอนหนึ่งว่า วัดใหม่ (ยายแป้น) แห่งนี้ถูกขนาบข้างด้วยวัด 2 วัด คือวัดสุวรรณาราม ด้านหนึ่งกับ วัดศรีสุดาราม ด้านหนึ่ง ทั้งสองวัดดูแลวัดใหม่ (ยายแป้น) มาตั้งแต่ 253 ปีที่แล้ว มีจารึกเป็นหลักฐานไว้ชัดเจนว่าสองวัดนี้ดูแลอุปถัมภ์วัดนี้ด้านอิฐหินปูนทราย ในส่วนเจตนารมณ์สำคัญในการจัดสร้างนิพพานสถานธรรมนั้น ย้อนไปเมื่อ 2600 ปีมาแล้ว พระพุทธเจ้าขณะเป็นสิทธัตถะโพธิสัตว์เดินลงจากภูเขาดงคสิริไปที่แม่น้ำเนรัญชรา ได้พบแม่นางสุชาดาที่มาของข้าวมธุปายาท ที่มาของต้นพระศรีมหาโพธิ์ ประโยคแรกที่พระพุทธเจ้าตรัสประโยคสำคัญก็คือ “อุรุเวราเสนานิคมนี้ช่างร่มรื่น มีแมกไม่สะพรั่ง ที่อยู่ที่อาศัยอุดมสมบูรณ์” จากแม่น้ำเนรัญชราสู่แม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย คือเจตนาที่อาตมามองเห็นสิ่งที่เป็นหมุดหมายสำคัญเพราะหน้าวัดแห่งนี้คือเจ้าพระยาสายเก่า พื้นที่ตรงนี้ท่านผู้หญิงแป้นและบริวารสร้างเอาไว้ในยุครัชกาลที่ 3 เพื่อน้อมอุทิศถวายแด่พระองค์ท่าน แต่ยังไม่ทันได้ถวาย ปี 2395 ในหลวงรัชกาลที่ 3 ท่านสวรรคต แต่พวกเราก็ดูแลวัดอารามมาตลอด 253 ปี

“การจะพัฒนาก็จะต้องมีวิสัยทัศน์ คือเราต้องการให้นิพพานสถานธรรมเป็นหมุดหมายสำคัญของให้ชุมชนเมือง “มาวาง” ปัจจุบันคนในชุมชนเมืองมีความเครียด เครียดถึงขนาดฆ่าปู่ย่าและเพื่อนทั้งเหตุจากถูกบูลลี่บ้างจากภัยยุคดิจิทัลบ้าง นี่คือทำไมอาตมาจะต้องมาพูดคุยกับศิษย์ว่าทำไมเราจะใช้พื้นที่ประมาณ 2 ไร่เศษจาก 19 ไร่ของวัด มาสร้างนิพพานสถานธรรม แต่ก็จะต้องมี Ecosystem ที่ดี ต้องมีสภาพแวดล้อมที่เป็นสัปปายะ ทั้งเรื่องต้นไม้ สายน้ำ เรื่องของพลังงานสะอาด ทั้งหมดจะถูกบูรณาการเข้ามา แต่ก็ต้องมาดูว่าพ่อเมืองท่านคิดอะไรอยู่ ตั้งแต่นโยบายชาติ นโยยานท่านผู้ว่าฯ เรื่องของขยะและสิ่งแวดล้อม จึงเป็นที่มาของการนำมาบูรณาการ อาจจะไม่ใช่สวนในเมือง แต่เมืองต้องมีสวนมีป่า ต้องไม่ลืมว่าต้นไม้คือสถานที่ทำคลอดพระพุทธเจ้า ไม่มีต้นไม้ ไม่มีป่า ไม่มีพระพุทธเจ้า ฉะนั้นพระพุทธเจ้าจึงทรงย้ำสาระสำคัญ “บัณฑิตชนผู้ชาญฉลาดทั้งหลายจะพากันสร้างที่อยู่ให้น่ารื่นรมย์ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติธรรมจากทิศทั้งสี่มาประพฤติวัตรปฏิบัติธรรมเพื่อก้าวสู่บรรลุมรรคผลนิพพาน” นี่คือที่มาทั้งหมดของเจตนารมย์ในการสร้างนิพานสถานธรรมในการสร้างนิพพานรมณีย์ เพื่อเป็นสถานที่ในการ “วาง” ความทุกข์ของคนในชุมชน..”

Share:

Leave a Reply