วันที่ 9 สิงหาคม 2569 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ร่วมกับสมัชชาพระธรรมทูตไทยในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย และวัดเขมะธีโร เมตตาวาตี จัดโครงการอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ในต่างประเทศ ณ วัดเขมะธีโร เมตตาวาตี กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดยมีชาวอินโดนีเซียสนใจสมัครเข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ จำนวน 81 คน
การนี้ พระพรหมวัชรธีรรจารย์ อธิการบดี มจร ได้มอบหมายให้พระสิทธิวัชรบัณฑิต รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ นำคณะผู้บริหาร และพระธรรมทูต เดินทางมาเป็นวิทยากรให้การอบรม ในพิธีเปิดได้รับความเมตตาจากพระครูสุคนธ์คุณวิเทศ วิ. ประธานสมัชชาพระธรรมทูตไทยในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ได้เป็นประธานพร้อมบรรยายพิเศษหัวข้อ “บทบาทธรรมทูตคฤหัสถ์ในสังคมพหุวัฒนธรรมกับการพัฒนาประเทศ” กล่าวรายงานโดย พระครูสุตรัตนบัณฑิต ,ดร. ผู้อำนวยการวิทยาลัยพระธรรมทูต มจร

พระครูสุคนธ์คุณวิเทศ วิ. กล่าวเปิดงานและบรรยายตอนหนึ่งว่า “ธรรมทูตคฤหัสถ์คือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมพหุวัฒนธรรม ผ่านบทบาทหลัก 5 ประการ ได้แก่ (1) ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต: บูรณาการวิชาการ คุณธรรม และยกระดับจิตใจอย่างต่อเนื่อง (2) พัฒนาคุณธรรมและทักษะชีวิต: เสริมสร้างวินัย ความซื่อสัตย์ และนำหลักธรรมมาปรับใช้ในชีวิตจริง (3) สร้างความเข้าใจในสังคมพหุวัฒนธรรม: เคารพความแตกต่างและสื่อสารด้วยเมตตาธรรม (4) พัฒนาผู้นำและจิตอาสา: เสริมสร้างภาวะผู้นำ เสียสละ และขยายเครือข่ายทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม (5) สนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน: ยกระดับศักยภาพมนุษย์ทั้งด้านปัญญาและจริยธรรม ธรรมทูตคฤหัสถ์ จึวถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาและพัฒนาตนเอง อันเป็นพลังสร้างสันติสุขในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน ท่านกล่าวสรุปในตอนท้าย“

ด้าน พระสิทธิวัชรบัณฑิต รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มจร และประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการฯ ได้กล่าวขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “พลังแห่งธรรมทูตคฤหัสถ์กับการพัฒนาองค์กร” โดยชี้ให้เห็นว่า การขับเคลื่อนงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ จำเป็นต้องอาศัยการเสริมสร้างพลังสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ (1)พลังแห่งเมตตาและกรุณา ในฐานะเข็มทิศเชิงจริยศาสตร์เพื่อทลายกำแพงแห่งชาติพันธุ์และอคติทางวัฒนธรรม (2)พลังแห่งปัญญา ความรู้ และข้อมูล อันเป็นอาวุธทางกลยุทธ์ในการสื่อสารธรรมยุคดิจิทัล (3) พลังแห่งมิตรภาพไร้พรมแดน เพื่อถักทอเครือข่ายพุทธบริษัทสี่ระดับสากล (4)พลังแห่งความสามัคคี ที่รวมใจภาคีเครือข่ายนานาชาติเป็นหนึ่งเดียว และ (5)พลังแห่งบุญ อันเป็นทุนทางจิตวิญญาณที่สร้างแรงขับเคลื่อนเชิงบวกจากภายใน

Mr. Suliarna, S.Ag., Ph.D. หัวหน้าสำนักงานพระพุทธศาสนา กรุงจาการ์ตา ได้กล่าวแสดงความยินดีในนามรัฐบาลอินโดนีเซีย พร้อมให้ข้อคิดสำคัญในยุคเทคโนโลยีว่า แม้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะมีความชาญฉลาดและรวดเร็ว แต่ AI ไม่ใช่มนุษย์และไม่มีจิตใจ ธรรมทูตคฤหัสถ์จึงต้องใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมืออย่างมีสติ ปัญญา และคุณธรรม โดยไม่ปล่อยให้ AI เข้ามาควบคุมวิถีชีวิต
นอกจากนี้ ท่านยังได้ฝากให้ผู้เข้าร่วมอบรมร่วมกันดูแลอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เนื่องจากเทคโนโลยีไม่อาจทดแทนธรรมชาติได้ โดยเริ่มต้นจากสิ่งใกล้ตัว เช่น การปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และลดมลพิษ เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นปัจจัยพื้นฐานในการเกื้อกูลชีวิตมนุษย์อย่างยั่งยืน

ขณะที่ Y.M. Bhante Sannano Mahathera ประธานสงฆ์วัดเหมะดีโรเมตตาวาตี ได้เน้นย้ำถึงจุดแข็งของประเทศในการหลอมรวมความหลากหลายภายใต้หลัก “Bhinneka Tunggal Ika” (เอกภาพในความหลากหลาย) พร้อมแสดงปณิธานยึดมั่นในหลัก “ปัญจสีลา” และยืนยันว่าการจัดโครงการในครั้งนี้ มุ่งมอบการศึกษาและพัฒนาศักยภาพคนเพื่อขับเคลื่อนประเทศ โดยมิได้แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนหรือกระทบต่อเอกภาพของชาติ
Romo Asun Gotama ประธานมูลนิธิวัดเหมะดีโรเมตตาวาตี ได้กล่าวถึงบริบทของอินโดนีเซียซึ่งเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ภาษา และศาสนา โดยระบุว่า หัวใจสำคัญของการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข คือการเคารพในความแตกต่าง และธรรมทูตคฤหัสถ์ทั้ง 81 คนที่ผ่านการอบรมจะเป็นกำลังสำคัญในการลงมือปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างเพื่อสร้างความเข้าใจและความสามัคคี
บรรยากาศภายในพิธีเปิดโครงการเป็นไปด้วยความอบอุ่น คึกคัก และเปี่ยมล้นด้วยศรัทธา โดยได้รับความสนใจอย่างล้นพ้นจากพุทธศาสนิกชนชาวอินโดนีเซีย ตลอดการดำเนินกิจกรรม ผู้เข้าร่วมการอบรมทั้ง 81 คน ต่างแสดงออกถึงความตั้งใจ มุ่งมั่น และรับฟังแนวคิดจากวิทยากรด้วยความตื่นตัว พร้อมทั้งเข้าร่วมทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในแต่ละช่วงอย่างพร้อมเพรียงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

บรรดาผู้เข้าร่วมการอบรมต่างถ่ายทอดความประทับใจเป็นเสียงเดียวกันว่า เนื้อหาการอบรมมีความทันสมัยและทรงคุณค่าอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการนำพุทธธรรมมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต การใช้เทคโนโลยี AI อย่างมีสติ และการสร้างสันติสุขในสังคมพหุวัฒนธรรม ภาพพลังแห่งความสามัคคีในครั้งนี้นอกจากจะสร้างมิตรภาพอันแน่นแฟ้นแล้ว ยังนับเป็นสัญญาณเริ่มต้นอันงดงามในการขับเคลื่อนเครือข่ายธรรมทูตภาคประชาชน ให้พร้อมนำคุณธรรมไปประยุกต์ใช้เพื่อเกื้อกูลสังคมและประเทศอินโดนีเซียอย่างยั่งยืนสืบไป
จำนวนผู้ชม : 68
More Articles
By the same author
Related Articles
From the same category
Leave a Reply