บันทึกบทที่ 2  คดีเงินทอนวัดสระเกศ ฯ ว่าด้วย “บุรุษปริศนา”

หลังจากเพจ “Thebuddh” ได้ลงภาพหนังสือประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ ป.ธ.9) และบันทึกว่าด้วยคดีความพระเถระวัดสระเกศ ที่มอบให้กับพระสงฆ์และผู้มาร่วมงาน ในวันครบรอบ 13 ปีแห่งวันมรณภาพของสมเด็จพระพุฒาจารย์ มีแฟนเพจและผู้มีสนใจจำนวนสอบถามมาทั้งในเพจและ อินบ็อกซ์ หลายร้อยท่าน ทางเพจต้องขออภัยว่าไม่สามารถจัดหาหนังสือให้ได้เนื่องจากหนังสือดังกล่าวไว้แจกเฉพาะภายในงานและไม่มีจำหน่าย

สิ่งที่เพจ “Thebuddh” ทำได้อย่างเดียวตอนนี้คือ คัดจากหนังสือที่แจกภายในงานออกมาเผยแพร่เป็นแบบตอน ๆ เท่าที่โอกาสจะมี เพื่อให้ทุกท่านได้ติดตามอ่าน บันทึกที่ 2

วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562

ภายในห้องสี่เหลี่ยมแสงไฟสว่างจ้า บุรุษผู้หนึ่งท่าทางสุขุม เดินเข้ามา นั่งลงบนเก้าอี้ด้านหน้า มีสตรีในเครื่องแบบคนหนึ่งถือแฟ้มเอกสารสำหรับจะให้ลงนามเดินตามมายืนอยู่ข้างหลัง ห่างออกไปทางประตูราว 5 ก้าวคนเดิน

สถานการณ์ในวันนี้ เรามีสถานะแตกต่างกันออกไป ไม่เหมือนหลายปีที่ผ่านมา “แม้คุ้นเคยกันมาก่อนแต่ก็เหมือนคนแปลกหน้า”

ครู่หนึ่งมีเสียงแทรกขึ้นมาทำลายความเงียบระหว่างเรา สอบถามถึงความเป็นอยู่ข้างในว่า “ลำบากไหม” ช่วยทำให้บรรยากาศของคนแปลกหน้าหายไป

“เหมือนคนที่เกี่ยวข้องกับเราล้วนแต่เป็นอดีตของเรา คนที่เราเคยดูแล คนที่เราเคยรักษาศรัทธา คนที่เราสอนท่องขานนาคคำแรก คนที่เราจูงมือเข้าโบสถ์ก้าวแรก คนที่เราห่มจีวรให้วันแรก คนที่เราเดินนำออกบิณฑบาตเช้าแรก และคนที่เราเคยสอน..”

วิธีครองตนอยู่ในธรรมของฆราวาสในวันบอกคืนสิกขา คือ ข้อปฏิบัติของพระภิกษุในพระพุทธศาสนากลับไปเป็นฆราวาส

แน่นอน!! เขาเป็นอดีตของเราที่หล่นหายไปนานมากแล้วมาพบกันอีกที ในวันที่เรามีฐานะเป็นผู้ต้องขัง

 “อยู่ข้างใน เป็นอย่างไรบ้าง ลำบากมากไหม”  เขาเริ่มประโยคทักทาย

“พวกท่านน่าจะทำกันแบบตรง ๆ นะ ถ้าทำกันตรง ๆ ก็คงไม่เกิด เรื่องแบบนี้”

ท่วงทำนอง คำพูด สีหน้า และแววตา สะท้อนความห่วงใย แต่คำถาม กลับเต็มไปด้วยข้อมูลที่ไม่ตรงตามข้อเท็จจริง มีข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เหมือนไปรับฟัง จากใครมาพูด หรือไม่ก็ ไม่ได้มีการศึกษาข้อมูลใด ๆ มาก่อน

“เรื่องเป็นข่าวใหญ่โตมาก เขามีหลักฐานชัดมากเลยนะ ที่นำเงินไปใช้ไม่ถูก ทั้งที่ไม่มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม แต่เอาเงินโรงเรียนพระปริยัติธรรมมาใช้ ผมก็ ไม่อยากให้พวกท่านเสียเวลา รับสารภาพได้ก็รับไป อย่าฟังทนายมาก พวกนี้ชอบยื้อเวลาไว้หลอกกินเงินค่าทนายไปเรื่อย”

แล้วเขาก็พูดอะไรอีกมากมายแสดงว่าชายผู้นี้ไม่ได้ศึกษาข้อมูลการทำงาน ของเราเลย ข้อมูลทั้งหมดที่เขาได้มา เชื่อตาม และนำมาพูด ล้วนแต่ฟังมาจากสื่อ หรือไม่ ก็มีคนให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไม่ถูกต้องมา ทั้งที่เงินวัดสระเกศรับมาเป็นเงินเผยแผ่ ไม่ใช่เงินของโครงการโรงเรียนพระปริยัติธรรมแต่อย่างใด

 เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำอะไรบางอย่าง มีการทำกันเป็นกระบวนการ ใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง และผู้ที่อยู่เบื้องหลังต้องการอะไร

“แล้ววัดอื่น ๆ และหน่วยงานราชการอื่น ๆ ที่รับเงินไปเหมือนกัน บัญชีเดียวกัน ทำไมไม่ถูกดำเนินคดี ทำไมจึงถูกดำเนินคดีเฉพาะวัดสระเกศ”

ที่ไม่ถูกดำเนินคดีก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความผิด เพียงแต่ยังไม่มีคนฟ้อง” เขาตอบ

แต่วันนี้อาตมาก็อยู่ในคุก ส่วนคนอื่นที่รับงบประมาณเช่นเดียวกัน ต่างก็อยู่ ข้างนอกกันหมด”

“จำได้ไหมที่ผมเคยบอกท่านว่า อย่าเอาหลักฐานอะไรให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ คนใดไปโดยเด็ดขาด ทำไมเขาจึงไม่ชอบพวกท่าน อาจมีการให้ข้อมูลที่ผิด จำได้ไหม ที่ผมเคยบอกว่า ถ้ามีคนพูดได้ ก็ให้พวกท่านไปทำความเข้าใจกับเขา”

อีกวันหนึ่ง หลายสัปดาห์ผ่านไป

“ทำไมไปทำกันอย่างนี้ การยักยอกเงินหลวงก็หนักอยู่แล้ว ยังแก้กันไม่ได้ แต่นี่เกิดเรื่องใหม่ขึ้นมาอีก เป็นการยักยอกเงินสาธารณะ มันโทษหนักกว่าเงินหลวงอีก เพราะนับโทษตามครั้งที่มีการชักเงินออกมา เขามีพยานจากพระเครือข่ายของ พวกท่านเอง ทั้งเรื่องที่ทำในวัด การขับไล่คนในชุมชน ก็สร้างความเดือดร้อน ให้ชาวบ้านรอบวัดไปทั่ว นี่ยังไม่รวมถึงเรื่องการเบียดเบียนพระเณรในวัดที่ไม่ใช่ พรรคพวกตัวเอง”

“เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะเป็นเรื่องที่ถูกร้องไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อดีตอัยการอาวุโสซึ่งเป็นผู้ใหญ่ด้านกฎหมายของบ้านเมืองท่านหนึ่ง เป็นคนบอกมา ดังนั้น จึงเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ ..”

พวกท่านเป็นพระเด็ก ๆ คงไม่รู้เรื่องอะไรมาก นอกจากพระผู้ใหญ่สั่ง จึงทำตามเท่านั้น

ถ้าจะให้ดีก็บอกว่า เราทำตามคำสั่งพระผู้ใหญ่ พวกพระเด็ก ๆ จะได้มีโทษ สถานเบา จะได้ออกมาเสียที จะตัดสินใจทำอย่างไร ก็ให้พวกท่านกลับไปหารือกัน จะได้ไม่ต้องอยู่ข้างในนาน อย่าไปเชื่อพวกทนาย มันชอบทำให้ยึดเยื้อเพื่อยื้อคดี ออกไปนาน ๆ เอาไว้หาเงิน

ที่จริงเราต้องการวิธีการต่อสู้คดี ไม่ได้ต้องการความเห็นอกเห็นใจ เพราะความเห็นอกเห็นใจไม่สามารถทำให้เรารอดพันจากข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรมได้ เราต้องการรู้แค่รูปแบบและขั้นตอนการต่อสู้คดีว่าเราควรจะทำอย่างไร หรือต่อสู้ ในรูปแบบไหน จะได้รับการประกันตัวได้อย่างไร ไม่ใช่คำพูดที่แสดงความเห็นใจ แล้วบอกให้รับสารภาพ และเรื่องนี้ก็ไม่ใช่การทำตามที่พระพรหมสิทธิเป็นผู้สั่ง แต่เป็นงานที่เราได้รับมอบหมายจากหลวงพ่อสมเด็จฯ ให้ทำมานานนับ 10 ปี จึงเป็นอันเข้าใจและรับรู้ร่วมกันว่า เคยทำกันมาอย่างนี้

อักษรทุกตัว พยัญชนะทุกบรรทัด ข้อความทุกหน้า เราเป็นผู้ร่างขึ้นมากับมือ ตามที่เคยทำมาในทุก ๆ ปี แล้วนำไปให้พระพรหมสิทธิ ลงนามในฐานะประธาน สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ และท่านเองก็เพิ่งมารับตำแหน่งเป็นประธานโครงการฯ ได้เพียง 2 เดือน กับ 18  วันเท่านั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่ท่านจะเป็นผู้สั่งการ

ความจริงมันเต้นอยู่ในหัวใจเรา พร้อมกับการเต้นของจังหวะหัวใจ แล้วมี คนเอาลูกศรมาวางใส่มือให้เราแทงหน้าอกทะลุเข้าไปหาความจริงในหัวใจตัวเอง เราทำไม่ได้ แต่ถ้ามีคนหยิบลูกศรมาแทงหน้าอกทะลุหัวใจเรา แล้วเราจะทำอะไรได้ การเจรจาเพื่อให้ซัดทอดและให้รับสารภาพสิ้นสุดลง พร้อมกับการเดินจากไป ของบุรุษท่าทางสุขุมในชุดสูทคนดังกล่าว

จากนั้นประตูก็ถูกปิดลง แล้วภายในห้องสี่เหลี่ยมก็ถูกปล่อยให้ความเงียบ เข้าปกคลุม และเราก็ถูกผู้คุมนำตัวกลับไปขึ้นรถผู้ต้องขัง พร้อมกับข่าวลือที่ตามมาจนถึงภายในเรือนจำว่า “พระรูปนี้ก้าวร้าว ดื้อรั้น หัวแข็ง”

เหมือนทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเรา ล้วนแต่เป็นอดีตของเรา ที่ตามมาทำให้ความอดทนและความเพียรพยายามของเราเข้มแข็งขึ้น…

Share:

Leave a Reply