วาทกรรม “คดีเงินทอนวัด” ถึงที่สุด!!

บันทึกที่ ๑๗  คดีถึงที่สุด

วันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๓ ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ๑๐๙๐๐ ได้มีหนังสือ ที่ ศย ๓๐๐.๐๐๑/(ปค) ๓๓ ออกใบสำคัญคดีถึงที่สุด ความว่า

ใบสำคัญคดีถึงที่สุดนี้ ให้ไว้เพื่อแสดงว่า คดีหมายเลขดำที่ ฟ ๙๒/๒๕๖๑ คดีหมายเลขแดงที่ ฟ ๑๗๕/๒๕๖๒ ของศาลแพ่ง ระหว่างพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ผู้ร้อง พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขโข) ผู้คัดค้านที่ ๑ ผู้ร้องไม่ติดใจที่จะยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลเกี่ยวกับรายการทรัพย์สินที่ศาลมีคำสั่งให้คืนแก่ผู้คัดค้านที่ ๑ และล่วงเลยระยะเวลาที่ศาลอนุญาตให้ผู้ร้องขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ในวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๒ ดังนั้น คดีในส่วนที่ศาลมีคำสั่งให้คืนทรัพย์สินแก่ผู้คัดค้านที่ ๑ จึงถึงที่สุดแล้ว เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๒

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๓  ผู้พิพากษาศาลแพ่ง

วันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๖ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้ออกใบสำคัญคดีถึงที่สุด ที่ ๒๑/๒๕๖๖ ความว่า

ใบสำคัญฉบับนี้ ออกให้ไว้เพื่อแสดงว่า คดีอาญาหมายเลขดำที่ อท. ๒๕๗/๒๕๖๑ หมายเลขแดงที่ อท. ๒๕/๒๕๖๓ ระหว่าง พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต ๒ โจทก์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผู้ร้อง นายพนม ศรศิลป์ ที่ ๑ กับพวกรวม ๕ คน จำเลย เรื่อง ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ จำเลยที่ ๕ ยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาพร้อมฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฎีกาและรับฎีกาไว้พิจารณา คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ ๕ ได้ยื่นคำร้องขอถอนฎีกาและคำร้องขออนุญาตฎีกา ฉบับลงวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๖ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อ่านคำสั่งศาลฎีกา เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๖ ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ ๕ ถอนฎีกา จำหน่ายคดีจากสารบบความ คดีสำหรับจำเลยที่ ๕ จึงถึงที่สุด

ออกให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๖   ผู้พิพากษา

วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้ออกใบสำคัญคดีถึงที่สุด ที่ ๓๐/๒๕๖๖ ความว่า

ใบสำคัญฉบับนี้ ออกให้ไว้เพื่อแสดงว่า คดีอาญาหมายเลขดำที่ อท. ๑๙๗/๒๕๖๑ หมายเลขแดงที่ อท. ๘๐/๒๕๖๓ ระหว่าง พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต ๒ โจทก์ พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขโข) ที่ ๑ กับพวกรวม ๘ คน จำเลย เรื่อง ความผิดต่อพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยื่นคำร้องขอฎีกา คดีจึงถึงที่สุด

ออกให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๖  ผู้พิพากษา

วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เลขที่ ๘๘/๒ ถนนเลียบทางรถไฟสายใต้ ๑ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๗๐ ได้ออกหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด ที่ ศย ๓๐๐.๐๑๒/๙๕  ความว่า

ใบสำคัญฉบับนี้ ออกให้ไว้เพื่อแสดงว่า คดีอาญาหมายเลขดำที่ อท. ๒๐๕/๒๕๖๑ หมายเลขแดงที่ อท. ๗๙/๒๕๖๓ ระหว่าง พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ พระเมธีสุทธิกร หรือพระราชอุปเสณาภรณ์ หรือพระมหาสังคม หรือสังคม ญาณวฑฺฒโน ที่ ๑ พระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือพระราชกิจจาภรณ์ หรือพระมหาเทิด หรือเทอด ญาณวชิโร ที่ ๒ นายทวิช สังข์อยู่ ที่ ๓ จำเลย เรื่อง ความผิดต่อพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา เมื่อวันที่ ๑๓ เดือน พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๗ คดีจึงถึงที่สุด

ออกให้ไว้ ณ วันที่ ๑๙ เดือน พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๗  ผู้พิพากษา

Share:

Leave a Reply