ครบรอบ 139 ปี “มจร” ให้อะไรกับสังคม??

วันนี้เป็นวันครบรอบ 139 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ “มจร” ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์สังกัด “มหานิกาย”  สถาปนา โดยองค์รัชกาลที่ 5

หลายเดือนมานี้ไม่ได้เขียนอะไรมากมายถึง “มจร”  เนื่องจากมีเหตุผลส่วนตัวคือ “หงุดหงิด” ต่อสถานการณ์บางอย่าง

แม้เมื่อหลายวันก่อนจะมีเหตุการณ์ประกวด “ดาว-เดือน” ที่ วิทยาลัยสงฆ์นครพนม เพื่อปลูกค่านิยม “นวลักษณ์”  แม้จะมีคน “มจร” อยากให้ช่วยเขียนอธิบาย ก็ไม่มีอารมณ์ที่จะเขียนและอธิบาย..

และความจริงเรื่องนี้ก็ไม่มีอะไร

เป็นปกติของสถาบันการศึกษาทั่วไปที่ “ปลูกฝัง” สร้างค่านิยมให้นิสิต โดยเฉพาะพระภิกษุให้ห่มผ้าด้วยความเรียบร้อย ตั้งอยู่ในปฎิปทาด้วยความเลื่อมใส ใฝ่เรียน ประมาณนั้น

เพียงแต่ตอนนั้นมีการพูดถึง “พระตุ๊ด -เณรแต๋ว” แล้วภาพที่สื่อออกมาจากวิทยาลัยสงฆ์นครพนม เป็นรูปพระเณรหน้าตาดี จิ้มลิ้ม!!

ผู้คนก็เลยวิจารณ์เรื่องนี้กันมากในสื่อโซเชียล

ขนาด “เจ้าคุณประสาร” ผู้บริหารส่วนกลางที่กำกับดูแลวิทยาเขต ออกหน้า “แบกรับ” ให้แทน ประมาณว่าพร้อมกับคำ “ติติง” และนำไปแก้ไขข้อผิดพลาด

โซเชียลก็ยังขุดขุ้ยและวิพากษ์วิจารณ์ต่อ!!

ฉับพลัน!  ที่วิทยาลัยสงฆ์นครพนม ออกประกาศสวนทางกับ “เจ้าคุณประสาร” ประมาณว่า “ภาพไม่ตรงปก” อ้างว่าไม่มีพระภิกษุ สามเณรรูปใดเข้าประกวด

ทัวร์ลงยับ!!!  เพราะภาพที่โพสต์โดยวิทยาลัยสงฆ์นครพนมเองมันฟ้อง!!

โชคดี “สมีโชติ” มาดับไฟที่กำลังลุกลามในสื่อโซเชียลได้ทัน!!

ไม่อย่างนั้นกระทบกับงานครบรอบ “มจร139 ปี” ทางอ้อมด้วยเป็นแน่แท้!!

เวลาเราพูดถึง “มจร”  ซึ่งคนมองว่าเป็น “มหาวิทยาลัยสงฆ์” บริหารโดยพระสงฆ์ เพื่อพระสงฆ์ เขาไม่รู้หรอกว่า “เนื้อใน” ปัจจุบัน “ฆราวาส” คุมเกือบหมดแล้ว

หลักสูตรที่เป็น “พุทธแท้” อย่าว่าแต่ “ชาวพุทธ” เลย

แม้กระทั้ง “พระภิกษุ-สามเณร” แทบไม่เรียนกันแล้ว จึงมีข่าวว่าบางสาขาวิชาปิดแล้ว!!

และประเด็นสำคัญคือ “มจร”  ขึ้นสังกัด “อว.” ไม่ได้ขึ้นกับ “มส.” 

งบประมาณทั้งหมดจ่ายโดยรัฐบาล สัดส่วนคนทำงานแม้ตอนนี้ ประมาณ 70% เป็นพระสงฆ์ อีก 30 % เป็นฆราวาส

อนาคตเชื่อเถอะ..สัดส่วนฆราวาสเพิ่มขึ้น

“ผู้เขียน” จะไม่พูดถึงบทบาทของศิษย์เก่าหรือศิษย์ปัจจุบันที่จบออกไปแล้วไปทำงานรับใช้สังคม แล้วมีชื่อเสียง หรือมีตำแหน่งใหญ่โต

การสร้างคนเป็นหน้าที่ของทุกสถาบันการศึกษาอยู่แล้ว และที่สำคัญ “มจร” ตั้งมา 139 ปี ไม่มีคนมีชื่อเสียงหรือได้รับไว้วางใจให้ทำงาน ทั้งทางในศาสนจักรและอาณาจักรในตำแหน่ง “สำคัญ” อะไรเลย

ถือว่าเป็นความล้มเหลวของ  “มจร” 

“ผู้เขียน” เป็นศิษย์เก่า มจร รุ่น 46 จบเอกรัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ เกือบ 30 ปีมาแล้ว

ยุคนั้น!! มจร ไม่มีงบประมาณมากมายเป็นพันล้านแบบนี้

ซ้ำ!! สาขาที่จบออกมา “ก.พ.” ก็ยังไม่รับรอง

บรรดาคณาจารย์ ไม่อู้ฟู่!!  ไม่มีคนนอกเข้ามาจุ้นจ้าน เรามีวัฒนธรรมดูแลซึ่งกันและกัน “แบบพี่น้อง” แบบ “อาจารย์กับลูกศิษย์” มีเมตตาและไมตรีซึ่งกันและกันแบบที่ตั้ง

ไม่คบคนด้วย..เงินหรือมีตำแหน่งเป็นใหญ่!!

ยุคนั้น!!  มจร มีบทบาททางสังคมผ่าน “องค์กรพระนิสิต” มาก เช่น บวชเณรภาคฤดูร้อน สอนศีลธรรมในโรงเรียน อบรมเนกขัมมะ ปฎิบัติศาสนกิจบนดอย วัดต่าง ๆ  ทั่วประเทศ และรวมทั้งสอนกรรมฐานให้กับผู้สนใจทั่วไป

ยุคปัจจุบัน “บทบาท” กิจกรรมเหล่านี้แม้ยังปรากฏร่อยรอยอยู่ เพียงแต่ ห่างหายไปจากสังคม ห่างหายไปจากการรับรู้ของชาวพุทธ

“มจร” ตกอยู่ภายใต้กรอบและการควบคุมของรัฐมากขึ้น

ความเป็น “จิตอาสา” ดังพระนิสิตในอดีต ดัง “มหาวิทยาลัยสงฆ์” ในอดีต หาได้ยากมากยิ่งขึ้น

กิจกรรมทุกอย่าง มีงบประมาณเป็นตัวตั้ง!!

 ปัจจุบัน “มจร”  เติบโตในมีวิทยาเขตทั่วประเทศ จำนวนของผู้เรียนทั้งภายในประเทศมากกว่า 25,000 รูป/คน นิสิตนานาชาติมากกว่า 3,000 รูป/คน  หลักสูตรพิเศษผุดขึ้นมามากมาย มีนักวิจัยเพิ่มขึ้น คณาจารย์มีคนเก่ง ๆ เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก  เนื่องจากได้รับงบสนับสนุนจากรัฐ รวมทั้งค่าหลักสูตรปริญญาเอก ปริญญาโท ถูกกว่าสถาบันการศึกษาทั่วไป

และที่สำคัญมีเงินจากหลักสูตรพิเศษส่งเข้า “มจร” แค่ 20 %  อีก 80% หลักสูตรบริหารจัดการกันเอง

จึงเป็นทีมาของคำว่า “อู้ฟู่” ของคณาจารย์ภายใน มจร

แต่ถึงอย่างไรก็แล้วแต่!!

“ผู้เขียน” ในฐานะศิษย์เก่า มองภาพรวมยังชื่นชมบทบาท “มจร”  ทั้งในการจัดงานวิสาขบูชานานาชาติ บทบาทเรื่องการสร้างความสัมพันธ์กับคณะสงฆ์ต่างประเทศ การอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ โครงการพระธรรมจาริกบนดอย ครูสอนศีลธรรมในโรงเรียน และรวมทั้งการสอนกรรมฐานกับผู้สนใจทั่วไป

“ผู้เขียน” เล่าบทบาทบางส่วนของ “มจร” ที่เป็นบทบาทเชิงสังคมในปัจจุบัน แบบเล่าเท่าที่รู้  เพื่อตอบคำถามว่า ครบรอบ139 ปี “มจร” ให้อะไรกับสังคมบ้าง!

ส่วนในแง่ของ “วิชาการ” เชิงให้ปัญญาหรือคุณธรรมแก่สังคม หรือตอบโจทย์คำถามเรื่องความเป็นมหาวิทยาลัย “กลุ่มพัฒนาปัญญาและคุณธรรมด้วยหลักศาสนา” อะไรนั่น

ใครสนใจให้ไปถามผู้บริหาร มจร กันเอาเอง!!

Share:

Leave a Reply