วันที่ 20 ตุลาคม 2569 วงการพระพุทธศาสนาและการศึกษาไทยสูญเสียปูชนียบุคคลสำคัญ เมื่อ ศาสตราจารย์พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิต นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา ปรัชญา ตรรกศาสตร์ และภาษาไทย ผู้มีคุณูปการอย่างยิ่งต่อมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 เวลา 20.50 น. ณ โรงพยาบาลศิริราช
ศาสตราจารย์พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ นับเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย นับตั้งแต่การเป็นนิสิตรุ่นแรกในปี พ.ศ. 2490 และสำเร็จการศึกษาเป็นพุทธศาสตรบัณฑิตรุ่นแรกเมื่อ พ.ศ. 2497 ก่อนก้าวสู่บทบาทครู ผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้สนับสนุนการพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายทศวรรษ
หนึ่งในคุณูปการสำคัญคือการมีส่วนร่วมวางระบบหลักสูตรสมัยใหม่ของมหาจุฬาฯ โดยนำระบบภาคการศึกษาและหน่วยกิตมาใช้ ตลอดจนการบุกเบิกการศึกษาพระพุทธศาสนาสำหรับเด็กและเยาวชนผ่านโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ และการวางรากฐานการเรียนการสอนวิชาตรรกศาสตร์และปรัชญาตะวันตก ซึ่งช่วยพัฒนากระบวนการคิดอย่างมีเหตุผลของนิสิตมหาวิทยาลัยสงฆ์

นอกจากนี้ ยังมีบทบาทในการประสานและผลักดันให้เกิดการรับรองวิทยฐานะของผู้สำเร็จการศึกษาด้านพระพุทธศาสนาในปี พ.ศ. 2527 รวมถึงการสนับสนุนกระบวนการตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2540 ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญในการพัฒนาสถานะทางกฎหมายของมหาวิทยาลัย ตลอดจนทำหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านการบริหารและรักษาอัตลักษณ์ความเป็นมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา
การจากไปของศาสตราจารย์พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ จึงมิใช่เพียงการสูญเสียราชบัณฑิตและนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ หากยังเป็นการสูญเสียบุคคลผู้มีส่วนร่วมสร้างรากฐานทางการศึกษา วัฒนธรรมองค์กร และจิตวิญญาณแห่งความกตัญญูต่อบูรพาจารย์ของมหาจุฬาฯ ซึ่งผลงานและแบบอย่างการอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนาและสังคมไทยจะยังคงเป็นมรดกทางปัญญาสืบไป
สำหรับการบำเพ็ญกุศลเบื้องต้นกำหนดสถานที่บำเพ็ญกุศล ณ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง) กรุงเทพมหานคร

ประวัติย่อและผลงานสำคัญ
ศาสตราจารย์พิเศษจำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิต เป็นบุตรคนสุดท้องของนายจุ๊ย นางเปลี่ยน ทองประเสริฐ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 พ.ค.พ.ศ.2472 ตรงกับวันแรม 9 ค่ำ เดือน 5 ณ หมู่ที่ 6 ต.บ้านยาง อ.เสาไห้ จ.สระบุรี
พ.ศ. 2495 สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค (ป.ธ.9) จากสำนักเรียนวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร
พ.ศ. 2497 สำเร็จการศึกษาพุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) รุ่นแรก ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร)
วันที่ 5 ธันวาคม 2500 ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญที่ “พระกวีวรญาณ” วัดสระเกศฯ ขณะมีอายุได้เพียง 28 ปี
พ.ศ. 2504 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท (Philosophy & SEAsia Studies) จากมหาวิทยาลัยเยล (Yale University) สหรัฐอเมริกา และดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มจร
วันที่ 1 มกราคม 2508 ลาสิกขาจากสมณเพศ เพื่อออกมารับใช้ชาติตามวิถีฆราวาสในวงการวิชาการ ภาษาไทย และปรัชญา
พ.ศ. 2533 ได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์พิเศษ สาขาวิชาปรัชญา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พ.ศ. 2538–2542 ดำรงตำแหน่งเลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน และราชบัณฑิต สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง สาขาวิชาตรรกศาสตร์
พ.ศ. 2549 รับพระราชทานปริญญาศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ศน.ด.) จากมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย (มมร.)

บทบาทปูชนียบุคคลและมรดกทางปัญญาของชาว “มจร”
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ในช่วงบุกเบิกมหาวิทยาลัยสงฆ์ ท่านได้ปฏิรูปการศึกษาคณะสงฆ์ด้วยการนำระบบทวิภาค (Semester) และระบบหน่วยกิตสากลมาใช้เป็นครั้งแรก ร่วมกับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) และเป็นผู้ดึง สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) เข้ามารับไม้ต่อในการบริหาร มจร อาทิ
1.บุกเบิกระบบการศึกษามหาวิทยาลัยสงฆ์ มีส่วนสำคัญในการพัฒนาหลักสูตรระบบภาคการศึกษาและหน่วยกิต เพื่อยกระดับการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับระบบอุดมศึกษาสมัยใหม่
2.ริเริ่มการศึกษาพระพุทธศาสนาสำหรับเยาวชน ร่วมบุกเบิกโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ของมหาจุฬาฯ ซึ่งกลายเป็นต้นแบบของการเผยแผ่พระพุทธศาสนาผ่านการศึกษานอกห้องเรียน
3.วางรากฐานวิชาตรรกศาสตร์และปรัชญา เป็นผู้สอนและพัฒนาการเรียนรู้ด้านตรรกศาสตร์ ปรัชญาตะวันตก และกระบวนการคิดอย่างมีเหตุผลแก่นิสิตมหาวิทยาลัย
4.สนับสนุนการรับรองสถานภาพมหาวิทยาลัย มีส่วนร่วมผลักดันการรับรองวิทยฐานะผู้สำเร็จการศึกษาด้านพระพุทธศาสนา และกระบวนการตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2540
5.สร้างเครือข่ายศิษย์เก่าและพัฒนาบุคลากร มีบทบาทในการก่อตั้งและบริหารสมาคมศิษย์เก่ามหาจุฬาฯ ตลอดจนประสานบุคลากรทางพระพุทธศาสนาและวิชาการให้เข้ามามีส่วนร่วมพัฒนามหาวิทยาลัย
6.สืบสานวัฒนธรรมองค์กรและความกตัญญูต่อบูรพาจารย์ มีบทบาทสำคัญในการผลักดันแนวคิดวันบูรพาจารย์ รวมทั้งให้คำปรึกษาแก่ผู้บริหารและสภามหาวิทยาลัย เพื่อรักษาอัตลักษณ์ของมหาจุฬาฯ ในฐานะมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา

ผลงานทางวิชาการ
ศาสตราจารย์พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ มีผลงานเขียน เรียบเรียง และแปลหนังสือจำนวนมาก ครอบคลุมสาขาพระพุทธศาสนา ศาสนาเปรียบเทียบ ปรัชญา ตรรกศาสตร์ ภาษาไทย และวัฒนธรรม อาทิ ตรรกศาสตร์, ปรัชญาตะวันตกสมัยโบราณ, ปรัชญาตะวันตกสมัยกลาง, ปรัชญาตะวันตกสมัยใหม่, พระพุทธศาสนากับสังคมและการเมือง, ภาษาของเรา และงานแปลชุด บ่อเกิดลัทธิประเพณี ของจีน อินเดีย และญี่ปุ่น
นอกจากนี้ ยังเผยแพร่ความรู้ภาษาไทยสู่สาธารณชนผ่านรายการวิทยุและงานวิชาการด้านการใช้ภาษาไทยอย่างต่อเนื่อง
มรดกทางปัญญาที่สืบทอดถึงคนรุ่นหลัง
ด้วยคุณูปการที่สร้างไว้ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและมูลนิธิจำนงค์ ทองประเสริฐ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม “วันจำนงค์ ทองประเสริฐ” และมอบรางวัลแก่บุคคลผู้มีผลงานดีเด่นด้านภาษาไทย พระพุทธศาสนา และปรัชญา เพื่อส่งเสริมการศึกษาและสืบสานแบบอย่างทางวิชาการ
ในโอกาสครบรอบ 90 ปี เมื่อ พ.ศ. 2562 พระพรหมบัณฑิตได้กล่าวถึงบทบาทของท่านในฐานะบุคคลผู้ร่วมสร้างรากฐานและวัฒนธรรมองค์กรของมหาจุฬาฯ ทั้งด้านการศึกษา การบริหาร การปลูกฝังความกตัญญู และการธำรงอัตลักษณ์มหาวิทยาลัยสงฆ์
ศาสตราจารย์พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ จึงเป็นมากกว่าบัณฑิตรุ่นแรกของมหาจุฬาฯ หากแต่เป็นหนึ่งในผู้ร่วมสร้างรากฐานให้มหาวิทยาลัยก้าวจากสถาบันการศึกษาสงฆ์ในยุคบุกเบิก สู่มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาที่มีสถานภาพทางกฎหมายและได้รับการยอมรับในสังคมไทย
แม้ท่านจะจากไปแล้ว แต่รากฐานการศึกษา ตำราวิชาการ และแบบอย่างความเป็นครูที่ท่านมอบไว้ ยังคงเป็นมรดกอันทรงคุณค่าแก่ชาวมหาจุฬาฯ และวงการการศึกษาไทย

ปรัชญา ภาษาไทย และธรรมะเพื่อประชาชน
สร้างคุณูปการแก่วงการภาษาไทยผ่านรายการและหนังสือชุด ภาษาของเรา, ภาษาไทยไขขาน และ ภาษาไทย 5 นาที พร้อมตำราวิชาการด้านปรัชญาและตรรกศาสตร์ที่ใช้เป็นหลักสูตรอ้างอิงในระดับอุดมศึกษาจนถึงปัจจุบัน
ตำแหน่งสำคัญในอดีต
-อดีตเลขาธิการและรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย – ผู้อำนวยการกองศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน (2522-2532),เลขานุการสำนักธรรมศาสตร์และการเมือง (2529-2539),เลขาธิการราชบัณฑิตยสถาน (2538-2542) ,สมาชิกวุฒิสภาและคณะกรรมาธิการศาสนาและวัฒนธรรมของวุฒิสภา (2539-2543) ,ประธานสำนักธรรมศาสตร์และการเมือง (2546-2548),ที่ปรึกษาอธิการบดีของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (22540-ปัจจุบัน) ,อุปนายกสภามหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งโลก (2543-2554) ,อดีตนายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย , กรรมการวิชาการของราชบัณฑิตยสถาน ,ประธานคณะกรรมการชำระพจนานุกรม,ประธานคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การใช้ภาษาไทย,ประธานคณะกรรมการทำพจนานุกรมศัพท์พระไตรปิฎก ,ที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดทำหลักเกณฑ์การใช้ราชาศัพท์ ,ที่ปรึกษาคณะบรรณาธิการทำสารานุกรมปรัชญา ,ที่ปรึกษาคณะบรรณาธิการทำนามานุกรมศาสนาสากล กรรมการศัพท์วรรณคดีไทย – กรรมการศัพท์วรรณกรรมท้องถิ่น (อีสาน) – บรรณาธิการทำสารานุกรมไทย – กรรมการที่ปรึกษานายกราชบัณฑิตยสถาน – ประธานคณะกรรมการวิชาการ กรมอาชีวศึกษา – รองประธานคณะกรรมภูมิศาสตร์ กรมแผนที่ทหาร กระทรวงกลาโหม – กรรมการที่ปรึกษาสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย,กรรมการวิชาการบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

นอกจากนี้ยังได้รับเป็น อาจารย์พิเศษวิชาภาษาไทย แก่นิสิตปริญญาเอก คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เกียรติคุณที่ได้รับ มีหลากหลาย ผลงานทางวิชการมีล้นเหลือ ซึ่งเป็นหนังสืออ้างอิงของผู้ศึกษา เช่น- วิชาศาสนา – บ่อเกิดลัทธิประเพณีจีน ภาค 1-5 บ่อเกิดลัทธิประเพณีญี่ปุ่น ภาค 1-4 บ่อเกิดลัทธิประเพณีอินเดีย ภาค 1-3 ตรรกศาสตร์ – เชนกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น – วัฒนธรรมไทย ภาษาไทย – แผนการกู้อิสรภาพของเจ้าชายสิทธิธัตถะ – ปรัชญาตะวันตกสมัยโบราณ – ปรัชญาตะวันตกสมัยกลาง – ปรัชญาตะวันตกสมัยใหม่ – ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาในลังกา – ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาในเอเชียอาคเนย์ – ปรัชญาประยุกต์ชุดจีน – ปรัชญาประยุกต์ชุดอินเดีย – ปรัชญาประยุกต์ชุดตะวันตก เป็นต้น
ด้วยเหตุดังกล่าวศิษยานุศิษย์จึงร่วมไว้อาลัยและน้อมรำลึกในคุณูปการอันยิ่งใหญ่ที่ท่านได้สร้างไว้แก่พระพุทธศาสนา และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย รวมทั้งสังคมไทยโดยรวม
จำนวนผู้ชม : 79
More Articles
By the same author
Related Articles
From the same category
Leave a Reply