วันที่ 29 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 น.ที่วัดอ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี พระธรรมวชิรสุนทร ประธานกรรมการติดตามตรวจเยี่ยมและประเมินผลโครงการวัดประชารัฐสร้างสุข หนกลาง พร้อมด้วย พระราชวัชรญาณรังษี วัดพระพุทธบาทแสงธรรม รองประธานฯ พระราชวชิรปัญญาเมธี วัดพนัญเชิง รองประธานฯ และคณะกรรมการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและประเมินผลโครงการวัดประชารัฐสร้างสุข ตามดำริของ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการวัดประชารัฐสร้างสุข โดยมี พระเทพวชิรปัญญาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดชลบุรี พระโสภณคณาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดชลบุรี (ธ.) พระครูธรรมธรอยุธยา เตชปญฺโญ เจ้าอาวาสอางศิลา พระสังฆาธิการในพื้นที่ และ นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นางพัชรินทร์ พัดทอง ผู้ตรวจราชการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หัวหน้าส่วนจังหวัด กำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารท้องถิ่นและพุทธศาสนิกชนในชุมชน ร่วมถวายการต้อนรับ

พระธรรมวชิรสุนทร เผยว่า การประเมินโครงการวัดประชารัฐสร้างสุขในเขตหนกลาง คณะกรรมการได้กำหนดไว้ 6 วัดใน 6 จังหวัด วัดอ่างศิลา จังหวัดชลบุรี ถือว่าเป็นวัดแรกที่คณะกรรมการลงประเมิน พรุ่งนี้จะลงพื้นที่วัดโพธิ์เผือก จังหวัดนนทบุรี ต่อจากนั้นจะเดินทางไปวัดพรหมคุณาราม จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสิงห์บุรี และวัดสุดท้ายคณะกรรมการจะลงพื้นที่ในวันที่ 4 คือ วัดพระพุทธเนรมิต จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นวัดสุดท้ายในเขตหนกลาง

“สำหรับการประเมินโครงการวัดประชารัฐสร้างสุข กำหนดไว้ 5 หมวด หมวดที่หนึ่ง เป็นเรื่องของประสิทธิภาพการดำเนินโครงการคณะกรรมการจะประเมินดูเรื่อง 5 ส.เป็นหลัก คือดูเรื่องวัดสวย วัดสะอาด พบเห็นแล้วมีความสุข สบายตา สุขใจ เป็นหลัก หมวดสอง จะประเมินเรื่องการพัฒนาพื้นที่ภายในวัด 9 แห่ง เช่น เรื่องป้ายวัด ระบบคลังพัสดุของวัด ห้องน้ำ การจัดเก็บขยะ สภาพแวดล้อมภายในวัด รวมทั้งระบบไฟฟ้า ระบบห้องครัว ห้องน้ำ เป็นต้น ส่วนหมวดสาม เป็นเรื่องการพัฒนาฐานข้อมูลสุขภาพของพระสงฆ์ สามเณร และชุมชน เช่น ให้วัดเป็นเขตปลอดบุหรี่ สุรา และอบายมุข ทุกชนิด หมวดที่สี่ เป็นเรื่องการอนุรักษ์ รักษาโบราณสถานภายในวัด ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น และหมวดสุดท้าย เรื่องการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านจิตใจและปัญญา ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ได้รับนโยบายมาจากเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะประธานโครงการวัดประชารัฐสร้างสุข ที่ท่านต้องการให้วัดเป็นสถานที่สัปปายะร่มรื่น สะอาดและสว่าง เป็นศูนย์กลางของชุมชนหมู่บ้านได้อย่างแท้จริง..”

ด้าน พระราชวัชรญาณรังษี ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า ตามประวัติวัดอ่างศิลาถือว่าเป็นวัดสำคัญ สร้างมาตั้งแต่ปลายกรุงศรีอยุธยา แต่เดิมแบ่งออกเป็น 2 วัด เมื่อปี 2459 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ได้รวมสองวัดเป็นวัดเดียวกัน เนื่องเหตุที่วัดอ่างศิลา เป็นวัดเก่าแก่มีโบราณสถานและสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายประการ รวมทั้งมีพิพิธภัณฑ์ด้วย จึงมีนักท่องเที่ยวมาไหว้พระมาขอพรกันมาก เหตุวัดอ่างศิลาเป็นอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวด้วย ทางวัดจึงจัดให้มีมัคคุเทศก์น้อยรองรับนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนและเด็ก ๆ รวมทั้งมีค่ายมวยสำหรับฝึกและออกกำลังกายให้กับเยาวชน เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ห่างไกลจากยาเสพติด ทั้งวัดก็มีคุณศรี หรือพระวิสุทธิสมาจาร อดีตเจ้าอาวาสอ่างศิลา เป็นพระบูรพาจารย์ เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนรอบข้างวัด จึงถือว่ามีความพร้อมหลายประการ วันนี้คณะกรรมการลงมาประเมินและติดตามโครงการวัดนี้จะเป็นอันดับหนึ่งในหนกลางหรือไม่ขอให้คณะกรรมการเป็นผู้ประเมินต่อไป.

ขณะที่ นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี การลงพื้นที่ของคณะกรรมการทุกรูปในวันนี้ ทำให้เกิดขวัญ กำลังใจ แก่คณะสงฆ์จังหวัดชลบุรี หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจน พุทธศาสนิกชนที่ร่วมกับขับเคลื่อนโครงการวัด ประชา รัฐสร้างสุข ด้วยกิจกรรม 5 ส. โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข เป็นโครงการที่เน้นการพัฒนาวัด ในด้านการบริหารจัดการวัดให้เป็นวัดกลางใจชุมชน ประกอบด้วย ภารกิจในการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน พัฒนาพื้นที่ด้วย กิจกรรม 5 ส. ให้มีความสะอาด มีมาตรฐานความสะดวก ความปลอดภัยของ พื้นที่และเสนาสนะต่าง ๆ สุขาภิบาลพื้นฐานด้านการส่งเสริมสุขภาวะและสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัยของพระสงฆ์รวมถึงให้วัดเป็นเขตปลอดอบายมุขโดยดำเนินการวางแผนเชิงบูรณาการและพัฒนาต่อยอด เพื่อให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ต่อไป..

สำหรับโครงการวัด ประชา รัฐสร้างสุข ริเริ่มโดยสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคมตั้งแต่ พ.ศ. 2561 มีการลงนาม MOU กับหลายหน่วยงาน และถือว่าเป็นหนึ่งใน 14 โครงการตามแผนปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา โดยฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคม มีมติเห็นชอบ ให้ดำเนินการเพื่อพัฒนาวัดให้เป็นสถานที่สัปปายะ เป็นแหล่งเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนา และเป็นรมณียสถาน อันเป็นความสงบทางจิตใจของพุทธศาสนิกชน โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญคือการ ส่งเสริมให้เกิดการขับเคลื่อนกิจกรรมและองค์ความรู้ 5 ส. ไปสู่การปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ การจัดการสิ่งแวดล้อมและกักษาความสะอาดภายในวัด ให้ถูกต้องตามสุขลักษณะ และการพัฒนา การเรียนรู้ทางสังคมวิถีพุทธ รวมทั้งการมีจิตอาสา เพื่อการพัฒนาสังคมนำไปสู่ความยั่งยืนต่อไป


Leave a Reply