ที่ประชุม “วันวิสาขบูชาโลก” ตีปี๊บ!! ชู “สันติภาพยั่งยืนและการปกป้องโลก” พร้อมดึง 80 ประเทศร่วมประชุมกลางปีหน้า!!

วันที่ 7  พฤศจิกายน 2569 วานนี้เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมโรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพมหานคร พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะประธานสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก (ICDV) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก (International Council for Day of Vesak: ICDV) และสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติ (International Association of Buddhist Universities: IABU) เพื่อเตรียมการจัดงานวันวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ 22 ประจำปี พ.ศ.2570 ซึ่งไทยรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดงานเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชานานาชาติ ประจำปี 2570 ระหว่างวันที่ 15–17 พฤษภาคม 2570 ภายใต้หัวข้อหลัก “พุทธปัญญาเพื่อความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน การปกป้องโลก และการสร้างสันติภาพ” โดยมี พระพรหมวัชรธีราจารย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยพระพรหมวชิรเมธาภรณ์อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, นางอุดมพร เอกเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล อธิบดี พร้อมด้วยข้าราชการ กรมการศาสนา, นายมณเธียร ธนานาถ เลขาธิการกิตติมศักดิ์ องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) และผู้แทนนานาชาติจากหลายประเทศเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

สาระสำคัญของการประชุมมี  5 ประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญ อันเป็นหัวใจหลักของการจัดงาน ดังนี้

1. การรวมพลังเครือข่ายพุทธศาสนา 80 ประเทศทั่วโลก (Global Connection & Leadership)
การประชุมได้วางกรอบการต้อนรับผู้แทนและผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศไว้อย่างเป็นระบบประมาณ 700 คน จากกว่า 80 ประเทศและเขตพื้นที่ทั่วโลก ครอบคลุมทั้งประมุขสงฆ์ ผู้นำองค์กรพุทธ และผู้นำฝ่ายบ้านเมือง เช่น สมเด็จพระสังฆราช พระมหานายกะ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีจากประเทศต่างๆ การรวมตัวกันของผู้นำระดับโลก ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงบทบาทอันโดดเด่นของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก แต่ยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือข้ามวัฒนธรรมและนิกายอย่างไร้รอยต่อ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนคุณค่าทางจิตวิญญาณสู่นโยบายและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในระดับสากล

2. กรอบพุทธปัญญาสู่วิกฤตโลกยุคใหม่ (4 Pillars of Wisdom for Global Challenges)
การจัดงานในปี 2570 ชูหัวข้อหลัก “พุทธปัญญาเพื่อความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน การปกป้องโลก และการสร้างสันติภาพ” โดยขับเคลื่อนผ่าน 4 มิติทางวิชาการที่เข้มข้น ได้แก่

2.1 ความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน: เชื่อมโยงพุทธธรรมเข้ากับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 100 ปีแห่งวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9)

2.2 การปกป้องโลกและสิ่งแวดล้อม: ส่งเสริมบทบาทพุทธธรรมและการรับผิดชอบต่อธรรมชาติเพื่อดูแลรักษาโลก

2.3 การสร้างสันติภาพ: แลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งในสังคมโลก

2.4 การศึกษาเพื่อพัฒนามนุษย์: เน้นการใช้พุทธศึกษาและการฝึกสติเป็นฐานรากของการพัฒนาชีวิตและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
กรอบทัศน์เหล่านี้เป็นการปรับนำพุทธธรรมมาประยุกต์ใช้อย่างทันสมัยเพื่อตอบโจทย์วิกฤตการณ์หลักที่โลกกำลังเผชิญอยู่ได้อย่างตรงจุด

3. เวทีเปิดกว้างสู่คนรุ่นใหม่และการเชื่อมโลกดิจิทัล (Empowerment & Digital Dissemination)

มิติมุมมองที่ทันสมัยและโดดเด่นของการประชุม คือการเปิดพื้นที่เชิงวิชาการให้แก่นักวิชาการรุ่นใหม่จาก มจร และ มมร ได้มีโอกาสขึ้นนำเสนอผลงานบนเวทีนานาชาติร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิระดับโลก นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้มีระบบจัดเก็บ รวบรวม และเผยแพร่องค์ความรู้ คำบรรยาย และบทความวิชาการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หลากหลายภาษา เพื่อให้พุทธปัญญาและงานวิจัยอันทรงคุณค่าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องประชุม แต่สามารถเข้าถึงและสร้างประโยชน์แก่สาธารณชนทั่วโลกอย่างไร้ขีดจำกัดด้านเวลาและสถานที่

4. พลังความร่วมมือระดับชาติและโครงสร้างบริหารทรงประสิทธิภาพ (Integrated National Synergy)

ความสำเร็จของการจัดงานระดับโลกจำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างบริหารที่แข็งแกร่ง ที่ประชุมมีมติเสนอแต่งตั้ง “คณะกรรมการจัดงานระดับชาติ” ผ่านการบูรณาการความร่วมมือ 3 ประสาน ได้แก่ สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, มหาเถรสมาคม (ผ่านสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ) และรัฐบาลไทย (เสนอนายกรัฐมนตรีลงนามแต่งตั้ง) โดยมี มจร รับหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการระดับชาติ ประสานงานร่วมกับฝ่ายเลขานุการสภาสากลวันวิสาขบูชา (ICDV) เพื่อเชื่อมโยงการทำงานในระดับประเทศและนานาชาติเข้าด้วยกันอย่างเป็นเอกภาพ ช่วยการันตีความพร้อมทั้งในด้านงบประมาณ พิธีการ การรักษาความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกในทุกมิติ

5. วิสัยทัศน์แห่งอนาคตและ Soft Power พระพุทธศาสนา (Future Vision & Cultural Unity)

นอกเหนือจากการเตรียมงานปี 2570 ที่ประชุมยังฉายภาพวิสัยทัศน์ไกลไปยังการพิจารณาประเทศเจ้าภาพในปี 2571 ซึ่งมีข้อเสนอสำคัญจากอินเดียและเกาหลีใต้ที่นำเสนอมุมมองการขับเคลื่อนสันติภาพในระดับภูมิภาค ควบคู่ไปกับการเปิดรับข้อเสนอเชิงสร้างสรรค์จากองค์กรพุทธต่างประเทศ (เช่น ออสเตรเลีย) ได้แก่ การจัดทำเพลงประจำงานวิสาขบูชานานาชาติ การจัดอาหารมังสวิรัติตลอดช่วงงาน การจัดช่วงสวดมนต์ร่วมกัน 3 นิกาย (เถรวาท มหายาน วัชรยาน) เพื่อแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และการจัดทำพระพุทธรูปที่ระลึกประดิษฐานในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งนับเป็นการส่งเสริม Soft Power ทางศาสนาและวัฒนธรรมอย่างงดงามและยั่งยืน

สำหรับสถานที่จัดงานที่ประชุมได้กำหนดไว้ 3 แห่ง ได้แก่

วันที่ 15 พฤษภาคม 2570 พิธีเปิด ณ มจร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบกับสาส์นจากผู้นำชาวพุทธ การปาฐกถา การอภิปรายหัวข้อหลักในรูปแบบสนทนาที่เข้าใจง่าย และการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย

วันที่ 16 พฤษภาคม 2570 การประชุมวิชาการนานาชาติ ณ มจร ภาคเช้าจัดเวทีร่วมระดับนานาชาติ (เปิดพื้นที่ให้นักวิชาการรุ่นใหม่ร่วมนำเสนอผลงาน) และภาคบ่ายแบ่งเป็นเวทีคู่ขนาน 4 ด้าน

วันที่ 17 พฤษภาคม 2570 กิจกรรมการประชุม ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร ก่อนเดินทางไปประกอบพิธีสวดมนต์และปิดงาน ณ พุทธมณฑล

 

ที่มา Phra Vajraphutthibundit Preeda
Share:

Leave a Reply