หนึ่งพรรค..หลากหลายเบอร์แถมไม่มีโลโก้พรรค

1,608 Views

โดย.. ศิขเรศวร

การออกแบบกฎหมายแบบพิสดาร ของผู้ที่ได้รับการบอกกล่าวว่าเป็นปรมาจารย์ทางด้านกฎหมาย แต่สำหรับผม อาจมองว่า เป็นผู้สร้างความหายนะด้วยกฎหมาย

เพราะทุกวันนี้  อาจารย์กฎหมายในมหาวิทยาลัย ก็แทบจะไม่มีประโยชน์ เพราะอะไร

เพราะกฎหมาย ออกมาใหม่ตลอด

คนสอนกับคนเรียน เจอพร้อมๆ กัน ศึกษาพร้อมๆ กัน

ยิ่งระบบความยุติธรรม

ทั้งอาจารย์และนักศึกษา ต่างมองด้วยความสงสัย ในมาตรฐานที่ ไร้ซึ่งมาตรฐาน

การระบุไว้ในกฎหมาย ทั้งในรัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูก ล่าสุด ที่จงใจเรื่อง เลขของผู้สมัคร ซึ่งสร้างความสับสนให้กับทุกพรรค สร้างความสับสนให้กับประชาชน สร้างความสับสนให้กับ กกต.

นับเป็นผลงานชิ้นอัปยศ หรือชิ้นโบว์แดง ก็คงจะรู้ ๆ กันดี

ปกติ การเลือกตั้งที่ผ่านๆ มา กฎหมาย ออกแบบให้คนลงคะแนนให้ ติดสินใจง่าย ไม่ยุ่งยาก เพราะวิธีการลงคะแนน

เน้นที่พรรค

การจับสลากเพื่อหาเบอร์ จะจับจากส่วนกลาง

พรรคไหนจับได้เบอร์อะไร

พรรคนั้นก็หาเสียงด้วยเบอร์นั้นเบอร์เดียว ทั้งประเทศ

คนจำก็ง่าย

โฆษณาก็ง่าย

เลือกก็ง่าย

แต่การเลือกตั้งครั้งนี้  เซียนกฎหมายที่เขาว่ากันนั้น ออกแบบมาให้คน สับสน

คือ ผู้สมัครทุกคนทุกเขตทุกพรรค ที่จะลงสมัคร สส.เขต ต้องไปจับสลาก เพื่อเลือกเบอร์ ดังนั้น แค่ในจังหวัดเดียว แต่มีหลายเขต ในแต่ละพรรคก็จะมีหลากหลายเบอร์

สมมติว่าจังหวัดไหนมี 6 เขต พรรคนั้นก็อาจได้ 6 เบอร์

ทำให้ประชาชนต้องสับสนวุ่นวาย

โดยเฉพาะพื้นที่คาบเกี่ยวในอำเภอเดียวกันนี่จะยิ่งสับสน

เพราะการหาเสียง โดยเฉพาะรถแห่ อาจวิ่งข้ามเขตไปโดยไม่รู้ตัว

ผู้สมัครพรรคเดียวกันแต่มีแต่เบอร์ต่างกัน ก็จะสร้างความสับสนให้กับประชาชน ว่าพรรคในดวงใจที่ตัวเองต้องการจะเลือก มันเบอร์อะไรกันแน่

ยังครับ  เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศสับสนเท่านี้ยังไม่พอ

ได้ข่าวว่า กกต.ก็สับสน

แต่ แต่ และ แต่ กกต.ก็ฉลาด แก้เรื่องสับสนของ กกต.ได้สำเร็จ

ด้วยการโยนความสับสนให้ประชาชนหนักยิ่งขึ้นไปกว่านั้นอีก

ทำยังไงครับ

ก็ถ้า ผู้จับสลาก มีหลายเบอร์ ถ้าต้องระบุ ว่าเขตไหนโลโก้พรรคอะไร คนสมัครชื่ออะไร กกต.ก็ต้องพิมพ์ใบลงคะแนนถึง 350 ชุด ตามจำนวนเบอร์ที่ต่างกัน

กกต.ไม่อยากให้ตนเองสับสน

ก็เลยโยนให้ประชาชนสับสนเอง ด้วย

พิมพ์มาแค่ชุดเดียว

ในใบลงคะแนน  จึงจะไม่ โลโก้พรรคใด ไม่มีชื่อพรรคใด ไม่มีรายชื่อผู้สมัครคนใด

มีแต่เบอร์ให้คนกา

โยนภาระให้คน ต้องจำเบอร์ของพรรคหรือคนที่จะเลือกเอาเอง

ที่นี่แหละชาวบ้านตาดำๆ ต้องคอยจำเบอร์ก่อนเข้าคูหา

อาจจะลำบากสำหรับผู้เฒ่า ที่ต้องท่องจำเบอร์ก่อนเข้าคูหา

แต่ก็อาจมีข้อดี ที่อาจสร้างความผิดหวังให้กับผู้ที่ซื้อเสียงบ้าง เพราะคนขายเสียง ไม่ได้สนใจว่าพรรคอะไร ชื่ออะไร สักเท่าไหร่ แต่จะกาให้ตามเงินที่คนไปซื้อเสียง เลยต้องจำเบอร์ให้แม่น

ขณะเดินเข้าคูหา อาจเดินสะดุดก้อนหิน หรือไปคุยกับเจ้าหน้าที่ในหน่วย ก็อาจจะลืมไปว่า เมื่อกี่จะกาให้เบอร์อะไร  จะออกก็ไม่ได้ ก็ต้องกามั่วๆ ไป เพราะลืมไปแล้วว่า ต้องกาให้เบอร์อะไร

เฮ้อ!! คิดแล้วก็หนักใจ เหนี่อยใจ แทนชาวบ้านตาดำ ๆ

ชาวบ้านที่ต้องมาสับสน กับพวกที่เขาเรียกกันว่า เซียนทางกฎหมาย

ก็อย่างที่บอกไว้ในตอนแรกนะครับ

เราก็จะได้รู้กันว่า นี่เป็นผลงานชิ้นอัปยศ หรือชิ้นโบว์แดง

 

////////////////////////////////////////////

Leave a Reply