ส.ส.พรรคอนาคตใหม่เข้าปรึกษา’เจ้าคุณว.วชิรเมธี’ปัญหาฝุ่นควันภาคเหนือ

เมื่อวันพุธที่ 28 สิงหาคม 2562 นายนิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วยนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลกพรรคอนาคตใหม่ และนายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงรายพรรคอนาคตใหม่ ร่วมกับ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ในพื้นที่ภาคเหนือหลายคน ร่วมลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาหมอกควัน ที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อวานนี้ และที่จังหวัดเชียงรายเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พร้อมผลักดันสนับสุนนให้เกิดระบบการแจ้งเตือนฝุ่นควันในพื้นที่ภาคเหนือที่มีประสิทธิภาพ พร้อมเข้าปรึกษาพระเมธีวชิโรดม พระเมธีวชิโรดม หรือพะมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระสิงห์ พระอารามหลวง ประธานมูลนิธิวิมุตตยาลัย ผู้อำนวยการศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน จังหวัดเชียงราย

นายเอกภพระบุว่าที่ผ่านมา ภาคประชาชนได้ต่อสู้เรื่องปัญหาฝุ่นควันมาเยอะมาก ได้ขับเคลื่อนแก้ปัญหากันด้วยสรรพกำลัง ทรัพยากร และองค์ความรู้ของชุมชนเอง จนเกิดคำถามขึ้นมาว่าทำไมภาครัฐถึงไม่ได้มีส่วนร่วมเท่าไหร่ เหตุใดถึงปล่อยให้เรื่องนี้เป็นภาระของชุมชน บัดนี้ภาคประชาชนในส่วนต่างๆเริ่มประสบความลำบากในการแก้ปัญหาโดยลำพังมาต่อเนื่อง

นายเอกภพกล่าวต่อว่าสิ่งเล็กๆที่เราเริ่มทำจากเชียงใหม่มาถึงเชียงรายวันนี้ คือการสนับสนุนให้มีการติดตั้งเครื่องตรวจวัดฝุ่นควันในระดับชุมชนต่างๆ โดยเครื่องหนึ่งก็มีราคาก็ไม่มาก ไม่เกิน 3,000 บาท ใช้งานง่าย และหากมีกระจายไปในหลายๆจุด สามารถนำไปสู่การประมวลผลวิเคราะห์ปัญหาได้อย่างครอบคลุมถูกต้องมากขึ้นด้วย ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเริ่มติดตั้งไปแล้วในบางจุด แต่ก็ยังไม่เพียงพอ

ด้านนายปดิพัทธ์กล่าวว่าในบางกรณีภาคประชาชนต้องแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง แต่ในหลายกรณีก็ไม่สามารถทำได้ ทั้งๆที่ทุกวันนี้ประชาชนผู้รับผลกระทบมีองค์ความรู้ในการจัดการปัญหามานานแล้ว สามารถตัดสินใจเองได้หากมีอำนาจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้คือรัฐส่วนกลางกลายเป็นคนมาตัดสินใจแทนคนท้องถิ่น ซึ่งไม่เพียงแค่ตัดสินใจอย่างไม่ถูกต้อง แต่กลับเป็นการสร้างปัญหาขึ้นมาซ้ำเติมด้วย

นายเอกภพกล่าวเสริมว่าเช่นในเรื่องของการดับไฟป่า ซึ่งเป็นต้นเหตุหนึ่งของปัญหาฝุ่นควัน การไปไฟดับต้องรอคำสั่งจากใครบางคนที่มีอำนาจจากส่วนกลาง คนที่เข้าไปดับไฟก็คืออาสาสมัครที่เป็นคนในชุมชน ที่ต้องประสบกับผลกระทบอยู่แล้ว และต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงในการดับไฟป่าอีก ซึ่งตนมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่แฟร์กับประชาชน

นายเอกภพกล่าวต่อว่าในฐานะ ส.ส. สิ่งที่เราสามารถทำทันทีได้คือการทำให้ทุกคนตระหนักรู้ว่าเป็นปัญหาร่วมกันของชุมชน และการรับมือในปัญหาฝุ่นควันที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีนี้ ในอีกสองสามเดือนที่จะมาถึงข้างหน้านี้ สิ่งที่เริ่มต้นทำได้ทันที ก็คือการติดเครื่องวัดฝุ่นควันให้กระจายไปทั่วภาคเหนือ และสร้างระบบการแจ้งเตือนที่มีประสิทธิภาพขึ้นมา ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมี และหลายครั้งก็มีการให้ข้อมูลที่ผิดพลาดอีก

สิ่งที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่กำลังทำอยู่ในวันนี้ คือการสนับสนุนให้มีการติดตั้งเครื่องวัดให้ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุดที่จะเป็นไปได้ สำหรับผู้มีมีกำลังทรัพย์ช่วยเหลือในส่วนนี้ได้ ตนก็อยากให้มาร่วมกันในการผลักดันเรื่องนี้ให้เกิดขึ้น อย่างในเฉพาะเชียงรายจังหวัดเดียว เราต้องการเครื่องวัดฝุ่นควันประมาณ 50-100 เครื่อง เพื่อให้นักวิจัยนำไปผลิตและติดตั้ง

ด้านนายนิติพล ระบุว่าสำหรับกลไกในสภาผู้แทนราษฎรนั้น ปัจจุบันนี้เริ่มมีการพูดถึงร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดกันบ้างแล้ว แต่ร่างในปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมถึงคนและสัตว์ อีกทั้งตัวร่างที่มีส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การแก้ปัญหาในเมืองใหญ่ ควันจากโรงงานอุตสาหกรรม เครื่องยนต์ดีเซล แต่สิ่งที่สมควรจะเพิ่มเข้าไปก็คืออากาศในพื้นที่ชุมชน ที่ควรต้องมีการครอบคลุมให้ถึงด้วย

ส่วนนายปดิพัทธ์ระบุว่านอกจากนี้ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่กำลังเตรียมญัตติเกี่ยวกับเรื่องนี้รอไว้แล้ว เพื่อให้เกิดการอภิปรายที่จะนำไปสู่มาตรการแก้ปัญหา เรื่องนี้ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ก็จะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ญัตติ มีผลให้รัฐบาลตัดสินใจได้ดีขึ้น หรือหากยังไม่เกิดการแก้ปัญหาอย่างจริงจังขึ้นมา ก็อาจจะต้องมีกระทู้ถามไปถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกลไกกรรมาธิการสามัญด้านสิ่งแวดล้อม ที่จะต้องผลักดันเรื่องนี้เข้าไปพร้อมๆกัน

Leave a Reply