พระภิกษุวัดสร้อยทองโพสต์ถึง “มหาสมปอง-มหาไพรวัลย์”

1,686 Views

เมื่อวานนี้ (6 พ.ค.64) ผู้ใช้เพชบุ๊คนามว่า Wanlop Boonlom ได้เล่าถึงชีวิต “พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต และ พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ” ซึ่งอาศัยอยู่วัดสร้อยทองด้วยกัน อีกแง่มุมหนึ่งของชีวิตในการทำงาน ว่า

#พระมหาสมปอง เมื่อครั้งที่ยังไม่มีชื่อเสียง เป็นคนชอบเทศน์บรรยาย และทำกิจกรรมเข้าค่ายพุทธบุตรตั้งแต่ยังเป็นสามเณร มีโยมถวายปัจจัยบ้างไม่ถวายปัจจัยบ้างก็ไม่เคยเกี่ยงที่จะทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา ถึงขั้นต้องทำจดหมายเพื่อขอเข้าบรรยายในสถานศึกษา และถูกปฏิเสธมากกว่าตอบรับ ท่านก็ยังคงทำหน้าที่เผยแผ่ธรรมจนกระทั่งมีชื่อเสียงในปัจจุบันนี้

#พระมหาไพรวัลย์ จากสามเณรที่ไม่ค่อยพูดจา ไม่ค่อยสุงสิงกับใครยกเว้นกับหลวงพี่และเพื่อนสามเณรที่สนิทเท่านั้น จนกระทั่งมีชื่อเสียงจากการโพสต์รูปแซนด์วิชบนฝาบาตร กลายเป็นประเด็นทางสังคมอันเนื่องจากสถานการณ์การเมืองที่ไม่ปกติ และปัจจุบันท่านมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศเช่นเดียวกับท่านพระมหาสมปอง
บทบาทของท่านทั้งสองรูปนี้อาจไม่เป็นที่คุ้นเคยสำหรับคนรุ่นเก่าไม่ว่าจะเป็นคณะสงฆ์ด้วยกัน และญาติโยมที่มุ่งหวังให้ท่านอยู่ในกรอบประเพณีที่คณะสงฆ์รุ่นต่อรุ่นยึดถือกันมา
แต่ในขณะเดียวกัน ท่านทั้งสองรูปกลับกลายเป็นที่ชื่นชอบในหมู่คนรุ่นใหม่ด้วยการนำเสนอธรรมะในรูปแบบที่แตกต่าง มีการสอดแทรกความทันสมัย ทันโลก และนำเสนอประเด็นทางสังคม การเมือง เศรษฐกิจวัฒนธรรมเข้ากับเนื้อหาธรรมะที่ทำให้น่าสนใจ ไม่น่าเบื่อ

ดังนั้น จึงมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งท่านทั้งสองรูปก็รับทราบและเข้าใจในความธรรมดาของโลกธรรม และยังคงทำหน้าที่ของท่านอยู่อย่างนั้นต่อไปด้วยแนวคิด “จะเอาธรรมะไปสอนเขาก็ต้องตามให้ทันเขา”

เหตุการณ์ที่ท่านทั้งสองกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ ก็เป็นเหมือนดั่งกับอดีตที่ผ่านมาที่มีพระสงฆ์หัวก้าวหน้าและมีบทบาทนำต่อชุมชน จนฝ่ายรัฐเห็นว่านานไปอาจเป็นปัญหาต่อการปกครอง เช่นกรณีครูบาศรีวิชัย พระอริยสงฆ์แห่งล้านนา และหลวงพ่อสมเด็จอาจ อาสภะมหาเถระ ถูกกลั่นแกล้งจากฝ่ายรัฐในสมัยนั้น

#การห้ามพระสงฆ์ยุ่งกับการเมือง อาจเป็นความย้อนแย้ง เพราะ พรบ.คณะสงฆ์ก็มาจากการเมือง มหาเถรสมาคมก็มาจากการเมือง และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็เกิดจากการเรียกร้องของพระหนุ่มสามเณรน้อย ซึ่งก็เป็นเรื่องการเมืองเช่นเดียวกัน

#ในฐานะเพื่อนสหธรรมิกร่วมวัดสร้อยทอง ขอเป็นกำลังใจให้ท่านทั้งสองรูปได้ทำหน้าที่พุทธบุตรเผยแผ่พระศาสนาเพื่อชี้ทางออกบอกทางธรรม อันจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมต่อไป.

Leave a Reply