พุทธเวียดนาม (1)

วันที่ 24 ม.ค.64   พุทธเวียดนามตอน 1 เขียนโดย คุณนิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย เว็บไซต์ข่าวศาสนา “thebuddh” เห็นว่าเนื้อความน่าสนใจเป็นอย่างมากเกี่ยวกับประวัติศาสตร์พุทธศาสนาในประเทศเวียดนาม จึงขอนำมาเผยแพร่ต่อดังนี้

ศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งฝรั่งเศสออกแถลงการณ์ว่า ติช นัท ฮันห์ อายุ 95 ปี พระภิกษุนิกายเซนชาวเวียดนาม ผู้นำทางจิตวิญญาณที่ทรงอิทธิพลท่านหนึ่งของโลก มรณภาพเมื่อ 00.00 น. ของเสาร์ 22 มกราคม 2565

ผมขอแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการมรณภาพของท่านติช นัท ฮันห์ มา ณ โอกาสนี้
เวียดนามเป็นประเทศเดียวในสุวรรณภูมิที่ผู้คนนับถือศาสนาพุทธนิกายมหายานอย่างต่อเนื่องไม่เคยขาดช่วง ไม่เหมือนชาวไทย ลาว กัมพูชา และพม่า ที่เคยนับถือศาสนาพุทธแบบมหายาน ก่อนที่จะหันมานับถือศาสนาพุทธแบบเถรวาทอย่างในปัจจุบัน

ฝรั่งเศสนำศาสนาคริสต์เข้าเวียดนามพร้อมทั้งสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล และสถานสงเคราะห์ โน้มน้าวให้ชาวญวนพุทธเปลี่ยนศาสนา

เมื่อเป็นชาวญวนคริสต์แล้วก็เชื่อฟังแต่พระสันตะปาปาที่กรุงโรมมากกว่ากษัตริย์ญวน จักรพรรดิหมิ่นหม่างจึงต่อต้านบาทหลวงและฟื้นฟูลัทธิขงจื๊อและลัทธิท้องถิ่น

กษัตริย์องค์ต่อมาคือจักรพรรดิเทียวตรีกวาดล้างชาวคริสต์ ชาวญวนคริสต์จึงร้องเรียนไปยังฝรั่งเศส รัฐบาลฝรั่งเศสจึงถือเอาความขัดแย้งนี้เข้ามายึดแผ่นดินเวียดนาม โดยอ้างว่าเพื่อปกป้องชาวคริสต์ แต่ยึดได้เฉพาะไซ่ง่อน

ฝรั่งเศสใช้วิธีการเพิ่มจำนวนชาวคริสต์ในดินแดนที่ตนจะเข้ายึด หลังจากยึดไซง่อนได้ใน พ.ศ.2402 แล้ว ฝรั่งเศสใช้เวลานาน 24 ปีเร่งเพิ่มจำนวนชาวญวนคริสต์ พ.ศ.2426 จึงสามารถยึดเวียดนามได้ทั้งประเทศ

พระภิกษุและชาวญวนพุทธพยายามต่อต้านอิทธิพลฝรั่งเศส แต่กษัตริย์เบาด๋ายที่นับถือลัทธิขงจื๊อทรงงอพระหัตถ์งอพระบาท (งอมืองอเท้า) ในการช่วยชาวญวนพุทธ ชาวญวนพุทธจึงแพ้ฝรั่งเศส
บั้นปลายท้ายที่สุด ก็พังกันทั้งสถาบันกษัตริย์ญวนและชาวญวนพุทธ

ฝรั่งเศสออกกฎหมายไม่ให้สร้างวัดใหม่ ไม่ให้บวชพระเพิ่ม ข้าราชการที่จะรับตำแหน่งระดับสูงต้องเปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์ ทำให้ต่อมา ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทั้งประเทศซึ่งนับถือศาสนาคริสต์คุกคามชาวพุทธรุนแรง

การจะให้พุทธซึ่งเป็นศาสนาดั้งเดิมของเวียดนามมีอิทธิพลลงลด ต้องเริ่มที่ภาษา
บาทหลวงอเล็กซานเดอร์ เดอโรดส์ จึงนำตัวอักษรละตินมาเขียนทับศัพท์ในภาษาญวน โดยเรียกว่าอักษรกวั๊กงือที่แปลว่าอักษรแห่งชาติ

ระยะแรกอักษรกวั๊กงือถูกนำมาใช้เฉพาะในหมู่ชาวคาทอลิก แต่สุดท้ายก็ถูกใช้แทนอักษรญวนทั้งหมด ภาษาเวียดนามจึงใช้ตัวอักษรละตินจนทุกวันนี้

มีความพยายามตั้งศาสนาใหม่ที่ผสมผสานคำสอนของศาสนาพุทธและคริสต์ ลัทธิเต๋าและขงจื๊อ เรียกว่าศาสนากาวด่าย (คำย่อของใด๋ด่าวตามกี่โฟโด่ที่แปลว่าศาสนายิ่งใหญ่แห่งยุคที่ 3 ของแสงสว่างและความรอดพ้น)

พวกกาวด่ายบอกว่าคำสอนพระเจ้าที่ประทานลงมานั้นแบ่งเป็น 3 ยุค ยุคที่ 1 สอนโดยพระพุทธเจ้าทีปังกร ยุคที่ 2 สอนโดยพระพุทธเจ้าศากยมุนี เล่าจื๊อ ขงจื๊อ และพระเยซู ส่วนยุคที่ 3 พระเจ้าไม่ได้มาในรูปร่างที่เป็นมนุษย์เหมือนทั้งสองยุคที่ผ่านมา

ต่อมามีลัทธิหัวเหา หัวเหายอมรับว่าพวกตนเป็นคนพุทธและต่อต้านฝรั่งเศส ฝรั่งเศสปราบปรามพวกหัวเหาจนผู้นำลัทธินี้ต้องหนีไปอยู่ญี่ปุ่น

ต่อมาคณะสงฆ์และนักปราชญ์ชาวพุทธรวมตัวกันตั้งพุทธสมาคมเพื่อการปลดปล่อยแห่งชาติเวียดนาม เน้นเรื่องชาตินิยมและงานสังคมสงเคราะห์ บริจาคโลหิต บริจาคเสื้อผ้าอาหารให้กองทัพและชาวบ้านแข่งกับศาสนาคริสต์

พ.ศ.2497 เวียดนามได้รับเอกราช แต่ชาติใหม่ก็ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ทางเหนือเป็นคอมมิวนิสต์ ทางใต้เป็นทุนนิยมเสรี

ประธานาธิบดีเวียดนามใต้ผู้ได้รับการอุปถัมภ์จากสหรัฐคือนายพลโงดินห์เดียมประกาศตนเป็นศัตรูกับชาวพุทธ ทั้งที่ตระกูลตัวเองเคยเป็นชาวพุทธที่นับถือคู่กับลัทธิขงจื๊อมาก่อน แต่มาเข้ารีตเป็นชาวคริสต์ในรุ่นพ่อ

โงดินห์เดียมสั่งให้ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งสูงต้องเปลี่ยนศาสนา ห้ามเผยแผ่กิจกรรมพุทธศาสนาในที่สาธารณะ ห้ามฉลองวันสำคัญทางพุทธศาสนา

พ.ศ.2506 โงดินห์ถึก น้องชายของโงห์ดินเดียมบินไปกรุงวาติกันเพื่อถวายรายงานให้พระสันตะปาปาทรงทราบว่า “ประชาชนเวียดนามเป็นประชากรของพระเจ้า ล้วนเคารพในพระเจ้า และจะซื่อสัตย์ต่อพระสันตะปาปา”

พรุ่งนี้มาต่อครับ.

Leave a Reply