หลวงพ่อเณร ผู้เป็นเอตทัคคะด้าน “การรักษาศรัทธา”

มีคนส่งไลน์มาว่า “หลวงพ่อเณร” หรือ พระเทพประสิทธิมนต์ เจ้าอาวาสวัดศรีสุดาราม มีคนบริจาคเงินให้ 120 ล้านบาท เพื่อไปสร้างอาคาร โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ หากจำไม่ผิดคนบริจาคชื่อ “กมล ภูริปรีชานนท์” อายุ 90 ปี อดีตข้าราชการกรมโยธาธิการ ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือ “หลวงพ่อเณร” มาอันยาวนาน

“หลวงพ่อเณร” ท่านเป็น “นักสร้าง” มีเอตทัคคะด้าน “สาธารณสงเคราะห์” และ “การรักษาศรัทธา” ชาวพุทธหลายคนจึงนิยมถวายเงินให้ท่านเป็น “สะพานบุญ” เพื่อทำกิจกรรมสังคมสงเคราะห์หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโรงพยาบาล, สร้างพุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์จังหวัดนครนายก, ซ่อมแซมหอประชุมพุทธมณฑลที่ร้างหลายปี ดังนี้เป็นต้น เหตุผลที่นิยมไปถวายให้ท่านเป็นสะพานบุญเพราะเชื่อว่า “ไม่มีรั่วไหล” ให้คนใกล้ชิด เป็นไปตามวัตถุประสงค์เต็มเม็ดเต็มหน่วย..

“เปรียญสิบ” ยุคที่ทำงานอยู่ช่อง NBT เวลาท่านมาออกรายการ เจอท่านในบางคราว พร้อมทั้ง “รายงานตัว” ว่า เป็นลูกศิษย์ท่าน เพราะท่านมี “บุญคุณ” สร้าง มจร ศูนย์วัดศรีสุดาราม ให้ “เปรียญสิบ” เรียนจบที่นั้น แต่ส่วนใหญ่ท่านชอบมาออกรายการเวลา 04.00-05.00 น. ถามคนผลิตรายการบอกว่า “หลวงพ่อ” บอกว่า คนศรัทธาคนชอบทำบุญ…ตื่นเช้า โดยยกตัวอย่างคนทำกับข้าวเตรียมใส่บาตร ส่วนคนวัยกลางคน วัยทำงาน น้อยนักที่จะชื่นชอบทำบุญ

“ล่าสุด” มีภาพ “คุณหญิงสมปอง วรรณิสสร” ไปทำบุญอัฐิให้กับ “นพ.รัศมี วรรณิสสร” ผู้เป็นสามีที่ “หลวงพ่อเณร” สร้างศาลาพร้อมเจดีย์ขนาดเล็กเก็บอัฐิไว้ที่วัดศรีสุดาราม กินยาวอีก 50 ปีก็ไม่มีวันหมด

ในขณะที่ “มจร” ซึ่ง นพ.รัศมี-คุณหญิงสมปอง วรรณิสสร เป็นผู้บริจาคที่ดินให้ประมาณ 84 ไร่ ที่อำเภอวังน้อย จังหวัดนครศรีอยุธยา รวมทั้ง “มมร” ไม่สามารถรักษาศรัทธาไว้ได้ “น่าเสียดาย”

“เปรียญสิบ” อยากให้พระหนุ่มเณรน้อย ดูแบบอย่างของ “หลวงพ่อเณร” ไว้ให้ดีๆ ในการรักษาศรัทธาของผู้คน เท่าที่ทราบหลวงพ่อเณร ท่านมีคติอย่างน้อย 4 ประการคือ ตั้งใจพูดคุย, อารมณ์แจ่มใส่, วาจาไพเราะ และสุดท้าย สงเคราะห์เอื้อเฟื้อเท่าที่จำเป็น

อันนี้เป็นเทคนิคในการสร้างมนุษย์สัมพันธ์ทั่วไป ไม่ใช่การ “ประจบคฤหัสถ์”

เทคนิคแบบนี้ มีพระภิกษุอีกรูปหนึ่งที่พระหนุ่มเณรน้อยควรเอาแบบอย่างคือ “พระพรหมบัณฑิต” พระพรหมบัณฑิตเป็นคนจำชื่อคนได้แม่น เจอหน้า “เปรียญสิบ” ทุกครั้งทักชื่อจริงทุกครั้ง และทักด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสไม่มีอารมณ์ของความเบื่อหน่าย หรือรู้สึกไม่อยาก “รับแขก”

ไม่เหมือน “พระสมเด็จบางรูป” มีพรรคพวกมาแจ้งว่า ไปกราบท่าน “ถูกตวาด” ไล่กลับไม่ยอมพูดคุยก็มี

หรือ “พระสมเด็จบางรูป” จะพบแต่ละครั้ง “เจ้ายศ เจ้าอย่าง” ต้องแจ้งผ่านเลขาฯ พร้อมแจ้งวัตถุประสงค์ในการขอเข้าพบ กลายเป็น “คางคกขึ้นวอ” ไปฉิบ!!

“หลวงพ่อเณร” หรือ “พระเทพประสิทธิมนต์” เป็นแบบอย่างที่ดีของพระภิกษุสามเณรในยุคปัจจุบัน ทั้งในด้านสาธารณสงเคราะห์ การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อมนุษย์ การรักษาศรัทธาของญาติโยม หรือแม้กระทั่ง “การคบมิตร” ไม่เชื่อไปถาม “พระพรหมดิลก” ดู…จริงไหม!!!

……………………………………………..

คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง

โดย…“เปรียญสิบ”: [email protected]

Leave a Reply