เล่าเรื่องสนามสอบ “วัดสามพระยา”

ก่อนอื่น “ผู้เขียน”  ในฐานะคนเคยเข้าเรียนและเคยผ่านสนามสอบบาลี “วัดสามพระยา” ขอชื่นชมเจ้าของสนามสอบคือ “พระพรหมมดิลก” และ “กรรมการคุมสอบ” แม้กระทั้ง “สามเณร” ผู้ช่วยคุมสอบ

ที่สามารถจัดการกับ “ผู้ทุจริตสอบ” ได้

สนามสอบวัดสามพระยา ถือว่าเป็นสนามสอบระดับ “เปรียญเอก” ที่ได้ชื่อว่า “เข้ม” และ “ขลัง” ที่สุด

ยุคผู้เขียนสอบสนามวัดสามพระยา “เข้มข้น” กว่ายุคปัจจุบันมาก

จำภาพได้ติดตา “ห้องน้ำ” กั้นฉากด้วย “ผ้าจีวร” และวาง “กระโถน” ไว้สำหรับ..ปลดทุกข์เบา

หากจำไม่ผิด!! หลังแจกข้อสอบนั่งสอบไม่ถึง 30 นาที ห้ามออกจากห้องสอบ

ระเบียบนี้ไม่มี “ยกเว้น” แม้กระทั้งคน “ทำเสร็จก่อน” หรือ “ตอบไม่ได้” ก็ให้นั่ง “สมาธิ” แค่เล็บอยู่ตรงที่นั่ง ห้ามลุกออกจากห้องสอบเด็ดขาด

การจับ “ผู้ทุจริตสอบ” ได้ในคราวนี้

“ผู้เขียน” จึงขอยกย่อง “ผู้คุมสอบ” สนามวัดสามพระยาว่า รักษามาตรฐานไว้ได้..อย่างดียิ่ง

การจับ “ผู้ทุจริตสอบ” ได้ถือว่า เป็นการรักษา “เกียรติภูมิ” แห่งการศึกษาบาลี และ

สืบทอดกฎระเบียบที่พระบุรพาจารย์ตั้งแต่ “สมเด็จฟื้น” ไว้อย่างเคร่งครัด

“ผู้เขียน” หลังเกิดเหตุคุยกับ “ผู้คุมสอบ” ที่จับ “ผู้ทุจริตสอบ” โดยตรง จึงรู้ว่าสนามสอบบาลีวัดสามพระยา ยังคงรักษาไว้อย่าง “เคร่งครัด” และมีมาตรฐานสูงยิ่ง

การจับ “ทุจริตสอบ” ครั้งนี้ได้โดยไม่สนใจว่า “ผู้ทุจริตสอบ” นั่นมาจาก “วัดใหญ่หรือวัดเล็ก”  แสดงถึง “ความกล้า” และ “ความเด็ดเดี่ยว” ทั้งผู้จับและผู้คุมสอบ

และเจ้าของสนามสอบคือ “พระพรหมดิลก”

สมแล้วที่ “มหาเถรสมาคม” ให้ความไว้วางใจ “วัดสามพระยา” ให้เป็นสถานที่สอบบาลีสนามหลวงระดับ “เปรียญเอก”

ส่วนเรียกร้องให้ “พระพรหมโมลี” แสดงความรับผิดชอบ

“ผู้เขียน” ขอไม่เห็นด้วย เนื่องจากมันเป็นเรื่อง “ส่วนบุคคล”

ส่วนกระบวนการจัดการ “ผู้ทุจริต” สอบนั่น ก็ให้เป็นไปตามที่สำนักงานแม่กองบาลี ออกประกาศ คือ หนึ่ง หากผู้ทุจริตสอบต้อง  “ยุติ” การสอบของผู้นั่นและเชิญออกสนามโดยทันที สอง ให้กรรมการกำกับห้องสอบรายงานพฤติการณ์และข้อมูลของผู้กระทำทุจริตต่อประธานสนามสอบหรือผู้นำประโยคบาลีสนามหลวง สาม ประธานสนามสอบหรือผู้นำประโยคบาลีสนามหลวงได้พิจารณาข้อเท็จจริงแล้ว ให้จัดทำหนังสือรายงาน ระบุเลขที่นั่งสอบหรือชื่อผู้เข้าสอบ พฤติการณ์แห่งการทุจริต พร้อมหลักฐาน (ถ้ามี) ส่งมายังสำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวง และ สี่ สำนักแม่กองบาลีสนามหลวง ตั้งคณะกรรมการพิจารณาและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ รวมทั้งลงโทษผู้ประพฤติทุจริตตามระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

ระเบียบ “วางไว้” อย่างไร กระบวนการก็ให้เป็นไปตามนั่น เพราะระเบียบคือ “เจตนาร่วม” และกฎเกณฑ์ขององค์กรนั่น ๆ ผู้รักความยุติธรรมจะ “ใจร้อน” ไม่ได้

“ผู้เขียน” ได้รับสัญญาณจาก “ผู้ทรงอำนาจ” ในคณะสงฆ์ว่า..เรื่องนี้คณะสงฆ์จัดการให้เอง ไม่มีข้อยกเว้น บางรูปเป็นพระสังฆาธิการ อาจตัดสิทธิเข้าสอบถึง 10 ปี โทษมากกว่าปกติที่สำนักแม่กองบาลีประกาศไว้ 5 ปี

“ผู้เขียน”  จึงขอให้พวกเราทั้งพระภิกษุสงฆ์และชาวพุทธจึงเชื่อมั่นสนามสอบบาลี “วัดสามพระยา” ยังคง “เข้มข้น” และ “ขลัง” ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง!!

และปีหน้าเชื่อว่า “ทุกสนามสอบ” เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ต้อง เข้มข้นกว่าเดิม

ส่วน “ผู้ทุจริตสอบ” และ “วัด” ที่โซเซียลพูดถึง ขอให้ยอมรับความเป็นจริง

เมื่อผิดก็ต้องยอมรับผิด บางรูป “บ้าบิ่น” ไม่สติแตกก็ “เพี้ยน” กล้าแม้กระทั้งเอา “มือถือ” เข้าไป

ไม่เพี้ยนได้อย่างไรจริงเปล่าไม่รู้ !!  “ขนาดลอก” ยังตอบไม่ตรงกับ “โจทย์คำถาม” 

“ผู้เขียน” มองว่าเรื่องทุจริตสอบเป็นเรื่อง “ส่วนบุคคล” และ

ขอชาวพุทธอย่าเหมารวมว่ สนามสอบทุกแห่ง มีการ “ทุจริต” หรือ ดึงวัดและเจ้าอาวาส เข้ามาเกี่ยวข้อง!!

Leave a Reply