คณะสงฆ์วัดสระเกศฯ ยกย่อง “พระมหาขวัญชัย กิตติเมธี” เป็นพระนักวิชาการ ความรู้ไม่ใช่อยู่แต่ในกระดาษ!!

วันที่ 2 พฤษภาคม 2569  คณะสงฆ์วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ขอแสดงมุทิตาจิต ในโอกาสที่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย แต่งตั้ง “พระมหาขวัญชัย กิตฺติเมธี” ขึ้นดำรงตำแหน่ง “รองศาสตราจารย์” ในโอกาสที่ พระพรหมวัชรธีราจารย์ (ศ.ดร.) อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ได้ลงนามแต่งตั้งให้ พระมหาขวัญชัย กิตฺติเมธี, ผศ.ดร. (เปรียญธรรม ๙ ประโยค) หัวหน้าภาควิชาศาสนาและปรัชญา คณะพุทธศาสตร์ ขึ้นดำรงตำแหน่งทางวิชาการเป็น “รองศาสตราจารย์” สาขาวิชาปรัชญา นับเป็นประกาศนียบัตรแห่งความเพียรและเป็นเกียรติประวัติ และความเชี่ยวชาญด้านปรัชญาพุทธศาสนาที่ท่านได้สั่งสมมาตั้งแต่ระดับปริญญาตรี จนถึงปริญญาเอก ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยจึงนับว่า ได้สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อคณะสงฆ์ไทย และเป็นความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อชาติและพระศาสนามาอย่างยาวนานจนเป็นที่ประจักษ์ สมควรต่อการยกย่อง

เพจวัดสระเกศ ได้ลงคุณูปการต่าง ๆ ของท่านไว้ดังนี้   พระมหาขวัญชัย กิตติเมธี เป็นผู้สนองงาน สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยท่านได้เริ่มถวายงาน นับแต่เมื่อครั้ง เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถร) ดำรงตำแหน่งประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

ท่านเป็นฟันเฟืองสำคัญที่นำวิสัยทัศน์ของเจ้าประคุณสมเด็จฯ มาแปลงสู่การปฏิบัติจริง โดยผสานหลักธรรมเข้ากับการจัดการสมัยใหม่ เพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่สถาบันหลักของชาติ ผ่านงานเผยแผ่เชิงรุก ซึ่งผลงานเชิงประจักษ์ของท่านสามารถแบ่งออกเป็น 3 มิติสำคัญ ดังนี้

1.ผลงานด้านการบริหารและยุทธศาสตร์องค์กร ท่านนับเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายสำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมฯ ทั้งระดับชาติและนานาชาติของคณะสงฆ์ไทย ได้แก่:

• ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร: ขับเคลื่อนเครือข่ายพระนักเผยแผ่ทั่วประเทศ ภายใต้สำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมฯ (วัดสระเกศ)
• ผู้กำหนดแผนยุทธศาสตร์: สำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ในยุคพระพรหมสิทธิ) วางรากฐานการเชื่อมโยงเครือข่ายพระพุทธศาสนาทั่วโลก เช่น การประชุมพระธรรมทูต 4 ทวีป
• คณะทำงานโครงการศูนย์กลางการเผยแผ่กิจการพระพุทธศาสนา: (ตามคำสั่งที่ ๑/๒๕๕๘)
• คณะทำงานเขียนแผนยุทธศาสตร์และออกแบบพัฒนาหลักสูตร: (ตามคำสั่งที่ ๓/๒๕๕๙)
เป็นนักวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยงานระดับประเทศ เช่น กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

2. ผลงานด้านงานวิจัยและวิชาการ (Evidence-based Buddhism)

ท่านได้ยกระดับงานเผยแผ่ให้มีหลักวิชาการรองรับ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเป็นฐานข้อมูลในการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้แก่:

• ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการ: วารสารวิชาการ สถาบันพัฒนาพระวิทยากร (The Journal of Institute of Trainer Monk Development)
• งานวิจัยโครงการพระวิทยากรกระบวนธรรม
• งานวิจัยโครงการผู้นำการเปลี่ยนแปลงบนรากฐานคุณธรรมจริยธรรม
• งานวิจัยพระธรรมทูตอาสา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
• งานวิจัยผลสัมฤทธิ์การปฏิบัติศาสนกิจของพระธรรมทูตในต่างประเทศ
• มีผลงานตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับชาติที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI อย่างต่อเนื่อง ทั้งในสายพุทธศาสตร์และสายปรัชญา

3.ผลงานด้านการออกแบบและพัฒนาหลักสูตรเชิงรุก (Active Learning Curriculums)

 ในด้านตำราและเอกสารประกอบการสอน ท่านเป็นผู้รังสรรค์ตำราเรียนที่สำคัญหลายรายวิชา ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อนิสิตและผู้สนใจทั่วไป อาทิ วิชาปรัชญาศาสนา, พุทธปรัชญา และศาสนาเปรียบเทียบ
ท่านได้พลิกโฉมการอบรมพระสงฆ์จากการบรรยายทางเดียว มาสู่การทำ Workshop เชิงปฏิบัติการ โดยเป็นผู้เขียนและพัฒนาหลักสูตรสำคัญถึง 7 หลักสูตร ได้แก่:

1. หลักสูตรพระวิทยากรกระบวนธรรม (มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมและกระบวนการเรียนรู้)
2. หลักสูตรพระวิทยากรบรรยายธรรม (มุ่งเน้นศิลปะการสื่อสารสาธารณะ)
3. หลักสูตรสื่อธรรมให้ถึงโลก (มุ่งเน้นการผลิตและเท่าทันสื่อออนไลน์)
4. หลักสูตรพระนักเขียน (มุ่งเน้นการถ่ายทอดธรรมะผ่านตัวอักษร)
5. หลักสูตรพระธรรมทูตอาสา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (มุ่งเน้นจิตวิทยาชุมชนและการทำงานในพื้นที่เปราะบาง)
6. หลักสูตรผู้นำการเปลี่ยนแปลงบนรากฐานคุณธรรม จริยธรรม (มุ่งเน้นการสร้างภาวะผู้นำ)
7. หลักสูตรพระธรรมทูตสายต่างประเทศเชิงปฏิบัติการ (มุ่งเน้นทักษะข้ามวัฒนธรรมและการจัดการภาวะวิกฤต)

การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง “รองศาสตราจารย์” ของ พระมหาขวัญชัย กิตฺติเมธี จึงเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความเป็น “พระนักวิชาการผู้ลงมือทำ” อย่างแท้จริง ท่านไม่เพียงแต่สร้างองค์ความรู้ในหน้ากระดาษ แต่ยังนำความรู้นั้นไปสร้างเครือข่าย พัฒนาบุคลากร และปกป้องคุ้มครองสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อย่างเป็นรูปธรรม

ความสำเร็จในครั้งนี้ นำมาซึ่งความภาคภูมิใจอย่างยิ่งแก่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ศิษยานุศิษย์ และคณะสงฆ์ไทย ขอน้อมมุทิตาสักการะและยกย่องเกียรติคุณมา ณ โอกาสนี้

Leave a Reply