อธิการบดี – ผู้บริหาร “มจร” ถวายกรรมฐานแก่ “สมเด็จไวโรจนะ รินโปเช” เนื่องในโอกาสเข้าอบรมเป็น “พระธรรมทูตพิเศษ”

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 น.ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ได้จัดพิธีต้อนรับ สมเด็จไวโรจนะ รินโปเช (His Eminence Vairochana Rinpoche) “ลามะน้อยแห่งภูฏาน” ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนศาสนธรรมและสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนาเถรวาทและมหายาน พร้อมกับเข้าอบรมเป็นพระธรรมทูตพิเศษ

ในช่วงเช้า ณ อาคาร มวก 48 พรรษา คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย นำโดย พระสิทธิวัชรบัณฑิต. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ ให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติ ณ ศูนย์อินเดียศึกษา ก่อนจะเข้าสู่พิธีการอย่างเป็นทางการในหอประชุม อาคาร มวก 48 พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

กิจกรรมสำคัญในภาคเช้า “พระพรหมวัชรธีราจารย์” อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย บรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “ความสำคัญของสติ” (The Significance of Mindfulness) เพื่อสร้างความตระหนักรู้และเป็นหลักการทำงานให้กับคณะพระธรรมทูตสายต่างประเทศที่เข้าร่วมรับฟัง ซึ่งท่านอธิการบดีได้เน้นย้ำว่า “สติ” คือสะพานเชื่อมสำคัญที่ไม่ว่าพุทธศาสนานิกายใดก็ใช้เป็นหัวใจหลักในการเผยแผ่ธรรม ต่อจากนั้น “พระพรหมวัชรวิมลมุนี วิ.” ผอ.สถาบันวิปัสสนาธุระ เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ได้บรรยาเกี่ยวกับกรรมฐาน สติปัฎฐาน 4 และการเดินจงกรม 6 ระยะ ตามแบบฉบับของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ขณะที่ภาคบ่าย “พระธรรมวชิโรดม” รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต ได้บรรยายในหัวข้อ “คุณสมบัติพระธรรมทูต”  และต่อนั้น พระอาจารย์จากมหายาน ได้บรรยายเกี่ยวกับ พุทธศาสนามหายาน – เถรวาท เป็นลำดับ

ทั้งนี้ สมเด็จไวโรจนะ รินโปเช ซึ่งเป็นพระราชนัดดาในสมเด็จพระราชาธิบดีจิ๊กมี่แห่งภูฏาน ทรงได้รับความเลื่อมใสในฐานะการกลับชาติมาเกิดของพระนักแปลผู้ยิ่งใหญ่ในศตวรรษที่ 8 ได้เสด็จเยือน มจร หลายครั้ง และฝากตัวเป็นลูกศิษย์กับพระพรหมวัชรธีราจารย์ อธิการบดี มจร สำหรับครั้งนี้นอกจากร่วมแลกเปลี่ยนศาสนธรรมและสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนาเถรวาทและมหายานแล้ว ยังมีจุดประสงค์เพื่อเข้าอบรมเป็น “พระธรรมทูตพิเศษ” เป็นการเฉพาะ..

แหล่งภาพ..ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มจร 

Leave a Reply