วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 มีรายงานจากที่คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ว่าการประชุมคณะกรรมาธิการฯ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีการถกวาระปัญหา “เงินนิตยภัต” ของพระภิกษุสงฆ์ที่ตกค้างนานหลายปีเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบในสัปดาห์หน้า พร้อมเดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้ในการแก้ไขพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 45 ที่ระบุว่า “ให้ถือว่าพระภิกษุซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในการปกครองคณะสงฆ์ และไวยาวัจกร เป็นเจ้าพนักงานตามความในประมวลกฎหมายอาญา” ตามคำเรียกร้องของคณะสงฆ์
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้รับการการยืนยันจากนายกรณ์ มีดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี เขต 4 ว่าเป็นเรื่องจริง ถือว่าเป็นวาระเร่งด่วนที่จะมีการตรวจสอบคือ ปัญหาการเบิกจ่าย “เงินนิตยภัต” หรือเงินอุดหนุนที่รัฐถวายแด่พระสงฆ์ ซึ่งพบข้อร้องเรียนว่ามีพระสงฆ์จำนวนมากไม่ได้รับสิทธิดังกล่าว โดยบางกรณีพบการค้างจ่ายยาวนานถึง 4 ปี
นอกจากปัญหาด้านงบประมาณอุดหนุนแล้ว คณะกรรมาธิการฯ ยังเตรียมเสนอวาระเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 โดยมีประเด็นสำคัญคือการพิจารณาว่า สมควรตัดสถานะการเป็น “เจ้าพนักงาน” ตามกฎหมายของพระภิกษุที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ปกครองคณะสงฆ์ออกหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะมีการนำเสนอรายละเอียดและหารือเชิงลึกในการประชุมสัปดาห์หน้า
ขณะเดียวกัน เพื่อให้การทำงานของคณะกรรมาธิการฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการแต่งตั้งบุคลากรเพิ่มเติม ได้แก่ นายพิศัณย์ มณีวรรณ เข้ามาดำรงตำแหน่งเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ และนายพลากร เทศนำ ในฐานะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งได้เข้าร่วมการประชุมเป็นครั้งแรกเพื่อร่วมวางแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกิจการพระพุทธศาสนา
การผลักดันวาระของคณะกรรมาธิการฯ ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการตรวจสอบและจัดระเบียบโครงสร้างการบริหารจัดการภายในคณะสงฆ์ ทั้งในมิติของสวัสดิการที่รัฐพึงจัดสรรให้ และมิติทางกฎหมายที่เกี่ยวโยงกับอำนาจหน้าที่ทางโลก ซึ่งถือเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่สังคมและพุทธศาสนิกชนอาจต้องจับตา เนื่องจากมีนัยสำคัญต่อทิศทางการปกครองคณะสงฆ์ไทยในอนาคต

เพจ.มีอะไรมาบอก

Leave a Reply