วิเคราะห์ตำแหน่งใหม่ของ ป.ธ.9 ที่-พระครูศรีวชิรสุธี มีดีตรงไหน ?

วันที่ 10 กรกฏาคม 2569 เป็นข้อที่ถกเถียงกันในสังคมคณะสงฆ์และนักวิชาการชาวพุทธ หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะและพระครูสัญญาบัตรวานนี้ รูปที่มีการถกเถียงและตั้งคำถามกันมากที่สุดคือ กรณี “พระมหาวชิระ ญาณสุธี ป.ธ.9” วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เนื่องจากการตั้งพระภิกษุผู้สำเร็จ 9 ประโยคมาเป็น “พระครูศรี” ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในวงการคณะสงฆ์ไทย บางท่านระบุว่าอาจเป็น “พิมพ์ผิด” ขณะที่หลายรูประบุว่า “ไม่ผิด” เนื่องจาก นราชกิจจานุเบกษาระชัดอยู่แล้วว่า ตั้งพระราชาคณะและพระครูสัญญาบัตร และมีอีกหลายกระแสระบุว่าอาจเป็นเพราะ “พระมหาวชิระ ญาณสุธี” พรรษายังไม่ถึง 10 และผลงานก็ไม่เป็นที่เชิงประจักษ์ จึงชอบแล้ว

ขณะที่ “พระมหานรินทร์ นรินฺโท” นักวิพากษ์สังคมชื่อชื่อดังได้วิเคราะห์ประเด็นดังกล่าว ดังนี้  วิเคราะห์ตำแหน่งใหม่ของ ป.ธ.9 ที่-พระครูศรีวชิรสุธี มีดีตรงไหน ?

ใครต่อใครต่างก็มองว่า การที่พระมหาเปรียญ 9 ประโยค ซึ่งเคยได้รับแต่งตั้งเป็นพระราชาคณะ หรือเจ้าคุณ ชั้นสามัญ และมักจะมีราชทินนามนำหน้าว่า “พระศรี” ให้เป็น “พระครูศรี” แทนนั้น ถือว่าเป็นการลดเกรดของ ป.ธ.9 ลง เพราะตำแหน่ง “พระครูศรี” เป็นสมณศักดิ์ที่ทรงพระราชทานแก่พระมหาเปรียญ 6 ประโยค มาเนิ่นนาน ถ้าใครได้เป็น “พระครูศรี” ก็เป็นอันรู้กันดีว่า เคยเป็นเปรียญ 6 มาก่อน และถ้าเป็นพระครูสิริ ก็จะเป็นเปรียญ 5 มาก่อนเช่นกัน ทั้งพระครูสิริ พระครูศรี และพระศรี จึงมีดีกรีต่างกัน

แต่สำหรับพระมหาวชิระ ญาณสุธี ป.ธ.9 วัดพระเชตุพน ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็น “พระครูศรีวชิรสุธี” เป็นรูปแรกในประวัติศาสตร์นั้น จึงเกิดประเด็นคำถามตามมาอย่างมากมาย เช่นว่า เป็นการลดเกรดประโยคเก้าหรือเปล่า แล้วตำแหน่งพระครูศรีนั้นจะนับเป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นไหน เพราะชื่อจะไปพ้องกับพระครูศรีของ ป.ธ.6 ที่มีเกลื่อนเมืองอยู่แล้ว และ ฯลฯ

ตัดปัญหาเรื่องการวิจารณ์ไปที่ “พระราชอำนาจ” คือตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น ระบุว่า “พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอํานาจที่จะสถาปนาและถอดถอนฐานันดรศักดิ์ และพระราชทานและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์” อ่านตรงนี้แล้วก็เป็นอันยุติ ไม่ต้องมีคำถามใด ๆ เพราะในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต การแต่งตั้ง-สถาปนา พระสงฆ์ ไว้ในสมณฐานันดรศักดิ์ ก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว จะมีพระเปรียญ 9 เป็นพระครู หรือจะมีพระครูเป็นเปรียญ 9 ก็ไม่แปลกอันใด เพราะไม่มีอะไรเป็นบรรทัดฐานในจุดนี้ จุดที่เรียกว่า “พระราชอำนาจ”

แต่การตั้งพระมหาวชิร ป.9 เป็นพระครูศรี ในครั้งนี้ ดูดีๆ แล้วก็จะเห็นว่า เป็นตำแหน่งพิเศษที่เปิดขึ้นใหม่ ให้แก่พระเปรียญธรรม 9 ประโยค โดยเฉพาะ จะด้วยวัตถุประสงค์ใดก็ไม่ทราบ ทราบแต่ว่า เมื่อตั้ง ป.ธ.9 เป็นพระครูแล้ว ก็ยังต้องมีกระบวนการตามมา ถ้าเทียบกับรัฐธรรมนูญก็ต้องเป็นกฎหมายลูก คือจะตั้งไว้ลอยๆ ก็ไม่ได้ เพราะจะไม่สำฤทธิ์ผล ในหลายด้าน อาทิเช่น

1. สถานะของพระครูศรี ที่เป็นเปรียญ 9 เนื่องเพราะชื่อนี้ไปพ้องกับพระครูศรีที่เป็นเปรียญ 6 จึงต้องมีคำกำหนดสถานะออกมาให้ชัดเจนว่าเป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นไหน ชั้นเอก โท ตรี หรือจัตวา อาจจะเท่าหรืออาจจะสูงต่ำกว่ากัน ก็ต้องมีคำอธิบาย

2. พัดยศ ซึ่งเป็นเครื่องแสดงสมณศักดิ์ของพระ ของพระครูศรี ป.ธ.9 ก็จะต้องมีการจัดทำขึ้นมาใหม่ เพราะไม่เคยมี ป.ธ.9 เป็นพระครูศรีมาก่อน หรืออาจจะใช้พัดแบบเดียวกับพระครูศรี ป.ธ.6 ในกรณีที่ตีฐานะพระครูศรีเสมอกัน แต่ถ้าแตกต่างกัน ก็ต้องมีการจัดทำพัดยศขึ้นใหม่ให้แปลกออก เพราะพัดยศเป็นสิ่งเดียวที่จะบ่งบอกฐานะของพระในเวลาเข้าวัง ใครเข้าวังไม่เอาพัดไปก็ไม่มีที่นั่งนะ จะบอกให้

3. นิตยภัต หรือที่เรียกติดปากว่า “เงินเดือนพระ” นั้น ก็จะต้องมีอัตรากำหนดไว้ในการจ่ายให้ชัดเจน เรื่องนี้ถือเป็นสำคัญ เพราะนิตยภัตจะต้องจ่าย แต่จะจ่ายอย่างไร เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะได้จ่ายถูกตามอัตราที่กำหนด ขืนจ่ายมั่วๆ ก็อาจจะผิดกฎหมายได้

เห็นไหมว่า การตั้งพระเปรียญ 9 เป็นพระครูในครั้งนี้ มีความพิเศษอย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อนในประเทศไทย ย่อมจะเป็นสิ่งแปลกใหม่ในสังคมสงฆ์ไทย และนับจากนี้ต่อไป เปรียญธรรม 9 ประโยค ก็จะได้รับสมณศักดิ์เป็น “พระครูศรี” เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างน่าภาคภูมิใจ

เป็นเรื่องพิเศษจริงๆ

Leave a Reply