วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ไปในการพระราชพิธีจารึกสุพรรณบัฏ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่ทรงพระราชดำริว่า พระสงฆ์ซึ่งดำรงในสมณคุณ มีอุปการะยิ่งแก่การพระศาสนา สมควรจะได้เลื่อนอิสริยฐานันดรในสมณศักดิ์สูงขึ้นมีอยู่ จึงทรงพระกรุณาโปรดสถาปนา
1.พระพรหมวชิรเวที ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะมีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระญาณวชิโรดม สุตาคมปริยัติกิจดิลก สาธกธรรมปฏิภาณวิจิตร นิวิฐสีลสมาจาร ไพศาลศาสนกิจจาทร ตรีปิฎกวราลงกรณ์ ธรรมยุติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี สถิต ณ วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 10 รูป
2. พระพรหมวชิรมงคล ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระญาณวชิรมงคล โสภณปริยัติวิธานวรกิจ วิจิตรปาพจนวรานุศาสน์ พิลาสวิปัสสนาญาณปรีชา ไพศาลศาสนกิจดิลก ตรีปิฎกวราลงกรณ์ ธรรมยุติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี สถิต ณ วัดราชาธิวาสวิหาร ราชวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 10 รูป
3. พระพรหมวชิราธิบดี ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระมหาวชิราธิบดี ศรีมหาจุฬาลงกรณสภานายก ดิลกวิเทศศาสนกิจ วิสิฐวิปัสสนาธุราทร สังวรสีลสมาจารนิวิฐ วิจิตรธรรมกถาสุนทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี สถิต ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎ์ ราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 10 รูป
4. พระพรหมวชิรมุนี ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระสุทรรศนวชิรมุนี ศรีปริยัติกิจโกศล โสภณศาสนกิจพิธาน คุณาลังการธรรมานุสิฐ พิพิธธรรมสาธก ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี สถิต ณ วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 10 รูป
5. พระพรหมวชิรากร ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระพุทธวชิรากร สุนทรวิปัสสนาญาณโสภณ โกศลนวกรรมกิจจาดา วิสุทธิจริยาคุณสมบัติ พิพัฒนศาสนกิจดิลก สาธกธรรมวิจิตร ธรรมยุติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี สถิต ณ วัดราชผาติการาม วรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 10 รูป
6. พระพรหมดิลก ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระมหาวชิรคุณดิลก ศรีปริยัตินายกคณาทร บวรปาพจนานุสิฐ วิจิตรธรรมปฏิภาณ ไพศาลพัฒนกิจจารี ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี สถิต ณ วัดสามพระยา พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 10 รูป
7. พระพรหมโมลี ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระวชิรรัตนโมลี ศรีปริยัติวิธานวิเศษ วิเทศศาสนกิจประธาน วิมลสีลาจารนิวิฐ วิจิตรธรรมกถาสาธก ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี สถิต ณ วัดปากน้ำ พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 10 รูป
8. พระพรหมสิทธิ ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ ไพศาลวิเทศศาสนกิจ วิสิฐธรรมคุณาภิรักษ์ อัครสัทธาปสาทกร บวรสีลาจารนิวิฐ พิพิธธรรมคุณสุนทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี สถิต ณ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 10 รูป
9. พระพรหมพัชรญาณมุนี ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี ศรีวิปัสสนาภาวนาโกศล โสภณธรรมานุสิฐ วิจิตรธรรมปฏิภาณ ไพศาลวิเทศกิจจาดา สุสีลาจารวัตรสุนทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี สถิต ณ สถานพำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี จังหวัดนครราชสีมา มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 10 รูป
พระราชพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏเป็นขั้นตอนสำคัญภายหลังการสถาปนาสมณศักดิ์ โดยมีการจารึกพระนามและราชทินนามของสมเด็จพระราชาคณะลงบนแผ่นทองคำ หรือ “พระสุพรรณบัฏ” ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งพระบรมราชานุเคราะห์และการรับรองพระราชทานสมณศักดิ์ตามราชประเพณีที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน
พิธีดังกล่าวดำเนินไปตามแบบแผนราชสำนักไทย โดยมีผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชพิธีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประกอบพิธีอย่างสมพระเกียรติ ภายในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญสำหรับพระราชพิธีด้านศาสนาและพระราชพิธีของพระมหากษัตริย์ไทย
การสถาปนาสมเด็จพระราชาคณะนับเป็นการยกย่องพระเถระผู้มีความรู้ ความประพฤติ และคุณูปการต่อพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ไทย โดยสมเด็จพระราชาคณะเป็นสมณศักดิ์ชั้นสูงสุดในคณะสงฆ์รองจากสมเด็จพระสังฆราช และมีบทบาทสำคัญในการธำรงพระธรรมวินัย การศึกษาพระพุทธศาสนา และการบริหารกิจการคณะสงฆ์
พระราชพิธีในครั้งนี้จึงเป็นทั้งการสืบสานราชประเพณีที่มีมาแต่โบราณ และสะท้อนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง
จำนวนผู้ชม : 733
More Articles
By the same author
Related Articles
From the same category
Leave a Reply