รายงานพิเศษ : TOP 10 อันดับจังหวัดแต่งงานสูงสุดของไทยในขณะที่คนเกิดน้อยลง-ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น

266 Views

           เนื่องจากวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้เป็น “วันแห่งความรัก” ของศาสนาคริสต์และประเทศไทยเราแม้ประชากรส่วนใหญ่จะนับถือพระพุทธศาสนา แต่นิยมกำหนดเอาวันนี้เป็นวันแห่งความรักตามนานาชาติไปด้วย

            ปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่เหมือนกับประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลก คือ เลือกจะใช้ชีวิตแบบ “ครองโสด” มากยิ่งขึ้น จำนวน “ประชากรเกิดน้อยลง” ขึ้นแท่นเป็น “สังคมสูงวัย” ไปแล้ว

           รัฐบาลหันมาสนใจนโยบายที่เกี่ยวข้องกับ “คนสูงวัย” มากยิ่งขึ้น ทั้งเงินผู้สูงอายุ,บ้านพักคนชรา,สถานที่ดูแลคนชรา รวมทั้งภาคเอกชนหลายแห่งมีการ “เปิดสถานที่พักฟื้นคนชรา,ผู้ป่วยติดเตียงและรวมทั้งบริการดูแลตามบ้าน” 

           เมื่อต้นปี’63 คณะรัฐมนตรี รับทราบรายงานการคาดประมาณประชากรของประเทศไทย พ.ศ.2553 – 2583 ตามที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ โดยการคาดประมาณประชากรของไทยจะเพิ่มขึ้นจาก 66.5 ล้านคน ในปี 2563 เป็น 67.2 ล้านคน ในปี 2571 หลังจากนั้นจำนวนประชากรจะลดลงในอัตราร้อยละ -0.2 ต่อปี ซึ่งในปี 2583 คาดประมาณว่าจะมีประชากรทั้งหมดประมาณ 65.4 ล้านคน

              ประชากรวัยเด็ก (แรกเกิด – 14 ปี) มีแนวโน้มลดลง โดยในปี 2563 มีจำนวนประชากรเด็ก 11.2 ล้านคน (ร้อยละ 16.9) ลดลงเป็น 8.4 ล้านคน (ร้อยละ 12.8) ในปี 2583

              ประชากรผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ในปี 2563 มีจำนวนประชากรผู้สูงอายุ 12 ล้านคน (ร้อยละ 18) เพิ่มเป็น 20.42 ล้านคน (ร้อยละ 31.28) ในปี 2583 โดยในปี 2562 เป็นปีแรกที่จำนวนประชากรวัยเด็กเท่ากับประชากรผู้สูงอายุที่ 11.3 ล้านคน หลังจากนั้นจำนวนประชากรวัยเด็กน้อยกว่าผู้สูงอายุมาโดยตลอด

              ประชากรวัยแรงงาน (15-59 ปี) มีแนวโน้มลดลงจาก 43.26 ล้านคน (ร้อยละ 65) ในปี 2563 เป็น 36.5 ล้านคน (ร้อยละ 56) ในปี 2583

              อัตราส่วนของวัยแรงงานต่อผู้สูงอายุก็ลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ในปี 2563 มีวัยแรงงาน 3.6 คน ต่อผู้สูงอายุ 1 คน ลดลงเหลือวัยแรงงาน 1.8 คน ต่อผู้สุงอายุ 1 คน ในปี 2583 ซึ่งส่งผลให้อัตราส่วนพึ่งพิงของผู้สูงอายุต่อวัยแรงงานเพิ่มขึ้นจาก 27.7 ต่อวัยแรงงาน 100 คน ในปี 2563 เป็น 56.2 ต่อวัยแรงงาน 100 คน ในปี 2563

           ในขณะที่ฝ่ายสาธารณะสงเคราะห์ของคณะสงฆ์นำโดย  สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวา ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม  ได้ลงมือทำงานร่วมกับเครือข่ายทั่วประเทศเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของ “ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง” ทั้งภาครัฐ,เอกชนและคณะสงฆ์อย่างเข้มข้น

 

            ส่วนอีกมุมหนึ่งเนื่องในเทศกาลวันแห่งความรัก ที่กำลังจะมาถึง บริษัทจัดหาคู่ Bangkok Matching จะมาเผยความลับอย่างหนึ่ง ที่คนโสดหาคู่ทุกคนควรทราบ นั่นก็คือ

           “10 อันดับจังหวัดแห่งความรัก อัตราการแต่งงานสูงสุด” 

             10 อันดับจังหวัดที่มีสถิติการแต่งงานสูงสุดในรอบระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา  (พ.ศ 2559 – 2563)

              เริ่มจากอันดับล่างสุดก่อน ในวงเล็บ คือ จำนวนประชากรชายหญิง ปี 2563  เปรียบเทียบให้เห็นกันจะจะไปเลย

               อันดับ 10     จังหวัด นนทบุรี                  (ชาย 594K,หญิง 682K)

               อันดับ 9       จังหวัด อุบลราชธานี         (ชาย 932K,หญิง 934K)

               อันดับ 8       จังหวัด ปทุมธานี               (ชาย 557K,หญิง 618K)

               อันดับ 7       จังหวัด ขอนแก่น              (ชาย 882k,หญิง 912K)

               อันดับ 6       จังหวัด ระยอง                  (ชาย 364K,หญิง 377K)

               อันดับ 5       จังหวัด เชียงใหม่             (ชาย 862K, หญิง 921K)

               อันดับ 4       จังหวัด สมุทรปราการ      (ชาย 644K,หญิง 706K)

               อันดับ 3      จังหวัด นครราชสีมา         (ชาย 1.2 ล้าน,หญิง 1.3 ล้าน)

               อันดับ 2      จังหวัด ชลบุรี                   (ชาย 763K,หญิง 802K)

               อันดับ 1      จังหวัด กรุงเทพ               (ชาย 2.6 ล้าน,หญิง 2.9 ล้าน)

แถมให้ 1 จังหวัดค่ะ อันดับ 11 คือ จังหวัด อุดรธานี

           สิ่งที่น่าสนใจคือ จังหวัดระยอง เป็นจังหวัดที่มีจำนวนประชากรเป็นอันดับที่ 33 ของประเทศ แต่อัตราการสมรส สูงเป็นอันดับ 6 เลยทีเดียว จึงเป็นจังหวัดที่มีการแต่งงานสูงมากที่สุด หากวัดจากสัดส่วนจำนวนประชากรทั้งหมด

           ต่อมา คือ จังหวัดปทุมธานี ที่มีจำนวนประชากรทั้งหมดในอันดับ 18 แต่อัตราการสมรสอยู่ในอันดับ 8

           จังหวัดนนทบุรี จำนวนประชากรทั้งหมดในอันดับ 16 แต่อัตราการสมรสอยู่ในอันดับ 10

           จังหวัดสมุทรปราการ จำนวนประชากรทั้งหมดในอันดับ 13 แต่อัตราการสมรสอยู่ในอันดับ 4

           จังหวัดชลบุรี จำนวนประชากรทั้งหมดในอันดับ 9 แต่อัตราการสมรสอยู่ในอันดับ 2

            ซึ่งนั่นแปลว่า ในจังหวัด 10 อันดับ Top 10 อัตราการสมรสสูงแล้ว หากคุณยังเจาะต่อ และเลือกที่จะไปอยู่ในจังหวัดที่มีจำนวนประชากรน้อยกว่า แต่อัตราการสมรสสูง นั่นแปลว่า คุณจะมีคู่แข่งขันน้อยลง อัตราการได้คู่แต่งงานของคุณก็จะมากขึ้นด้วย

            สำหรับจังหวัดกรุงเทพมหานคร เป็นจังหวัดอันดับ 1 ในทุกๆ ด้าน เป็นปกติอยู่แล้ว แต่ว่า ในกรณีนี้ค่ะ อัตราการสมรสสูงเป็นอันดับ 1 ก็จริง แต่หากเทียบกับจำนวนประชากรเกือบ 6 ล้านคนแล้ว ถือว่าอัตราการแต่งงานของหนุ่มสาวชาวกรุง กลายเป็นอัตราส่วนเล็กน้อยไป เมื่อเทียบกับจังหวัดชลบุรี อันดับ 2 ที่มีประชากรชายหญิงรวมเพียง 1.6 ล้านคน

           จากการที่ บริษัทจัดหาคู่ Bangkok Matching อยู่ในธุรกิจบริการจัดหาคู่มายาวนานถึง 16 ปี ได้สัมภาษณ์หนุ่มโสด สาวโสดจากจังหวัดต่างๆ ทั่วไทย จึงขอสรุปเรื่องนี้ได้ว่า การมีตัวเลือกเยอะๆ (ในที่นี้ คือจำนวนประชากรเยอะๆ) ไม่ได้แปลว่าคุณจะมีโอกาสการแต่งงานสูงขึ้น ตามที่เห็นได้จากจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวนประชากรมากกว่าจังหวัด top 10 อัตราการแต่งงานสูงสุดในประเทศไทยกว่า 500% แต่มีอัตราการแต่งงานมากกว่าจังหวัดอันดับ 2 ชลบุรี เพียง 2 เท่าเท่านั้น

           บริษัทจัดหาคู่ Bangkok Matching วิเคราะห์ว่า ในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพ เมืองที่ต้องดิ้นรน แข่งขัน และใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ การจราจรที่ติดขัด ผังเมือง รวมถึงสภาพอากาศที่ไม่ส่งเสริมการปฏิสัมพันธ์ในสังคม ทำให้คนโสดชายหญิงต่างวุ่นวาย ภารกิจรัดตัว หรือไม่ก็เหนื่อยอ่อนเกินกว่าจะใช้พลังงานหาแฟน รวมถึงสภาพเศรษฐกิจ ที่ทำให้คนโสดเหนื่อยหน่ายกับการสร้างครอบครัว มีลูก เพิ่มภาระ อยู่ตัวคนเดียว ปากท้องเดียวให้รับผิดชอบ อิสระเสรีมากกว่า ใช้ชีวิตตะลอนไปร้านกาแฟ ถ่ายรูปลง social เลี้ยงหมาแมว ก็พอแล้ว  อีกทั้งสังคมนิยมวัตถุที่มากขึ้น เรื่อยๆ ทำให้การเลือกสรรในตัวคู่ครองมากขึ้น อย่างที่คนโสดชอบพูดกันโดยทั่วไปว่า “หากได้คู่ที่ไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้น ก็ขออยู่คนเดียวดีกว่า..”

          หากเปรียบเทียบกับชีวิตในจังหวัดที่เล็กกว่า อย่างชลบุรี นครราชสีมา ชีวิตก็จะไม่กดดันเท่า เร่งรีบเท่าคนโสดในเมืองใหญ่ อารมณ์ก็เลยแจ่มใสกว่า สดชื่นกว่า มีเวลาพบปะสังสรรค์เพศตรงข้ามมากกว่า จึงมีอัตราการแต่งงานสูง

              เมื่อคำนวนจากอัตราการแต่งงานลดลง  จำนวนคนเกิดที่ลดลง คนเข้าสู่วัยทำงานลดลง   แต่คนสูงอายุกลับเพิ่มมากขึ้้น อนาคตบทบาทฝ่ายสาธารณะสงเคราะห์ของคณะสงฆ์ ที่นำโดย  สมเด็จพระมหาธีราจารย์   สังคมสงฆ์คงต้องทำงานหนักขึ้น คงต้องบำเพ็ญความเป็นพระโพธิสัตว์มากขึ้น และคงต้องลดเข้าสู่กระแสแห่งพระนิพพานลง

————————————————–

ภาพ : kapook.com

Leave a Reply