“ผู้เขียน” คิดเล่น ๆ ในใจว่า หลังจากสร้างและบูรณะพระเจดีย์มาแล้ว 5 องค์ยังไม่เคยร่วมเป็น “เจ้าภาพ” ทอดกฐินเลยสักครั้งในชีวิต
และสิ่งที่อยากทำมากที่สุดปีนี้นั่นก็คือ “หาเงิน” ไปร่วมงาน “ทอดกฐิน” เพื่อสมทบทุนสนับสนุนส่งเสริมการศึกษาบาลีให้กับ “สำนักเรียนบาลี” ตามวัดมอญต่าง ๆ ในกรุงย่างกุ้ง และรัฐมอญ ประเทศเมียนมา
เนื่องจาก “สำนักเรียนบาลีมอญ” หลายวัดในกรุงย่างกุ้งและรัฐมอญ ลำบาก!!

สังคมชาวพุทธ!! ยุคนี้ คนทำบุญน้อย ยิ่ง “สำนักเรียนบาลี” ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทยหรือประเทศพม่า คนยิ่งเข้าทำบุญน้อย ไม่เหมือน “วัดสายมู-พระหมอดู” คนเข้าทำบุญมาก
“ผู้เขียน” ฟังจาก “พระนักศึกษามอญ” จากสำนักเรียนบาลีแห่งหนึ่งในกรุงย่างกุ้ง บอกว่าต้องขน “ข้าวสาร-ปลาร้า” มาจากบ้านเกิดเมืองนอนในต่างจังหวัด เพื่อมาให้สำนักเรียนได้ทำอาหารเลี้ยงพระเณรที่เรียนบาลี
ในฐานะ “เปรียญลาพรต” นึกถึงตอนตัวเอง “บิณฑบาต” ไม่ได้อาหาร ต้องกลับมาหุงข้าวที่มีแต่กินผงสักฟอกกินเอง ต้มปลาป๋องเอง รู้สึกสงสารจับใจ พระภิกษุ -สามเณรที่เรียนบาลี ที่เพียรรักษาพระพุทธพจน์ สืบทอดพระพุทธศาสนา
“ผู้เขียน” เมื่อคิดได้ดังนี้ ประจวบเหมาะกับ “ติดตาม” เรื่องการปรับปรุง “ห้องรับรองพระสงฆ์” ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่ขอความเมตตาจาก “พระพรหมวัชรเมธี” เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราม ผู้เป็นพระอาจารย์ “สอนบาลี” ผู้เขียน ช่วงที่ครองสมณเพศจำพรรษาอยู่วัดอรุณราชวราราม ผ่าน “คนเล็กใจใหญ่” เจ้าคุณชุมพร “พระราชวชิรรัตนาภรณ์” เลขานุการวัดอรุณ ฯ ซึ่งท่านบอกว่าตอนนี้ได้สั่งป้ายเพื่อติดหน้าห้องรับรอง พระรูปสมเด็จพระสังฆราช และจัดเตรียมหนังสือไว้บางส่วนแล้ว หลังกลับจากต่างประเทศเดินหน้า..ลุย!!
และทั้ง 2 รูป เคยแจ้งกับผู้เขียนเอาไว้ว่าหากผู้เขียนมีงานบุญเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์บอกได้ทุกเมื่อ!!

“ผู้เขียน” จึงปรารภกับ “เจ้าคุณชุมพร” ว่า ช่วงเทศกาลกฐินปีนี้ อยากไปทอดกฐินสำนักเรียนบาลีรัฐมอญสักวัด ท่านตอบกลับด้วยความยินดีว่า “พระพรหมวัชรเมธี” และ “คณะสงฆ์วัดอรุณราชวราราม” ยินดีสนับสนุน โดยจะของบประมาณสนับสนุนจากคณะกรรมการการเงินวัด พร้อมขอให้ผู้เขียนหาวัดสัก 5 วัด เนื่องจากการสนับสนุนสำนักเรียนบาลี สนุนสนุนให้พระภิกษุสามเณรได้เรียนบาลี เป็นจุดประสงค์ของพระพรหมวัชรเมธี และคณะสงฆ์วัดอรุณราชวราราม อยู่แล้ว!!
“ผู้เขียน” ก็แบบนี้ คือเป็น “นักเขียนใส้แห้ง” เป็นได้เพียงแค่ “สะพานบุญ” ไม่ได้ร่ำรอยเงินทอง ตอนสร้างเจดีย์ปี 68 ด้วยงบประมาณ 3 ล้านบาทก็แบบนี้ บอกบุญขอพึ่งพระคุณเจ้าและบุคคลที่นับถือไปทั่ว จนแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน
คราวนี้เช่นกัน จึงโทรไปแจ้งพร้อมขอความเมตตาจาก “พระธรรมวชิรสุนทร” เจ้าคณะจังหวัดลพบุรีบ้าง “เจ้าคุณต้น” พระราชวชิรธรรมโฆษิตบ้าง “เจ้าคุณต่อศักดิ์” พระราชมหาเจติยาภิบาลบ้าง ซึ่งทุกรูป..ยินดีเมตตาช่วย!!

“ผู้เขียน” ทำงานเรื่องแบบนี้มาอันยาวนาน ตั้งแต่ปี 2545 ตั้งกองทุนช่วยเหลือพระภิกษุสามเณรมอญ นำเด็กมอญมาบวชแล้วส่งเรียนตามวัดต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด ก่อตั้ง “มูลนิธิรามัญรักษ์” ตอนปี 2557 ตอนนั้นทำงานอยู่ช่อง 11 ขอเงินจากพระสงฆ์บ้าง นักการเมืองบ้าง ข้าราชการบ้าง ยิงสปอตประชาสัมพันธ์ มีคนมาบริจาค นำข้าวสาร เสื้อผ้า กระเป๋า มากมาย
โดยเฉพาะเครือข่าย “ธรรมะอารมณ์ดี” ของ “เจ้าคุณวีรพล” วัดโพธิ์ท่าเตียนบริจาคข้าวสารถุงละ 5 กก.จำนวน 1,000 ถุงทุกปี บางปี “องค์ม่อน” พระครูปลัดบัณฑิต รองประธานเครือข่ายธรรมะอารมณ์ดี ติดตามนั่งรถกระบะข้ามแดน “ข้ามเขา-ลงห้วย” ไปแจกข้าวสารด้วย และกระเป๋านักเรียนที่ได้รับความเมตตาจาก “เจ้าคุณขวัญ” พระศรีสุทธิเวที จำนวน 500 ใบ ไปแจกให้เด็กนักเรียนมอญในรัฐมอญด้วย บางปี “วัดไฟไหม้” ก็นำ “ผ้าป่า-พระพุทธรูป” ไปช่วยเหลือพระสงฆ์มอญตามแนวชายแดน
ทำแบบนี้อยู่ประมาณ 6-7 ปี ซึ่งปีหนึ่งใช้เงินไม่ต่ำกว่า 5-6 แสนบาท


Leave a Reply