“พระพรหมสิทธิ” หรือ ว่าที่ “สมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์” แห่ง วัดสระเกศ
ชื่อนี้ในวงการ “ชาวพุทธ” ไม่ต้อง “พูดถึง” ชื่อเสียงระบือ “เกรียงไกร” ขนาดไหน
แน่นปึ้ก!! ทุกวงการ ทั้ง คณะสงฆ์ การเมือง นักธุรกิจ และองค์กรชาวพุทธ
ด้วยความเป็น “พระมหาเถระ” ประเภท “ใจถึงพึ่งได้” คบใครคบด้วย “หัวใจ”
สไตร์ “พูดคำไหนคำนั่น “ เป็นผู้ให้..มากกว่าเป็นผู้รับ
ใน “อดีต” จึงถูกสกัดขา ถูกกลั่นแกล้งจาก “กลุ่มการเมือง” ร่วมกับ “บุคคลผู้มีอิทธิพล” เหนือการเมือง “ยัดเยียด” ข้อความหาต้องคดี “เงินทอนวัด”
ถึงขนาดต้องติดคุก “นุ่งขาว ห่มขาว” ประสบเคราะห์ “วิบากกรรม” ทนทุกข์เหลือคณา
สุดท้าย “ฟ้าโปรด” จึงเป็นที่แซ่ซ้องทั่ว “สังฆมณฑล”

“ผู้เขียน” ไม่อยาก “ฟื้นฝอย หาตะเข็บ” เป็นเอาว่า ที่ผ่านมาคือ “วิบากกรรม” ของ “พระพรหมสิทธิ”
ฟ้าหลังฝน ทิศทาง “วิถีสมณเพศ” ของพระพรหมสิทธิ นับจากวันนี้น่า “จับตา” เป็นอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะ “กิจการคณะสงฆ์” ว่าด้วยตำแหน่งทางปกครอง
เป็นที่ “รับรู้” กันว่า “พระพรหมสิทธิ” เวลาลงพื้นที่ “ตรวจการ” คณะสงฆ์หรือไปร่วมงาน “ผู้ใต้บังคับบัญชา” จะไม่รับ “ซองขาว”
หากรับก็จะ “คืนให้” เป็นค่าบำรุง “ค่าน้ำ ค่าไฟ” อารามต่อไป
ความเป็น “ผู้ให้” มากกวา่ “ผู้รับ” ซึ่งถอดแบบมาจาก “สมเด็จเกี่ยว”
อันนี้คือ “เสน่ห์” และกลายเป็น “ขวัญใจ” ของ “พระไกลปืนเที่ยง”

ปัจจุบัน “พระพรหมสิทธิ” เป็น “กรรมการมส.-เจ้าคณะภาค 11” และเป็นว่าที่ “พระสมเด็จ” สาย
ปกครองที่อายุน้อยที่สุดใน “โซนอีสาน”
อดีตเคยดำรงตำแหน่ง “เจ้าคณะภาค10” และ “เลขานุการเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก” มาแล้ว
จึง “แนบแน่น” กับ “คณะสงฆ์”และคุ้นเคยกับ “พื้นที่” ภาคตะวันออกเป็นอย่างดี
จึงว่ากันว่าในภายภาคหน้าตำแหน่ง “เจ้าคณะหนใหญ่ตะวันออก” คงไม่ไกล “เกินเอื้อม”
หมายเหตุ..ผุ้เขียนใช้ราชทินนามเดิม ตามมติของมหาเถรสมาคม ให้ใช้ราชทินนามใหม่ได้หลังจากประกอบพิธีรับสมณศักดิ์พัดยศแล้วเท่านั้น

Leave a Reply