โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 หรือมีชื่อเต็มว่า โครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล5” ตามแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี
ก่อตั้งเมื่อปี 2557 โดย “สมเด็จช่วง” สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ ตามคำร้องขอของรัฐบาลขณะนั้น ที่ต้องการให้คณะสงฆ์เข้ามามีส่วนร่วมช่วยแก้ความขัดแย้ง และสร้างความปรองดอง โดยใช้หลักพระพุทธศาสนาเป็นฐาน
“สมเด็จช่วง” เห็นว่าศีล 5 เป็นคำที่คนไทยพุทธทุกคนรู้จักกันดี และนำมาปฎิบัติใช้อยู่ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว
จึงใช้คำ “หมู่บ้านรักษาศีล5” เป็น “โมเดล” ในขับเคลื่อนสู่จังหวัด หมู่บ้าน ชุมชนทุกแห่ง เพื่อให้ “เข้าถึง” ทุกครัวเรือน
เมื่อมนุษย์ทุกคนมี ศีล 5 ชุมชนหมู่บ้านนั่น ๆ ก็สงบสุข สังคมประเทศชาติก็เกิดความ..ปรองดอง

ระยะแรก “สมเด็จช่วง” พร้อมกับคณะทำงานยุคแรก เช่น พระพรหมเสนาบดี พระธรรมวชิรสุนทร พระเทพสมุทรวัชราจารย์ พระราชวัลภาจารย์ พระราชมหาเจติยาภิบาล พระศรีสมโพธิ เป็นต้น
พระกล่มเหล่านี้ถือว่า “วงใน” ช่วยกันขับเคลื่อนทำงาน โดยมี สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ร่วมด้วยช่วยกัน
นายทุนใหญ่คือ “สมเด็จช่วง” แต่เพียงผู้เดียว!!
“ผู้เขียน” ฟังมาว่ายุคสมเด็จช่วง พระทำงานสนุก เพราะมี “น้ำหล่อลื่น” พร้อมจ่ายตลอด 24 ชั่วโมง ซ้ำวันที่ 12 สิงหาคม หรือ 5 ธันวาคม “คนทำงาน” สมเด็จช่วงมักขอโควต้าพิเศษจาก มส. สร้างขวัญกำลังใจด้วยการตบรางวัลเป็น “สมณศักดิ์” ให้
ยุคนี้!! งบประมาณส่วนหนึ่งได้จากภาครัฐจังหวัดละ 1 แสนบาท นอกนั้นคณะกรรมการ วัด และชาวพุทธร่วมกันบริจาคจัดงานกันเอง
“ผู้เขียน” เป็นสื่อมาตลอดชีวิต รับงาน “พีอาร์” มาหลากหลายหน่วยงานทั้ง ทหาร ตำรวจ และข้าราชการพลเรือน
อย่าง กอ.รมน. มีงบในการสร้างความปรองดองหลายร้อยล้านบาท เฉกเช่นเดียวกันกับ ศอ.บต. หรือแม้กระทั้งภาครัฐหลายแห่ง ก็มีงบประมาณอบรมเรื่องประชาธิปไตย สร้างคนดี ประเทศหน้าอยู่
“ผู้เขียน” เล่ามาแบบนี้เพื่อตอบคำถามว่า “คนพาล” บางคนที่มักแขวะว่า ศีล 5 ทุกวัดสอนอยู่แล้ว ทำไมต้องมีโครงการ ศีล 5 ด้วย บางคนมองว่าเปลืองงบประมาณบ้าง สร้างความลำบากให้วัดและชุมชนบ้าง
เรื่องหมู่บ้านรักษาศีล 5 มันต้องตกย้ำ มันต้องกระตุ้นเตือน และมันต้องมีหมู่บ้านต้นแบบ อย่างที่คณะกรรมการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ทำอยู่อย่างนี้..ถูกต้องแล้ว

“ผู้เขียน” เวลาลงพื้นที่พร้อมพระคุณเจ้า นอกจากเห็นความร่วมมือระหว่างวัด บ้านและราชการ ซี่งเป็นไปตามหลัก “บวร” แล้ว สิ่งหนึ่งที่ได้เห็นคือ น้ำใจ จากพระสงฆ์ เช่น ไปเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง มอบของให้กับผู้สูงอายุ ผู้พิการ บางชุมชนมีการมอบทุนการศึกษาให้เด็ก ๆ ด้วย และเป็นความโชคดีของคณะสงฆ์ที่ไปร่วมทำ MOU ไว้กับกระทรวงมหาดไทยในยุค “ปลัดเก่ง” สุทธิพงษ์ จุลเจริญ และต่อมายุคนี้ “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” สานต่อทำให้ทุกจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน มาร่วมงาน พร้อมกับมีการแสดงสินค้า อัตตลักษณ์ ของชุมชนมาร่วมแสดงด้วย
คณะสงฆ์และชาวพุทธ จึงภูมิใจในความเสียสละของพระสงฆ์ที่ร่วมกันขับเคลื่อน “หมู่บ้านรักษาศีล5” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นระดับพระมหาเถระ เป็นเจ้าคณะปกครอง และจงใ้ห้กำลังใจกับข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น ที่ทุ่มเททำงานร่วมกับคณะสงฆ์
หมู่บ้านรักษาศีล 5 เป็นงานของคณะสงฆ์ โดยคณะสงฆ์ แต่มีเป้าหมายหลักอยู่ที่ความรู้รักสามัคคี ความสงบสุขของสังคมและประเทศชาติ ซี่งเป็นสิ่งที่พวกเราทุกตัวตนต้องการ!!
จำนวนผู้ชม : 39
More Articles
By the same author
Related Articles
From the same category
Leave a Reply