‘ผงราชวรมัน’ ในตำนาน จากมวลสารศักดิ์สิทธิ์แห่งดงพระคเณศ สู่การกลับคืนถิ่นกำเนิดในรอบกว่า ๕๐ ปี “ผงราชวรมัน” ปรากฏนามเป็นครั้งแรก เมื่อหลวงปู่พระมงคลธรรมวัฒน์ (บุญจันทร์ จตฺตสลฺโล) จัดสร้างวัตถุมงคลชุด “พระผงราชวรมัน” สำหรับบรรจุไว้ ณ สะดือพระอุโบสถมิตรภาพไทย–อเมริกัน วัดปากน้ำ (บุ่งสระพัง) จังหวัดอุบลราชธานี ตามคติโบราณ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘
ภายหลังการสมโภชพระอุโบสถเสร็จสิ้น เรื่องราวของ “ผงราชวรมัน” ก็ค่อย ๆ เลือนหายไป แทบไม่มีผู้ใดกล่าวถึงนามนี้อีกเป็นเวลานานเกือบ ๕๐ ปี กระทั่งวาระครบรอบ ๑๐๐ ปีชาตกาลของหลวงปู่พระมงคลธรรมวัฒน์ ใน พ.ศ. ๒๕๖๙ เรื่องราวและที่มาของผงราชวรมันจึงได้รับการกล่าวถึงอีกครั้ง พร้อมกับการเล่าขานถึงเกียรติประวัติและความศักดิ์สิทธิ์ของ “ดงป่าพระคเณศ” สถานที่ซึ่งหลวงปู่เคยปักกลดและเจริญภาวนา

ตามเรื่องราวที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา เชื่อกันว่า “ผงราชวรมัน” เป็นผงกายสิทธิ์และเป็นแหล่งรวมพลังแห่งความศักดิ์สิทธิ์ของดงพระคเณศ หรือวัดป่าพระพิฆเณศวร์ในปัจจุบัน
คาดว่าผงราชวรมันถูกค้นพบในช่วงประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๕–๒๕๑๘ ขณะที่หลวงปู่พระมงคลธรรมวัฒน์ หรือหลวงปู่บุญจันทร์ กำลังมุ่งมั่นเจริญภาวนาอยู่ภายในดงป่าพระคเณศ บ้านปากน้ำ (บุ่งสระพัง) โดยท่านได้ตั้งจิตอธิษฐานขอมวลสารศักดิ์สิทธิ์สักหนึ่งอย่างจากดงพระคเณศ เพื่อนำไปจัดสร้างวัตถุมงคลสำหรับบรรจุไว้ ณ สะดือพระอุโบสถ
หลวงปู่เก็บงำเรื่องราวและที่มาของผงราชวรมันไว้อย่างยาวนาน กระทั่งในช่วงบั้นปลายชีวิต ขณะที่ท่านมาพักอยู่ ณ คณะ ๗ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร จึงได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้คณะศิษย์ฟัง พร้อมมอบผงราชวรมันให้เก็บรักษาไว้ และสั่งความว่า
“หลวงพ่อตั้งใจจะจัดสร้างพระพิฆเณศวร์หินทราย ตามแบบที่ค้นพบจากวัดป่าฯ ไว้เป็นอนุสรณ์ให้กับลูกหลานรุ่นหลัง แต่ตอนนี้ยังหาช่างไม่ได้ กาลข้างหน้า ถึงแม้หลวงพ่อไม่อยู่แล้ว ก็ให้ช่วยกันหาช่างจัดสร้างกลับไปไว้ที่วัดป่าฯ
‘ผงราชวรมัน’ นี้ หลวงพ่อได้มาจากวัดป่าฯ ให้เก็บรักษาไว้ เวลาสร้างพระก็ให้ใช้ผสมเป็นมวลสาร มีฤทธิ์กายสิทธิ์นักหนา”

ในหมู่ลูกศิษย์เป็นที่รับรู้กันว่า เมื่อหลวงปู่พระมงคลธรรมวัฒน์เดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจในกรุงเทพมหานคร ท่านมักไปพักกับหลวงตาพิมพ์ หรือพระครูใบฎีกาพิมพ์ พิมฺพิสาโร ณ คณะ ๑ วัดราชนัดดาราม ซึ่งเป็นสหธรรมิกที่เติบโตและศึกษาเล่าเรียนมาด้วยกันตั้งแต่วัยเยาว์ ณ วัดปทุมมาลัยและวัดหลวง อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี
วัดราชนัดดารามจึงเป็นเสมือนศูนย์รวมของลูกศิษย์ทั้งฝ่ายบรรพชิตและฆราวาส เมื่อทราบข่าวว่าหลวงปู่เดินทางมากรุงเทพฯ ไม่ว่าลูกศิษย์จะอยู่แห่งหนใด ต่างก็เป็นอันรู้กันว่าจะต้องเดินทางไปกราบนมัสการท่านที่วัดราชนัดดาราม หลังจากเสร็จภารกิจแล้ว หลวงปู่จึงจะเดินทางไปพักกับลูกศิษย์ตามวัดต่าง ๆ ตามโอกาสอันสมควร
ในช่วงสุดท้ายของชีวิต เมื่อหลวงปู่อยู่ในวัยชราภาพ ภายหลังเดินทางกลับจากเยี่ยมลูกศิษย์ที่จังหวัดภูเก็ต ท่านได้แวะมาพัก ณ คณะ ๗ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร และให้เรียกลูกศิษย์ที่อยู่ในกรุงเทพมหานครทั้งหมดมาพร้อมกัน ก่อนจะเล่าเรื่องราวและที่มาของผงราชวรมันให้ฟังอย่างหมดสิ้น
เหตุการณ์ในครั้งนั้นเปรียบเสมือนคำสั่งเสียครั้งสำคัญ ก่อนที่หลวงปู่จะล้มป่วย โดยท่านได้เล่าถึงนิมิตระหว่างการภาวนาว่า
“ตอนภาวนาอยู่ในดงพระคเณศ นอกจากนิมิตเห็นหลวงพ่อเงินและสิ่งของสำคัญต่าง ๆ แล้ว หลวงพ่อได้อธิษฐานขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์สักหนึ่งอย่าง เพื่อนำไปเป็นมวลสารสร้างพระเครื่องบรรจุสะดือโบสถ์ ‘ผงราชวรมัน’ ก็แทรกดินผุดขึ้นมาในนิมิต เหมือนหน่อไม้ไผ่แทรกดินขึ้นมา”
หลวงปู่ยังกล่าวเป็นภาษาอีสานไว้ว่า
“‘ผงราชวรมัน’ เพิ่นผุดขึ้นมาคือกันกับหน่อไม้ไผ่แทรกดินขึ้นมานี่ตั่ว”

กาลเวลาผ่านมาร่วม ๕๐ ปี บัดนี้เหตุปัจจัยหลายประการได้มาบรรจบกันอย่างเหมาะสม คณะศิษย์ของหลวงปู่บุญจันทร์ได้พบกับผู้มีศรัทธาและกำลังพร้อมที่จะสืบสานเจตนารมณ์ของหลวงปู่ให้สำเร็จ อีกทั้งยังได้พบช่างผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งสั่งสมฝีมือและภูมิปัญญาในศาสตร์แห่งศิลปะขอมโบราณอย่างลึกซึ้ง
ทุกสิ่งประหนึ่งมีบุพเพในอดีตชักนำให้บุคคลและเหตุการณ์ต่าง ๆ มาเชื่อมโยงกันในเวลาที่เหมาะสม จึงถึงวาระที่ “ผงราชวรมัน” จะได้กลับคืนสู่แผ่นดินแห่งการค้นพบอีกครั้ง
ผงราชวรมันจะได้รับการอัญเชิญบรรจุภายในองค์พระพิฆเณศวร์หินทราย ศิลปะขอมโบราณ ในวันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ ณ วัดป่าพระพิฆเณศวร์ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อสืบสานเจตนารมณ์ของหลวงปู่พระมงคลธรรมวัฒน์ และเป็นอนุสรณ์แห่งศรัทธาสำหรับลูกหลานสืบไป
จำนวนผู้ชม : 496
More Articles
By the same author
Related Articles
From the same category
Leave a Reply