สมเด็จธงชัย จญ.หนกลาง ปิดจ๊อบ “หมู่บ้านรักษาศีล5” ย้ำ!! ขอให้สำนักปฎิบัติทุกจังหวัดเป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนความปรองดองฯ

วันที่ 24 กันยายน 2569 เวลา 13.30 น. ที่ วัดชัยพฤกษมาลา ราชวรวิหาร แขวงตลิ่งขัน เขตตลิ่งขัน กรุงเทพมหานคร สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการโครงการสร้างความปรองดองโดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5” เป็นประธานในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และติดตามผลการดำเนินโครงการฯ “หมู่บ้านรักษาศีล 5” หนกลาง กรุงเทพมหานคร โดยมี พระธรรมวชิรสุนทร ประธานกรรมการบริหารกลาง พระเทพสมุทรวัชราจารย์ ประธานคณะกรรมการขับเคสื่อนระดับหนกลาง คณะกรรมการ พระเทพวชิรานุวัตร เจ้าอาวาสวัดชัยพฤกษมาลา พระราชวชิรนายก รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร พระสังฆาธิการในเขตกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผศ.ปารีณา ศรีวนิชย์ ที่ปรึกษาด้านวิจัยและพัฒนาวิชาการ พระพุทธศาสนา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นางสาวเกศจริน สามิภักดิ์ ผู้อำนวยการเขตตลิ่งชัน นางสาวอัญชลี ศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการเขตทวีวัฒนา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้นำชุมชนและพุทธศาสนิกชนร่วมถวายการต้อนรับ

สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ได้ให้โอวาทตอนหนึ่งว่า วันนี้มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่คณะสงฆ์กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการ”หมู่บ้านรักษาศีล5″ให้เป็นไปด้วยดี สมเจตนารมณ์ของโครงการ ตามที่คณะสงฆ์กรุงเทพมหานคร ได้คัดเลือกให้วัดชัยพฤกษมาลา ราชวรวิหาร เป็นตัวแทนรับการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และติดตามการดำเนินงานโครงการฯ ซึ่งพระเทพวชิรานุวัตร เจ้าคณะเขตตลิ่งชัน คณะสงฆ์เขตตลิ่งชัน ได้ร่วมกับคณะสงฆ์เขตทวีวัฒนา พร้อมด้วย สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร, สำนักงานเขตตลิ่งชัน, สำนักงานเขตทวีวัฒนา, สถานศึกษา ชุมชน องค์กรภาคีเครือข่าย และประชาชนทุกภาคส่วน ดังเป็นที่ปรากฏ ต่างแสดงให้เห็นว่า มีความตั้งใจจริง และมีความพร้อมทุกๆ ด้านในการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 กรุงเทพมหานคร ให้เป็นรูปธรรมชัดเจน

“โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 เป็นดำริของเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน รวม 12 ปี ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งจากคณะสงฆ์ ภาครัฐ และภาคเอกชน ในการดำเนิน โครงการมาตั้งแต่ต้น ที่สามารถสร้างประโยชน์ต่อการสร้างสังคมให้มีความสุข ด้วยหลักพุทธธรรม การดำรงชีวิต โดยการนำหลักศีล 5 ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ ต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน และสังคมและพัฒนาขับเคลื่อนโครงการจวบจนถึงปัจจุบัน สำหรับในการพัฒนาที่ยั่งยืน พระเถรานุเถระผู้นำในทุกจังหวัด ใช้สำนักปฏิบัติธรรมที่มีในทุกจังหวัดเป็นศูนย์กลางในการดำเนินงานโครงการดังกล่าวในแต่ละภูมิภาค สันติสุข จึงจะเกิดขึ้นได้ โดยประชาชนต้องมีปัญญา ดังนั้น เราใช้สถานปฏิบัติธรรมผนวกรวมกับ วัฒนธรรมของชุมชนในแต่ละถิ่น นำเข้ามาเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ควบคู่กับอนุรักษ์ศาสนา เพื่อให้การปฏิบัติธรรมรักษาศีลยั่งยืนสืบไป นำไปสู่ประชาชน ให้มีความสุขและความสันติสุข ในวันนี้ คณะกรรมการอำนวยการโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 คณะกรรมการ บริหารกลาง โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 และคณะกรรมการขับเคลื่อนระดับหน โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 หนกลาง ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงาน โครงการ “หมู่บ้านรักษาศีล 5” กรุงเทพมหานคร ประจำปี 2559 ณ วัดชัยพฤกษมาลา ราชวรวิหาร เป็นการมาให้กำลังใจ ให้ข้อคิดเห็น ให้คำแนะนำ และให้ข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปปรับใช้ในกระบวนการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5ให้มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น ขอขอบคุณ และอนุโมทนาในกุศลเจตนาของทุกฝ่าย ที่ช่วยกันลงพื้นที่และติดตาม สรุปผลการดำเนินโครงการปัญหาและอุปสรรค พร้อมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหา และขอให้การขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรม ทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5″เป็นไปด้วยความเรียบร้อยสำเร็จประโยชน์และมีความมั่นคงยั่งยืนสืบไป..”

ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้กล่าวขอบคุณคณะกรรมการการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษา5″ ที่ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดาเนินงานโครงการ”หมู่บ้านรักษาศีล5” ความว่า “วันนี้นับเป็นขวัญกำลังใจแก่คณะสงฆ์และประชาชน ในการขับเคลื่อนงานด้านพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง เขตตสิ่งชันเป็น 1ใน 50 เขตของกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ทางฝั่งธนบุรี มีขนาด พื้นที่ประมาณ 32 ตารางกิโลเมตร สภาพเดิมเป็นเขตอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม ผสมผสาน แต่ปัจจุบันกำลังเปลี่ยนเป็นพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อยถึงปานกลาง ประชากรในเขตตลิ่งขันส่วนใหญ่ นับถือศาสนาพุทธ 97% ในการนี้ คณะสงฆ์กรุงเทพมหานคร จึงได้ร่วมกัน ดำเนินการโครงการฯ “หมู่บ้านรักษาศีล 5″ ต้นแบบ บูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายศีล 5 ในการขับเคลื่อนโครงการฯ โดยมุ่งหวังให้ประชาชน มีความปรองดองสมานฉันท์ สามัคคี อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมี ความสุข มีความปลอดภัยใเชีวิตและทรัพย์สิน นำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตสืบต่อไป…”ขณะที่ ผศ.ปารีณา ศรีวนิชย์ ได้กล่าวว่า มหาเถรสมาคมได้มีระเบียบมหาเถรสมาคมได้วางกรอบการดำเนินโครงการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล “นี้ไว้ตั้งแต่ปี 2557 ให้สอดคล้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บทการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ความสำคัญของโครงการนี้ อยู่ที่ความร่วมมือระหว่างคณะสงฆ์ ภาครัฐ และประชาชน ในการเผยแผ่และนำหลักพุทธธรรม มาเชื่อมกับชีวิตของคนในสังคม ภายใต้แนวคิดว่า หากสังคมใด ประชาชนสามารถนำศีล 5 ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญ มาใช้ในการครองตน ด้วยความเคารพไม่เบียดเบียน ต่อชีวิต ทรัพย์สิน ครอบครัวของผู้อื่น รักษาความชื่อสัตย์สุจริต และดำเนินชีวิตอย่างมีสติแล้ว ประชาชนในสังคมนั้นย่อมจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบและสันติสุข โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 จึงมีความหมายทั้งในด้านกาารเผยแผ่พระพุทธศาสนา และ นำหลักพุทธธรรมมาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อการพัฒนาคณภาพชีวิต และการสร้างหลักประกัน ความมั่นคงทางสังคม โดยมีคณะสงฆ์เป็นกำลังสำคัญในการดำเนินงาน ร่วมกับหน่วยงานและ ประชาชนในพื้นที่ ระเบียบมหาเถรสมาคมได้กำหนดกลไกการทำงานร่วมกันไว้ตั้งแต่ส่วนกลางจนถึงระดับพื้นที่ การมีส่วนร่วมในกลไกดังกล่าว ซึ่งทั้งด้านการประสานงาน การสนับสนุนข้อมูล และการติดตามผล ช่วยเชื่อมการดำเนินงานของคณะสงฆ์ ภารกิจของภาครัฐ และการมีส่วนร่วมของชุมชน

“สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งเป็นส่วนราชการที่มีภารกิจโดยตรงในการสนองงานส่งเสริมและสนับสนุนกิจการคณะสงฆ์ และการเผยแผ่พระพุทธศาสนา จึงได้สนับสนุนการดำเนินโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านทรัพยากรงบประมาณ การอำนวยความสะดวก และการประสานความร่วมมือ ทั้งในส่วนกลาง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่าง ๆ ในส่วนภูมิภาคความร่วมมือนี้เปิดโอกาสให้กิจกรรมส่งเสริมศีลธรรมเชื่อมกับงานที่หน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการอยู่ตามบทบาทและความเชี่ยวชาญ ทั้งการดูแลเด็กและครอบครัว การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันปัญหาสุรายาเสพติด การช่วยเหลือผู้เปราะบาง และการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ให้ผสานกับกิจกรรมเผยแผ่ส่งเสริมศีลธรรมของ คณะสงฆ์ และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อให้โครงการดำเนินได้อย่างเป็นรูปธรรม และเหมาะสมกับวิถีและบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยมีกลไกการติดตามและประเมินผล ที่จะช่วยให้เห็นทั้งความก้าวหน้าของการดำเนินงาน สำหรับการลงพื้นที่ ณ วัดชัยพฤกษมาลา เพื่อรับฟังการนำเสาเอผลการดำเนินงาน นิทรรศการ และกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ในวันนี้ จึงมีคุณค่าในฐานะแหล่งเรียนรู้ทีทำให้ได้เห็นวิธีทำงานจริง ข้อจำกัดและแนวทางแก้ไขได้รับทราบความต้องการของพื้นที่ อันเป็นข้อมูลสำคัญที่จะใช้พิจารณา การพัฒนาและการขยายผลโครงการในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป…”

Share:

Leave a Reply