วันที่ 24 ตุลาคม พุทธศักราช 2569 นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของชุมชนชาวไทยในต่างแดน กับการร่วมแรงร่วมใจจัดตั้ง “ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไทย ณ เกาะเจอร์ซีย์” เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้และสืบสานมรดกทางภาษา ศิลปะ ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติไทย ตลอดจนเป็นศูนย์กลางแห่งความรัก ความสามัคคี และความผูกพันของพี่น้องชาวไทยที่พำนักอาศัยอยู่บนเกาะเจอร์ซีย์

ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ คณะสงฆ์จากองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ จำนวน 4 รูป ได้รับนิมนต์จาก คุณดารารัตน์ ลอริมอร์ (คุณนินจา) พร้อมด้วยคณะผู้จัดงานและพี่น้องชุมชนชาวไทยบนเกาะเจอร์ซีย์ ให้เดินทางมาร่วมพิธีเปิดศูนย์ศึกษาเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไทย ประกอบด้วย
1. พระครูภาวนาธรรมวิเทศ วิ. (พระอาจารย์ชาญ) เจ้าอาวาสวัดสันติวงศาราม เมืองเบอร์มิงแฮม รองประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ ฝ่ายสาธารณสงเคราะห์
2. พระครูภาวนาวิธาน วิ. (พระอาจารย์สุทัศน์) เจ้าอาวาสวัดสังฆปทีป แคว้นเวลส์ รองประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ ฝ่ายศึกษาสงเคราะห์
3. พระมหาภาสกร ปิโยภาโส ป.ธ. 9 เจ้าอาวาสวัดพระศรีสรรเพชญ์ เมืองบริสตอล รองประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ ฝ่ายศาสนศึกษา
4. พระมหาธีระศักดิ์ ชิตธีโร วัดสังฆปทีป แคว้นเวลส์ กรรมการองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์

การจัดตั้งศูนย์ศึกษาเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไทยแห่งนี้ เกิดขึ้นจากความตั้งใจอันดีงามของพี่น้องชุมชนชาวไทยบนเกาะเจอร์ซีย์ ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ โดยมุ่งหวังให้ศูนย์แห่งนี้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการดำเนินกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน
หัวใจสำคัญของการจัดตั้งศูนย์แห่งนี้ คือการปลูกฝังจิตสำนึกแห่งความเป็นไทยให้แก่เด็กและเยาวชน โดยเฉพาะลูกหลานชาวไทยที่ถือกำเนิดและเติบโตในต่างแดน ให้มีโอกาสเรียนรู้ภาษาไทย เข้าใจขนบธรรมเนียมประเพณี ซึมซับคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม และตระหนักถึงรากเหง้าแห่งอัตลักษณ์ของตนเอง แม้จะดำเนินชีวิตอยู่ท่ามกลางสังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่างจากแผ่นดินมาตุภูมิ
ขณะเดียวกัน ศูนย์แห่งนี้ยังเป็นสะพานเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม เปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติและผู้สนใจทั่วไปได้ศึกษาเรียนรู้และสัมผัสเสน่ห์ของภาษาไทย ศิลปะไทย ตลอดจนวิถีชีวิตและขนบธรรมเนียมอันงดงามของสังคมไทย อันจะนำไปสู่ความเข้าใจอันดีและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์

ยิ่งไปกว่านั้น ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไทยแห่งนี้ มิได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับการศึกษาเรียนรู้เท่านั้น หากยังเปรียบเสมือน ศูนย์รวมจิตใจและสายใยแห่งความผูกพันของคนไทยในต่างแดน เป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถมาพบปะ พึ่งพาอาศัย เกื้อกูล และร่วมแบ่งปันน้ำใจไมตรีต่อกัน อันเป็นการธำรงรักษาคุณลักษณะอันงดงามของสังคมไทยให้คงอยู่ แม้จะห่างไกลจากแผ่นดินเกิดเพียงใดก็ตาม
การมีส่วนร่วมของคณะสงฆ์และชุมชนชาวไทยในครั้งนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างพระพุทธศาสนา ภาษา และวัฒนธรรมไทย ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญในการหล่อหลอมคุณธรรม จริยธรรม ความเอื้ออาทร และความสามัคคีของสังคมไทยมาอย่างยาวนาน
การเปิดศูนย์ศึกษาเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไทย ณ เกาะเจอร์ซีย์ จึงมิใช่เพียงการเปิดสถานที่แห่งใหม่ หากแต่เป็นการเปิดประตูแห่งโอกาสในการเรียนรู้ การสืบสาน และการส่งต่อมรดกอันล้ำค่าของชาติไทยจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง

นับเป็นภาพสะท้อนอันงดงามของพลังแห่งความร่วมมือ ความเสียสละ และความรักในถิ่นฐานบ้านเกิดของพี่น้องชาวไทยในต่างแดน ที่พร้อมใจกันรักษารากเหง้าแห่งความเป็นไทย พร้อมทั้งสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน และร่วมเผยแพร่คุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในสังคมนานาชาติ
เพราะแม้ระยะทางจะทำให้คนไทยต้องห่างไกลจากแผ่นดินมาตุภูมิ แต่ภาษา วัฒนธรรม ศรัทธา และความผูกพันในความเป็นไทย ยังคงเป็นสายใยอันทรงคุณค่าที่เชื่อมโยงหัวใจของคนไทยทุกคนไว้ด้วยกันอย่างไม่เสื่อมคลาย
“อยู่แห่งหนใด แม้ไกลถิ่นแผ่นดินไทย หากหัวใจยังผูกพันในรากเหง้า ภาษาและวัฒนธรรมไทยย่อมดำรงอยู่ และงอกงามสืบไปจากรุ่นสู่รุ่น”



Leave a Reply