ไขปริศนา จิตรกรรม พระเจ้าสังขจักรตัดศีรษะถวายพระพุทธเจ้า ภาพเขียนวัดในกลาง จ.เพชรบุรี

จิตรกรรม ศาลาการเปรียญ วัดในกลาง จังหวัดเพชรบุรี นับว่ามีความน่าสนใจอย่างมาก เนื่องจากส่วนหนึ่งมีการเขียนภาพพระโพธิสัตว์ในสมัยพระอนาคตพุทธเจ้า 10 พระองค์ ซึ่งเป็นเรื่องในพระพุทธศาสนาที่ไม่ค่อยพบเห็นมากนัก โดยเฉพาะภาพ พระเจ้าสังขจักรตัดศีรษะถวายพระพุทธเจ้า ซึ่งเกี่ยวข้องกับหนึ่งในสิบของพระอนาคตพุทธเจ้า นั่นคือ “พระศรีอาริย์” 

ความเชื่อเรื่องพระศรีอาริย์มีมาช้านานเก่ากว่าสมัยสุโขทัย โดยในสมัยสุโขทัยปรากฏหลักฐานเรื่องพระศรีอาริย์ในจารึกต่าง ๆ อาทิ จารึกวัดศรีชุม หลักที่ 2 ปรากฏคำว่า “พระมหาสามีศรีรัตนลังกาทวีป… เทายอด… อาริยไมตรี… สมาธิคงตรงใตตน” และ เมตไตโย… โคตโม คาถานี้ มีแห่งมหานิทานแล” และยังปรากฏในพระคาถานมัสการพระศรีอาริยเมตไตรย ในจารึกในสมัยสุโขทัยที่กล่าวถึงคำอธิษฐานที่แสดงความปรารถนาร่วมกันที่จะไปเกิดในสมัยพระศรีอาริย์ สะท้อนความคิดความเชื่อของชนชั้นปกครองในสมัยนั้นว่าต้องการไปเกิดในยุคสมัยของพระศรีอาริย์

จากการค้นคว้าของ อ. อภิลักษณ์ เกษมผลกูล ได้ยกเรื่องราวของพระศรีอาริย์ที่ปรากฏในคัมภีร์พระพุทธศาสนา เช่น ใน จักวัตติสูตร พระไตรปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิวรรค และใน พุทธปกิณกะกัณฑ์ ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ซึ่งมิได้มีการกล่าวถึงการตัดศีรษะถวายพระพุทธเจ้าแต่อย่างใด

การตัดศีรษะถวายพระพุทธเจ้านี้มีกล่าวถึงใน “คัมภีร์พระอนาคตวงศ์” ซึ่งเป็นการขยายความเรื่องราวของพระศรีอาริย์ให้เป็นที่รับรู้กว้างขวางมากขึ้นอีกคัมภีร์หนึ่ง ศรัณย์ ทองปาน อธิบายว่าพระอนาคตวงศ์หรือที่เรียกในคัมภีร์ว่า “ทสโพธิสัตตุนิทเส” หรือ “ทศโพธิสัตตุปัตติกถา” สันนิษฐานว่ารจนาขึ้นในอาณาจักรล้านนา

สำหรับเรื่องราวของพระศรีอาริย์ในคัมภีร์เล่มดังกล่าวที่มีการกล่าวถึงการตัดศีรษะถวายพระพุทธเจ้านี้ อ. อภิลักษณ์ เกษมผลกูล สรุปเนื้อหาไว้ดังนี้

ครั้นเมื่อพระศรีอาริย์มีพระชนมายุ 80,000 ปี จะทรงผนวชเพราะทอดพระเนตรเห็นจตุรนิมิต แล้วทรงขึ้นปราสาทเสด็จออกผนวช มีไม้กากะทิงเป็นมหาโพธิ พระองค์เป็นพระพุทธเจ้าที่บําเพ็ญบารมีมาเป็นเวลายาวนาน ดังนั้นยุคของพระองค์จึงเป็นยุคทองที่มีสรรพสิ่งทั้งในแง่ทางโลกและทางธรรม คนในยุคนี้จะอุดมสมบูรณ์ด้วยโภควัตถุ โดยมีต้นกัลปพฤกษ์คอยอํานวยประโยชน์ให้ นอกจากนั้นแล้วคนในโลกนี้ยังเพียบพร้อมด้วยศีลธรรมและจริยธรรมอันดีงาม

พระศรีอาริย์มีประวัติในการบําเพ็ญบารมีคือ ในอดีตพระองค์เสวยราชเป็นพระเจ้าจักรพรรดินามว่า สังขจักร ครองเมืองอินทปัตถ์ ได้สดับข่าวจากสามเณรองค์หนึ่งที่เที่ยวบิณฑบาตหาทรัพย์ เพื่อนำไปไถ่มารดาซึ่งตกเป็นทาสของคนอื่นว่า พระรัตนตรัยและพระพุทธเจ้าสิริมิตรทรงอุบัติขึ้น และประทับอยู่ ณ บุพพาราม (บุปผาราม) ข่าวนั้นทําให้พระองค์ทรงโสมนัสและสละราชสมบัติให้สามเณรครองแทน ส่วนพระองค์เองนั้นได้เดินทางไปเฝ้าพระพุทธเจ้าด้วยความยากลำบาก เนื่องจากทรงพระดำเนินด้วยพระบาทเปล่า เมื่อทรงหมดแรงก็ต้องคลานและค่อย ๆ เลื่อนไปด้วยอก จนถึงที่พระพุทธเจ้าประทับ ได้สดับธรรมเทศนาเรื่องนิพพานธรรม ต้องทูลขอให้พระพุทธองค์ทรงพักไว้ เพราะพระองค์ขาดจตุปัจจัยที่จะบูชา

ทรงพิจารณาเห็นว่า พระเศียรของพระองค์ซึ่งเป็นส่วนสูงสุดในพระวรกายที่สมควรเป็นไทยธรรม เครื่องกัณฑ์เทศน์ ดังนั้นพระองค์จึงทรงตัดเศียรบูชาธรรมพร้อมกับทรงตั้งปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า สีลทานบารมี ปรมัตถบารมีนี้ทำให้พระองค์เมื่อเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตจึงมีบุญสมภารมาก”

“คัมภีร์พระอนาคตวงศ์” เป็นที่แพร่หลายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นอย่างน้อย อ.อภิลักษณ์ เกษมผลกูล อ้างความเห็นของ สุภาพรรณ ณ บางช้าง ที่ให้ความเห็นว่า คัมภีร์พระอนาคตวงศ์น่าจะแต่งขึ้นเป็นเวลานานพอสมควรก่อนสมัยสุโขทัย เพราะในบานแผนกของหนังสือเตภูมิกถาหรือไตรภูมิพระร่วง ได้มีการอ้างถึงคัมภีร์พุทธศาสนาหลายเล่ม รวมถึงคัมภีร์พระอนาคตวงศ์ด้วย

ดังนั้น เรื่องการตัดศีรษะถวายพระพุทธเจ้าจึงน่าจะเป็นที่รับรู้ของผู้คนมาอย่างช้านานแล้ว และได้มีการนำมาถ่ายทอดผ่านจิตรกรรมในยุคต่อมา สำหรับจิตรกรรมที่วัดในกลางนี้ อ.สุพิชฌาย์ แสงสุขเอี่ยม อธิบายว่า เนื่องด้วยการเขียนภาพบนแผงไม้คอสองมีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่และเนื้อเรื่องที่ปรากฏในคัมภีร์กล่าวถึงรายละเอียดต่าง ๆ มาก ดังนั้น ช่างจึงเลือกนำฉากเหตุการณ์ตอนสำคัญที่สุดของเรื่องมาเขียน เป็นการประหยัดพื้นที่และสามารถสื่อสารให้เข้าใจเรื่องราวได้ชัดเจนและง่ายที่สุด

นี่จึงเป็นที่มาของ จิตรกรรม พระเจ้าสังขจักรตัดศีรษะถวายพระพุทธเจ้า ที่ปรากฏอยู่ที่ศาลาการเปรียญ วัดในกลาง จังหวัดเพชรบุรี

จิตรกรรม พระเจ้าสังขจักรตัดศีรษะถวายพระพุทธเจ้า ที่ศาลาการเปรียญ วัดในกลาง จังหวัดเพชรบุรี [ภาพถ่ายโดยคุณ สิปปวิชญ์ บุณยพรภวิษย์ (ได้รับอนุญาตจากผู้ถ่ายภาพให้ใช้ภาพ)]

ในด้านความหมายของการเขียนจิตรกรรมพระอนาคตพุทธเจ้านี้ แสดงให้เห็นว่าเพื่อสร้างตัวอย่างของความศรัทธาที่มีต่อพระพุทธเจ้า เป็นกุศโลบายให้พุทธศาสนิกชนที่ได้เห็นภาพรําลึกถึงการบําเพ็ญบุญบารมีของพระโพธิสัตว์ในชาติต่าง ๆ เพื่อที่จะบรรลุโพธิญาณในอนาคต

นี่ได้กลายเป็นแนวทางปฏิบัติของพุทธศาสนิกชนบางส่วน ในการที่จะแสดงความจงรักภักดีและพัฒนากลายเป็นลัทธิไปในที่สุด ดังกรณีของนายบุญเรืองและนายนกซึ่งได้จุดไฟเผาตนเอง เพื่อหวังบรรลุโพธิญาณในอนาคต คติความเชื่อเรื่องนี้ ศรัณย์ ทองปาน เรียกว่า “ลัทธิอนาคตวงศ์”

นอกจากนี้ จากการศึกษาค้นคว้าของ อ.สุพิชฌาย์ แสงสุขเอี่ยม ทำให้ทราบว่า จิตรกรรมดังกล่าวมีลักษณะของงานจิตรกรรมในสมัยรัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 4 ปรากฏอยู่รวมกัน สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยได้รับการสืบต่อเทคนิคงานจิตรกรรมมาจากสมัยรัชกาลที่ 3 สอดคล้องกับรูปแบบสถาปัตยกรรมศาลาการเปรียญ ซึ่งมีรูปแบบเดียวกับศาลาการเปรียญที่สร้างในช่วงรัชกาลที่ 4

ดังนั้น จิตรกรรมศาลาการเปรียญ วัดในกลาง จังหวัดเพชรบุรี นี้ จึงสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อของคนในสังคมเรื่อง “พระศรีอาริย์” และ “ลัทธิอนาคตวงศ์” ซึ่งแพร่หลายในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้เป็นอย่างดี นับเป็นจิตรกรรมที่มีคุณค่าต่อการศึกษาด้านพระพุทธศาสนา วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ จิตรกรรม ฯลฯ

 

ที่มา : ศิลปวัฒนธรรม สำนักพิมพ์มติชน

Leave a Reply