วันที่ 12 มีนาคม 2569 เพจทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายกระดูกเหล็ก ได้โพสต์ข้อความว่าเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 พระครูสิริธรรมโฆษก์ เจ้าอาวาสวัดอ่าวบัว ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา ได้มาที่มูลนิธิทนายกองทัพธรรม ยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรม และขอให้ช่วยเหลือด้านกฎหมาย โดยร้องเรียนว่า คณะสงฆ์ฝ่ายปกครองนำโดยเจ้าคณะตำบลฯ และเจ้าคณะอำเภอฯ เจ้าสังกัด ตั้งสอบสวนอธิกรณ์โดยไม่ชอบด้วยกฎมหาเถรสมาคมฯ และพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ คาดว่า เกิดจากการปกป้องผลประโยชน์วัดในฐานะเจ้าอาวาส จึงกระทบกับคฤหัสถ์บางกลุ่มที่เป็นคู่กรณี น่าจะเป็นผู้ร้องเรียนกล่าวหาเพื่อให้พ้นจากตำแหน่งเจ้าอาวาส ในชั้นสอบสวนเบื้องต้นคณะกรรมการฯ ไม่ยอมรับหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา แต่มารับเอกสารในการสอบครั้งที่สอง
นอกจากนี้ยังปรากฏว่า ประธานคณะกรรมการสอบสวนฯ และกรรมการฯ บางรูป เคยเป็นปฏิปักษ์กับเจ้าอาวาสท่านนี้ซึ่งท่านก็คัดค้าน แต่คณะกรรมการฯ เพิกเฉยและเดินหน้าต่อ จนกระทั่งมีคำสั่งพักจากตำแหน่งเจ้าอาวาสโดยให้เหตุผลว่า “ไม่สามารถนำเอกสารหลักฐานมาชี้แจงต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้” ทั้งที่ยื่นแล้วแต่ไม่รับพิจารณา ต่อมาเจ้าคณะตำบลฯ แต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส แล้วเร่งสรุปสำนวนเพื่อดำเนินการปลดจากตำแหน่งเจ้าอาวาส ทั้งที่ต้นเหตุเกิดจากการที่ “เจ้าอาวาสให้นำเงินกฐินสามัคคีเข้าบัญชีวัดอ่าวบัวก่อนนำไปจ่ายค่าก่อสร้าง แต่คฤหัสถ์ถือเงินวัดแล้วนำไปจ่ายโดยเจ้าอาวาสยังไม่อนุญาต“ จึงเป็นการทำหน้าที่ในฐานะเจ้าอาวาส โดยชอบด้วยกฎกระทรวง การดูแลจัดการศาสนสมบัติของวัด พ.ศ.๒๕๖๔ ข้อ ๗ และเป็นการปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ฯ มาตรา ๓๗ (๑) ” แต่กลับถูกคู่กรณีร้องเรียนต่อคณะสงฆ์ฝ่ายปกครองเพื่อให้พ้นจากตำแหน่งเจ้าอาวาส ในเบื้องต้น มูลนิธิทนายกองทัพธรรม ได้พิจารณาหลักฐานแล้ว รับเรื่องไว้พิจารณาและดำเนินการต่อไป
กรณีดังกล่าวถ้าเป็นความจริง คณะสงฆ์ต้องสอบสวนให้สิ้นกระแสความและควรรับพยานหลักฐานทุกประเภท เมื่อมีการคัดค้านคณะกรรมการสอบสวนเพราะเคยมีข้อพิพาทกันมาก่อนควรเปลี่ยนตัวคณะกรรมการเพราะถือว่ามีส่วนได้เสียฯ และหากไม่เป็นความจริงตามที่คฤหาสน์ร้องเรียน ต้องให้ความเป็นธรรมยุติเรื่องโดยเร็ว เมื่อเจ้าอาวาสทำตามหน้าที่โดยชอบด้วยกฎ มติ ระเบียบ ประกาศมหาเถรสมาคม และกฎหมาย จึงไม่มีเหตุที่คณะสงฆ์จะหาเหตุเพื่อปลดท่านจากตำแหน่ง หากข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายฟังได้ว่า เป็นไปตามที่ พระครูสิริธรรมโฆษก์ เจ้าอาวาสวัดอ่าวบัว ร้องเรียนเข้ามา ก็ขอให้คณะสงฆ์ฝ่ายปกครองชั้นต้นในพื้นที่อำนวยความเป็นธรรมโดยยุติเรื่องแล้วมีคำสั่งคืนตำแหน่งเจ้าอาวาสแก่ พระครูสิริธรรมโฆษก์ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์บานปลายไปกว่านี้ เพราะหากกระบวนการสอบสวนของคณะกรรรมการสอบสวนอธิกรณ์ไม่ชอบด้วยกฎมหาเถรสมาคมฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นเหตุให้พระครูสิริธรรมโฆษก์ ที่ถูกพักแล้วมีคำสั่งปลดในภายหลังโดยไม่ชอบ พระครูสิริธรรมโฆษก์ในฐานะผู้ได้รับความเสียหายโดยนิตินัย อาจฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาต่อคณะกรรมการสอบสวนฯ ในอนาคตได้
มูลนิธิทนายกองทัพธรรม จึงกราบนมัสการมายังคณะสงฆ์จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะพระเดชพระคุณพระราชวรเวที เจ้าคณะจังหวัดสงขลา วัดโคกสมานคุณ พระอารามหลวง ได้โปรดตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมแก่ พระครูสิริธรรมโฆษก์ เจ้าอาวาสวัดอ่าวบัว ด้วย เพื่อความดีงามและความสามัคคีของหมู่สงฆ์ต่อไป
ที่มาเพจ..ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายกระดูกเหล็ก

Leave a Reply