“มหานรินทร์” โดนแล้ว!! ถูกโต้กลับพระปากจัด “นักเลงคีย์บอร์ดห่มผ้าเหลือง” หลังวิจารณ์ถี่ “เจ้าคุณต้น” ธรรมนาวา

วันที่ 15 สิงหาคม 2569 เฟชบุ๊คชื่อ Uthitwansiri  ได้โพสต์วิจารณ์ “พระมหานรินทร์ นรินฺโท ป.ธ.9 ” วัดลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา นักวิจารณ์สังคมสงฆ์ชื่อดัง โดยมีความว่า

สรุปดราม่า พระมหานรินทร์

1. เข้าตัวเต็ม ๆ กับรูปหลุดสวนสนุก (ปี 2557)

ว่าเขาอิเหนาเป็นเอง ตัวเองชอบออกตัวแรง ไล่ด่าพระรูปอื่นว่าทำตัวไม่เหมาะสม หนีเที่ยว หรือทำผิดโลกวัชชะ ชาวบ้านติเตียน แต่ดันมีรูปหลุดตัวเองไปโผล่ที่ยูนิเวอร์แซล แคลิฟอร์เนีย กับพระผู้ใหญ่กลุ่มที่โดนแฉซะเอง ข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น พอโดนถามเข้า ตัวเองแก้ตัวว่าต้องไปขับรถเพื่อแอบถ่ายรูปเก็บหลักฐานมาแฉ แต่ชาวบ้านเขาไม่ซื้อ มองว่าเป็นการแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ เพราะถ้าคนอื่นไปเที่ยวคือผิด แต่พอตัวเองไปกลับบอกไม่ผิดซะอย่างนั้น

2. พระปากจัด หลุดสมณสารูป

ปากแซ่บเกินเบอร์ แทนที่จะใช้หลักธรรมคำสอน กลับใช้คำพูดแรง ๆ หยาบคาย เช่น ตอแหล หรือ หิวแสง ด่ากราดออกสื่อ ซึ่งคนมองว่าไม่สำรวมและขาดความเมตตาตามหลักของพระ ทำเพจเอาใจยอดไลก์ คนมองว่าเพจหรือช่องของท่านไม่ได้ทำเพื่อปกป้องศาสนาจริง ๆ แต่ทำเพราะอยากเด่น อยากดัง สนองอีโก้ตัวเอง และสะใจเวลาคนมาเชียร์ ไม่ต่างจากเพจเม้าท์มอยทั่วไป

3. เก่งแต่ปาก อยู่ไกลเลยลอยตัว

ใช้ความไกลเป็นเกราะกำบัง ตัวเองจำพรรษาอยู่ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ทำให้กฎระเบียบของคณะสงฆ์ไทยหรือสำนักงานพระพุทธศาสนาเอื้อมไปจัดการยาก ชาวบ้านเลยมองว่า เก่งแต่อยู่ไกล กล้าสาดโคลนคนอื่นเพราะตัวเองไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย สร้างความแตกแยก บทความและการวิจารณ์ของท่านทำให้คนหมดศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นวงกว้าง แบ่งฝักแบ่งฝ่ายชัดเจน จนกลายเป็นการซ้ำเติมศาสนาให้พังหนักกว่าเดิม

พระอาจารย์ต้น กลยุทธ์ ความเงียบสยบมาร

ทุกครั้งที่มีโพสต์จิกกัดจากพระมหานรินทร์หลุดออกมา ฝั่งเพจทางการหรือตัวพระอาจารย์ต้นเลือกที่จะไม่ตอบโต้โดยตรง แต่จะใช้วิธีโพสต์ธรรมะสอนใจแนวเวทนา อนัตตา หรือการปล่อยวาง เช่นการโพสต์ว่า อดีตเราย้อนกลับไปแก้ไม่ได้ แต่วันนี้เราเลือกได้ สิ่งสำคัญไม่ใช่การมัวถามว่ากรรมเก่าของเราคืออะไร ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณทางอ้อมว่า ฝั่งตนมุ่งเน้นไปที่การดับทุกข์ที่จิตในปัจจุบัน มากกว่าการมานั่งจับผิดหรือสร้างอกุศลกรรมทางวาจาใส่กันสรุปสั้น ๆ

ในมุมมองของคนอีกกลุ่ม มองว่าพระมหานรินทร์ไม่ใช่ผู้ทรงศีลที่บริสุทธิ์ผุดผ่องอะไร แต่เป็นเหมือน นักเลงคีย์บอร์ดห่มผ้าเหลือง ที่ใช้ความรู้เปรียญธรรมเป็นเกราะคุ้มกันตัว เอาไว้เที่ยวไล่ด่าคนอื่นเพื่อความสะใจ ทั้งที่ตัวท่านเองก็มีแผลเก่าที่ยังล้างไม่สะอาดเหมือนกัน ตัดภาพมาที่ฝั่งพระอาจารย์ต้นที่เลือกใช้ความนิ่งและความหลุดพ้นทางธรรมมาสยบความเคลื่อนไหวแทน

Share:

Leave a Reply