“พระมหาประเสริฐ ปญฺญาวโร” พระธรรมทูตต่างแดน!! ชื่นชม “ธรรมนาวา วัง” คือการยกระดับ ‘สติ’ เป็น “อริยสติ”

วันที่ 29 กันยายน 25669  เมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา  เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี  เดินทางไปเป็นประธานเปิดโครงการอบรม “ธรรมนาวา วัง” เรือแห่งธรรมสู่การตื่นรู้ ณ วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โดยมี  พระพรหมวัชรวิมลมุนี  กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์ในประเทศอังกฤษและประเทศใกล้เคียงร่วมงาน

ด้าน พระมหาประเสริฐ ปญฺญาวโร เจ้าอาวาสวัดธรรมปทีป สก๊อตแลนด์ กล่าวว่า ตนเองได้มีโอกาสเป็นหนึ่งในพระธรรมทูตผู้เข้าร่วมการอบรม เมื่อวันที่ 26 ก.ย. โดยมี เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี เป็นประธานเปิดโครงการ ซึ่งหลักธรรมพระราชทานนี้สามารถมาปรับใช้เป็นเข็มทิศแก่ญาติโยม ในการดำเนินชีวิตท่ามกลางสภาพสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในสหราชอาณาจักร ซึ่งตลอดระยะเวลาที่อยู่ในต่างแดน เห็นชัดเจนว่าสภาพแวดล้อมมีผลต่อจิตใจคนมาก สหราชอาณาจักรมีฤดูหนาวที่ยาวนาน หิมะตก ฝนตก อากาศมืดครึ้ม ซึ่งในทางการแพทย์ก็ยอมรับว่าส่งผลต่อภาวะซึมเศร้าหรือความเครียดได้ง่าย หลักธรรมนาวา “วัง” ที่เน้นย้ำเรื่อง ความสัมพันธ์ของกายกับใจ (กายเปลี่ยน ใจเปลี่ยน) จึงตรงกับบริบทชีวิตที่นี่มาก เมื่ออากาศหนาวเหน็บ ร่างกายอ่อนล้า จิตใจย่อมหดหู่ตามไปด้วยการนำหลักธรรมมาใช้ คือการตามรู้ทันว่า นี่คือความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่ส่งผลถึงใจ เมื่อเรา ‘รู้ทัน’ เราก็จะไม่เข้าไปยึดถือว่าความหดหู่นั้นคือ ‘ตัวเรา’ แต่เป็นเพียงสภาวะธรรมชาติที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วเดี๋ยวก็ผ่านไป

พระมหาประเสริฐกล่าวต่อไปว่า คนไทยในสหราชอาณาจักรส่วนใหญ่ทำงานหนัก ทั้งงานประจำ งานบริการ เพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงและสังคมตะวันตกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน บางครั้งเราแสวงหาความมั่นคงจากปัจจัยภายนอกจนลืมดูแลจิตใจ เกิดความเครียด วิตกกังวล

ธรรมนาวา ‘วัง’ สอนให้เรากลับมาตั้งต้นที่ ‘สัมมาทิฏฐิ’ (ความเห็นถูก) การเห็นถูกไม่ได้แปลว่าให้ทิ้งงานหรือปฏิเสธความเจริญทางโลก แต่คือการทำงานด้วยความเข้าใจ เห็นความจริงของขันธ์ 5 ว่าทุกอย่างล้วนเปลี่ยนแปลง ความสำเร็จหรือความล้มเหลวในหน้าที่การงาน ไม่ใช่ตัวตนถาวรที่เราจะต้องแบกรับไว้ตลอดเวลา เมื่อเห็นถูก การดำเนินชีวิต การหาเลี้ยงชีพ (สัมมาอาชีวะ) ก็จะสมดุลขึ้น ทำงานเต็มที่แต่เมื่อเจอปัญหาก็ปล่อยวางได้เร็วขึ้น ความยึดมั่นถือมั่นว่า ‘ฉันต้องได้สิ่งนี้’ ก็จะคลายลง”

การอยู่ต่างบ้านต่างเมืองนานๆ ย่อมต้องเผชิญกับ ‘คลื่นลม’ แห่งความแตกต่างทางวัฒนธรรม กฎหมาย และวิถีชีวิต หลายคนเกิดความทุกข์เพราะพยายามจะเปลี่ยนโลกภายนอกให้เป็นดั่งใจ หรือบางคนทุกข์จนอยากหนีกลับประเทศ

เปรียบเหมือนที่หลักธรรมนาวา ‘วัง’ ได้สอนไว้… ‘เรือแห่งธรรมไม่ได้มีไว้เพื่อให้คลื่นในทะเลหายไป แต่สอนให้เราเรียนรู้ที่จะอยู่กับคลื่น’ โลกที่สหราชอาณาจักรก็ยังคงหมุนไปตามแบบของเขา ปัญหาเศรษฐกิจหรือการปรับตัวย่อมมีอยู่ แต่ธรรมนาวาพาเรากลับมาดูที่ ‘จิต’ ของเราเอง เราไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางลมในลอนดอนหรือเอดินบะระได้ แต่เราสามารถเปลี่ยน ‘ความสัมพันธ์ของจิตที่มีต่อโลก’ ได้ เมื่อเรา ‘รู้ทุกข์ตามความเป็นจริง’ ใจเราก็จะไม่จมไปกับคลื่นลมนั้น”

“ญาติโยมในต่างแดนมักเข้าวัดเพื่อแสวงหาที่พึ่งทางใจ ต้องการสวดมนต์ ทำบุญ เพื่อให้คุ้มครองแคล้วคลาด ซึ่งการสวด ‘พระปริตร’ ก็เป็นสิ่งที่ดีและเป็นกุศล แต่ธรรมนาวา ‘วัง’ ได้ยกระดับความเข้าใจให้ลึกซึ้งขึ้นไปอีกขั้นว่า ท้ายที่สุดแล้ว การคุ้มครองที่แท้จริงคือการมี ‘สติ’ ที่เป็น ‘อริยสติ‘

อาตมภาพมักบอกญาติโยมเสมอว่า สวดมนต์แล้วต้องย้อนกลับมาดูใจตนเองด้วย เปลี่ยนจากการสวดเพื่อขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้อง มาเป็นการสวดเพื่อเตือนสติให้เกิด ‘การรู้ถูก เห็นถูก’ เพราะคนที่รู้จักจิตใจตนเองและควบคุมใจตนเองได้ท่ามกลางความวุ่นวายในต่างแดน คือคนที่สามารถคุ้มครองและแก้ปัญหาให้ตนเองได้ดีที่สุด”

จากประสบการณ์กว่า 20 ปีในดินแดนตะวันตก ของพระมหาประเสริฐ ปญฺญาวโร ได้ชี้ให้เห็นว่า โครงการ “ธรรมนาวา ‘วัง’” ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือจำกัดอยู่เพียงในประเทศไทย แต่เป็น “เรือสากล” ที่แล่นอยู่กลางใจของผู้คน ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ที่ใดในโลก ขอเพียงน้อมนำหลักสัมมาทิฏฐิ กลับมาสังเกตกายและใจของตนเอง คนไทยในสหราชอาณาจักรก็สามารถเปลี่ยนพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความกดดัน ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการตื่นรู้และเบิกบานได้ในทุกๆ วัน

Share:

Leave a Reply