เปิดใจศิษย์ใกล้ชิด “อดีตพระพรหมสิทธิ” หลังศาลพิพากษาไม่ได้ทุจริต

2,165 Views

      วันนี้ (19 ก.พ.63) หลังจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง  พิพากษาคดีทุจริตการจัดสรรเงินงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ว่า  “พระพรหมสิทธิ  อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ จำเลยที่ 5 ให้จำคุก 36 เดือน และปรับ 27,000 บาท โดยในส่วนของจำเลยที่ 5 (อดีตพระพรหมสิทธิ) นั้นศาลเห็นว่า ที่ผ่านมาได้ปฏิบัติหน้าที่ในการเผยแพร่ศาสนามาอย่างต่อเนื่อง และเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ไม่เคยกระทำผิดทางวินัยเห็นควรให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี..”

   คดีนี้ อัยการยื่นฟ้องจำเลยทั้ง 5 ท่าน (พระพรหมสิทธิและอดีตข้าราชการสำนักงานพุทธศาสนาอีก 4 ท่าน)  สรุปใจความว่า พวกจำเลยได้แบ่งหน้าที่กันทำ เบียดบังเอาเงินงบประมาณ ของสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ ประจำปี 2559 จำนวน 69,700,000 บาท ไปเป็นประโยชน์ของตน โดยใช้ ‘วัด’ เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดรับโอนเงินจึงเข้าข่ายลักษณะร่วมกันฟอกเงิน

       ผู้สื่อข่าว thebuddh ได้สอบถามลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดอดีตพระพรหมสิทธิท่านหนึ่ง เปิดเผยว่า

      “ขณะนี้ ผลจากคำพิพากษาคดี เรื่องการทุจริตเงินทอนไม่มี ทั้งเกิดจากฝ่ายพระสงฆ์และสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นแต่เพียงพระเข้าไปสนับสนุนให้ข้าราชการให้มีการอนุมัติผิดระเบียบ ซึ่งต้องไปแก้ว่า หลวงพ่อพระพรหมสิทธิเข้าไปสนับสนุนข้าราชการยังไงบ้าง

     ผลตัดสินคดีวันนี้ คือ ศาลสั่งให้รอลงอาญา ก็เป็นเรื่องที่ดี อย่างน้อยก็ในขณะนี้  โดยจากการสืบพยานหลักฐาน ศาลท่านพบว่า ไม่มีเงินทอน ไม่มีการทุจริต ไม่มีการเบียดบังทรัพย์ มีการนำเงินไปใช้ทำโครงการจริง  แต่เป็นข้าราชการทำผิดระเบียบ ขั้นตอนการอนุมัติงบประมาณ ซึ่งเป็นการอนุมัติงบไม่ตรงตามไตรมาส  หลวงพ่อจึงไม่ต้องคืนเงิน ซึ่งเป็นผู้ทำหนังสือของบประมาณ  จึงถือว่า เป็นเพียงผู้สนับสนุน ที่ทำให้เกิดขั้นตอนการอนุมัติของทางราชการและท้ายคำพิพากษา ศาลท่านจึงบอกว่า “ไม่ต้องจ่ายเงินชดใช้คืน

   สรุปวันนี้ศาลพิพากษาในคดีนี้  คือ ไม่พบการทุจริต แต่ข้าราชการมีการอนุมัติงบผิดระเบียบ และอนุมัติงบไม่ตรงตามไตรมาสของระเบียบการบริหารงานราชการ มีการอนุมัติเร็วเกินไป มีความไม่รอบครอบในการอนุมัติ ทั้งที่สามารถชะลอการอนุมัติให้ช้าออกไปได้ จึงผิดระเบียบในขั้นตอนการอนุมัติ ไม่ได้ผิดในขั้นตอนการนำเงินไปใช้

    ดังนั้น เรื่องทุจริตเงินทอนวัด ไม่มีแล้ว และในชั้นอุทธรณ์ ก็จะต้องอุทธรณ์ในประเด็นว่า หลวงพ่อ ไม่ได้มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องในขั้นตอนการอนุมัติของทางราชการ

   สุดท้ายวาทกรรมที่กล่าวว่า อดีตพระพรหมสิทธิ ทุจริตเงินงบประมาณแผ่นดิน เข้าข่ายฟอกเงิน วันนี้ศาลตัดสินแล้วว่า ไม่มีทุจริต ไม่มีเงินทอน และไม่ต้องคืนเงิน..

*****************

 

Leave a Reply